ช่วงเวลา “ฮันนีมูน”

14 November 2018
151 VIEWS

เหมือนที่พูดกันเสมอ ๆ ครับ “เริ่มต้นดี มีชัยไปกว่าครึ่ง”

หรือในเกมฟุตบอลไม่ว่าจะรอบแบ่งกลุ่มระดับไหน หรืออะไร ใด ๆ เกม “นัดแรก” สำคัญมากที่ต้องอย่างน้อยไม่แพ้

เพราะหากแพ้ มันจะเสมือนการ set the tone หรือขีดเส้นทางไปสู่ทิศที่ไม่สู้ดี

ผมเชื่อว่า เขียนประมาณนี้ ทุกท่านน่าจะเข้าใจ และขออวยพรให้ “ทุกการเริ่มต้น” ของทุก ๆ คนในทุก ๆ วันเป็นไปได้สวย

เพื่อก้าวน้อย ๆ ในแต่ละวันจะได้ขยับเป็นความ “ก้าวหน้า” ในทุกวัน

และเป็นความสำเร็จแห่ง “อนาคต” นะครับ

เริ่มแบบนี้ เพราะ “เป็นห่วง” ปน “ดีใจ” ไปด้วยกับสถานการณ์ของ 2 กุนซือใหม่ ซานติอาโก้ โซลารี (https://bit.ly/2B2ZOJY) จาก “โค้ชสำรอง” สู่ตัวจริงของเรอัล มาดริด แบบจับพลัดจับผลู

แต่ไป ๆ มา ๆ กลับทำได้ดีระดับทำลายสถิติมากมายของสโมสรหลังคว้าชัยได้รวด 4 เกมแรกของตนเองกับทีมชุดชาวที่ยิง 15 เสียเพียง 2 ประตู

ก่อนจะได้รับสัญญาฉบับ “ถาวร” กับทีมเผือกร้อนที่กุนซือบิ๊กเนมไม่กล้ามาทั้งจาก “สถานการณ์” และ “เงื่อนไข”

ตรงกันข้าม สถานการณ์ของ เธียร์รี อองรี ที่ได้รับการจับตาอย่างยิ่ง และผมเองก็เคยพูดถึงในเพจ (https://bit.ly/2QDHiNR) ด้วยความตื่นเต้น กลับกลายเป็น “หนังชีวิต” และกำลังดำเนินอยู่ใน “โหมดเศร้า”

อย่างยิ่ง!!!

ถึงตอนนี้ โมนาโก แพ้มาติดต่อกัน 3 นัดที่เสียถึง 9 ประตู (ล่าสุดโดน เปแอสเช ขย้ำคารัง 4-0) และยังไม่ชนะใครภายใต้การคุมทัพของอองรี 6 นัดที่เสมอ 2 แพ้ 4 ในทุกรายการ

จริง ๆ แล้ว ผมตามโมนาโก เกมแรกของอองรีโดยดูผ่าน beIN SPORTS นี่แหละครับกับ สตราสบูร์ก และต้องบอกเลยว่า โมนาโก “โชคร้าย” มากที่แพ้ 1-2 ทั้งที่เล่นดีกว่า

หลัก ๆ เป็นเพราะขาดนายทวารมือ 1 และ 2 ทำให้ “มือสาม” เซย์ดู ซี วัย 22 ปีถูกเลือก และมีส่วนพลาดทั้ง 2 ประตูง่าย ๆ ไม่นับปัญหาตัวผู้เล่นเจ็บระดับหนึ่ง

รวมความแล้วเล่นไม่ได้แย่ เลยทำให้ set the tone สำหรับความมั่นใจ และผลการแข่งขันไม่ดีในนัดต่อ ๆ มาด้วย

(แท้จริงแล้ว “โทน” ถูกเซ็ตตั้งแต่ยุค เลโอนาร์โด ยาร์ดิม ที่ไม่ชนะ 10 นัดในทุกรายการแล้ว)

“มันมักจะมี 2 ด้านตอนคุณเข้ามาเป็นโค้ชคนใหม่ ด้านแรก คือ อิมแพ็คเป็นบวกทางจิตใจที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นงานได้ดี แต่ตอนนี้ เค้า (อองรี) กำลังโชคร้าย ดังนั้นเค้าจึงสมควรได้รับเวลา (ด้านที่ 2)”

-อาร์เซน เวนเกอร์ กล่าวไว้

ผมยกสิ่งที่ปรมาจารย์เฟรนช์ที่บอกว่าเตรียมจะเริ่มงานใหม่ให้ใคร ๆ คาดเดากันไปต่าง ๆ นานาต้นเดือน ม.ค.หน้ามา “อ้างอิง” เพราะมันใช้ได้ทั้งกับสถานการณ์ของ โซลารี และอองรี

ก็ให้เหลือเชื่อด้วยว่า ทั้งคู่อายุเท่า ๆ กัน 41-42 ปี และเริ่มต้นคุมทีมชุดใหญ่ใกล้ ๆ กัน

แต่ที่ต่างกัน คือ ช่วงดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ หรือช่วงเวลา “ฮันนีมูน” นั้นต่างกัน

เฉพาะอย่างยิ่งเกมแรก หรือเกมแรก ๆ ที่จะ set the tone เกมการเล่น ความมั่นใจ และผลการแข่งขันนัดต่อ ๆ มา

โชคร้ายที่ 1 คือ เธียร์รี อองรี ไม่มีตรงนั้นเอาซะเลย

แต่จะมีโชคร้ายที่ 2 ที่จะไม่ได้รับ “โอกาส” ทำทีมนานเพียงพอหรือไม่ อันนี้ต้องติดตาม

ขณะที่ ซานติอาโก้ โซลารี ก็ต้องดูด้วยว่า พอพ้นช่วง “ฮันนีมูน” ไปแล้ว ผลการแข่งขันจะยังเป็น “โพสิทีฟ” อยู่หรือไม่