จะมีสักกี่ครั้งที่ อาดิดาส สนับสนุน ไนกี ในสิ่งที่พวกเขาทำ!

31 May 2020
263 VIEWS

เป็นประเด็นที่แรง และ หนักหน่วงมาตลอด สำหรับกรณีการเสียชีวิตของ จอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวสีที่เมือง มินเนอาโพลิส ในมลรัฐมินเนโซตา ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งแม้มันจะไม่ได้เกี่ยวกับกีฬาโดยตรง และ SPORTDesk ก็ไม่ต้องการจะเล่าเรื่องการเมือง หรือ สังคม แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสที่ต่อยอดมาจากการประท้วงเพื่อทวงความทรงจำให้กับคำตายภายใต้แคมเปญ “I can’t Breath” มันกลายเป็นเรื่องราวที่ลุกลามใหญ่โต และทรงพลังอย่างยิ่ง ทั้งยังมีนักกีฬาอีกหลายคนที่มีชื่อเสียง เข้ามาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ด้วย

เพื่อปูพื้นฐานสำหรับท่านที่ไม่ได้ตามเรื่องนี้ ย่อหน้านี้จะขอสรุปสั้น ๆ เกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า “จอร์จ ฟลอยด์” ถูกแจ้งจับจากร้านขายของรายย่อยร้านหนึ่งว่าเขาใช้ธนบัตรปลอมซื้อของ แต่ตำรวจที่มาจับเขานั้นดูจะทำเกินกว่าเหตุหลังใช้เข่ากดลงบนคอของเขาและทิ้งน้ำหนักตัวลงไป โดย ฟลอยด์ ร้องแสดงความทรมานตลอด 8 นาทีที่โดนกดอยู่แบบนั้น ก่อนเปล่งเสียงว่า “ผมหายใจไม่ออก (I can’t Breath)” และหมดสติไป ร่างของเขาถูกนำส่งโรงพยาบาล และเสียชีวิตในที่สุด

เหตุการณ์หลังจากนั้น กลายเป็นการประท้วงใหญ่โตเพื่อทวงความเป็นธรรมให้กับเขา โดยปัจจุบันกลายเป็นกระแสการประท้วงเรียกร้องความเป็นธรรมที่รุนแรง มีการเผาสถานที่ราชการ และ รวมกำลังกันประท้วงในเมือง มินเนโซตา โดยเฉพาะที่หน้าสถานีตำรวจมินเนอาโพลิส แม้ล่าสุด จะมีคำสั่งไล่ออกนายตำรวจ 4 คนที่ออกไปทำหน้าที่จับกุม ฟลอนด์ในวันนั้น และมีการดำเนินการฟ้องร้องข้อหา ฆาตกรรม ต่อศาลกลางสหรัฐฯ แล้วก็ตาม

นี่เป็นอีกครั้งที่เราได้เห็นความสามัคคีจากโลกกีฬาของคนในสหรัฐอเมริกา และปรากฎการณ์การแสดงออกมากมายทางโลกออนไลน์ จากนักกีฬาสตาร์ดัง ไปยันทีมกีฬายักษ์ใหญ่ และแม้แต่แบรนด์กีฬาชื่อก้องโลกก็ตาม นี่กลายเป็นปรากฎการณ์สำคัญที่ทำให้นักกีฬาในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะนักกีฬาผิวสี ได้ออกมาต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้เพื่อนร่วมสังคมของพวกเขาอย่างกล้าหาญ

แคมเปญที่ยิ่งใหญ่ และ ทรงพลังที่สุดแคมเปญหนึ่งมาจาก ไนกี เจ้าของคำขวัญที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาลได้ออกแคมเปญ “จนกว่าพวกเราทั้งหมดจะชนะ (#UntilWeAllWin) โดยมีเนื้อหาใจความว่า

“สำหรับใครสักคน อย่าทำมัน” วิดีโอ อักษรสีขาวบนพื้นดำ เพื่อแสดงความอาลัยต่อผู้จากไป “อย่าแกล้งทำเป็นว่าไม่มีปัญหาในอเมริกา

“อย่าหันหลังให้กับการเหยียด อย่ายอมรับชีวิตผู้บริสุทธิ์ที่ถูกพรากไปจากเรา อย่าแก้ตัวอีกเลย

“อย่าคิดว่าสิ่งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อคุณ อย่านั่งนิ่งเงียบ อย่าคิดว่าคุณไม่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้ได้”  

 

และสิ่งที่ทำให้แคมเปญนี้มันมีพลังยิ่งขึ้นกว่าเดิม คือการที่ อาดิดาส คู่แข่งตลอดกาลของไนกี แสดงความต้องการที่จะชนะไปด้วยกันเหนือปัญหาการเหยียดผิว และ ชนชาตในครั้งนี้ ด้วยการ รีทวีต วิดีโอนี้ จากค่ายคู่แข่งพร้อมด้วยแคปชั่นสั้น ๆ ที่ยิ่งใหญ่มากกว่า

“ไปด้วยกัน คือวิธีที่เราจะไปก้าวต่อไปได้, ไปด้วยกัน คือวิธีที่เราจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น” 

นี่จึงกลายเป็นการแสดงพลังร่วมกันครั้งใหญ่ของ 2 แบรนด์ที่ครองตลาดในสหรัฐอเมริกา 2 อันดับแรกอย่างยิ่งใหญ่ และมันยังส่งผลกระทบไปสู่วงกว้างไม่น้อยกว่านักกีฬาดัง ๆ ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นเลย 

และเมื่อพูดถึงบรรดานักกีฬาต่าง ๆ แล้ว แต่ละคนที่ออกมาเรียกร้องความยุติธรรมให้ ฟลอยด์ ต่างมีวิธีส่งสาส์น กันหลายรูปแบบ แต่ที่ทรงพลัง…อย่างแรง เห็นจะหนีไม่พ้น โคโค กอฟฟ์ นักเทนนิสสาวดาวรุ่งวัยเพียง 16 ปี ที่เลือกใช้ชื่อเหยื่อผิวสีจากเหตุการณ์อยุติธรรมในอดีต ก่อนมาตั้งคำถามว่า…เธอ ใช่คนต่อไปหรือไม่? เพื่อสื่อว่า เรื่องแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ถ้ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลง

@cocogauff

All lives will not matter until black lives matter. ##blacklivesmatter

♬ original sound - willsymank5

ขณะที่ เลอบรอน เจมส์ ตัดต่อรูปตัวเองใส่เสื้อสีดำเขียนว่า “ผมหายใจไม่ออก (I can’t Breath)” โพสต์ลงในทวิตเตอร์ ส่วนใน อินสตาแกรม เขาโพสต์ รูปเป็นภาพคู่ โดยภาพแรกมีภาพของ จอร์จ ฟลอยด์ ที่โดนตำรวจทับใส่ อีกภาพที่มาคู่กันคือภาพของ โคลิน แคเปอร์นิค อดีตนักอเมริกันฟุตบอล NFL ที่เคยออกมาเรียกร้องสิทธิของคนผิวสี จนไม่มีที่ยืนในลีก “คนชนคน” กำลังคุกเข่าประท้วง พร้อมกับภาษาอังกฤษด้านบนเขียนว่า… “This..is Why” 

นอกจากนั้นยังมีนักกีฬาอีกมายมายที่ออกมาแสดงความเห็นเพื่อทวงความยุติธรรมให้ ฟลอด์ ไม่เว้นแม้แต่นักกีฬาผิวขาวเอง ก็รู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นความอยุติธรรมในสังคม โดยมี โจว์ เบอร์โรว์ ควอร์เตอร์แบคคนใหมท่ที่เพิ่งถูก ซินซินนาติ เบงกอลส์ ดราฟต์เข้ามาในปีนี้ รวมไปถึง เทรเวอร์ ลอว์เรนซ์ ควอร์เตอร์แบคพรสวรรค์ในลีกอเมริกันฟุตบอลมหาวิทยาลัย หรือ NCAA ก็ล้วนแต่ต้องการทวงความยุติธรรมให้ผู้จากไปทั้งสิ้น

กระแสดังกล่าวไม่ได้มีเฉพาะแค่ในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น หากแต่ยังลามมาถึงยุโรป เมื่อคีเลียน เอ็มบัปเป ยอดนักเตะชาวฝรั่งเศส ยังทวีตแฮชแท็กว่า #JusticeForGeorge หรือเวสตัน แมคเคนนี นักเตะชาลเก 04 ในศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี ก็ยังสวมปลอกแขนเขียนคำเดียวกัน ลงเล่นในเกมวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยเขากล่าวทางโซเชียล ในเวลาต่อมาว่า “การที่สามารถใช้แพลตฟอร์มของผมเพื่อสร้างความสนใจกับปัญหาที่เกิดขึ้นมานานนั้นทำให้ผมรู้สึกดี!!! เราต้องยืนหยัดในสิ่งที่เราเชื่อและผมเชื่อว่ามันคือเวลาที่เราต้องรับฟัง! #justiceforgeorgefloyd #saynotoracism.”

 

การทวงความยุติธรรมให้ จอร์จ ฟลอยด์ จึงไม่ใช่แค่เรื่องราวของการเมือง หรือ สังคมอีกต่อไป หากแต่มันกลายเป็นเรื่องราวของ “ทุกคน” ที่ต้องการเห็นความ ยุติธรรม และความเท่าเทียมกันของมนุษย์ไปแล้ว