ตัดสินที่ High Pressing

6 October 2018
607 VIEWS

สักพักใหญ่แล้วนะครับที่เราไม่ได้เห็น gegenpressing หรือการเล่นเพรสซิ่งแบบ “ดุดัน” ของลิเวอร์พูล เฉพาะอย่างยิ่งกับ “ระยะเวลา” 22 วัน เตะ 7 นัด “โหด ๆ” ที่กำลังจะครบนัดสุดท้าย “ซูเปอร์ซันเดย์” นี้กับแมนฯซิตี้

หรือจริง ๆ แล้วตั้งแต่เปิดฤดูกาลมาก็ว่าได้ที่ฟุตบอลของ เยอร์เก้น คลอปป์ จะมีจังหวะผ่อนหนัก ผ่อนเบา ผ่อนสั้น ผ่อนยาวมากกว่าทุกฤดูกาล

Power save mode?

ก็อาจจะใช่ แต่หลัก ๆ แล้ว เรา ๆ ท่าน ๆ เชื่อกันว่า ลิเวอร์พูลมีการ “ปรับตัว” เพื่อการต่อสู้ในฤดูกาลยาว ๆ และอย่างที่ผมเรียนไว้เมื่อวานว่า หากไม่ “พลาด” โดนท้ายเกมกับนาโปลี

ความงดงามของ Mode “อนุรักษ์พลังงาน” ของทีมคงจะดูดีกว่านี้ก่อนแมตช์ที่ “ยิ่งใหญ่” และมีความสำคัญที่สุดนับจากเปิดซีซั่นนี้กับ “แชมป์เก่า” ซิตี้

ที่จะเป็นเกมตัดสิน “จ่าฝูง” และอาจ “วัดแชมป์” ในบั้นปลายได้…

เพราะโหมดเซฟพลังงาน หรือเปล่า ทำให้นักเตะเด่นของทีมกลายเป็น “3 ประสาน” ใจกลางแนวรับ อลิสซง, ฟาน ไดต์ และโกเมซ?

อาจะเป็นได้นะครับทั้งที่ก่อนหน้านี้มาโดยตลอด “3 แนวรุก” มาเน่, เฟียร์มิโน่ และซาลาห์ คือ นักเตะที่ทุกคนพูดถึง และชื่นชม

ไม่มากก็น้อย ผมเชื่อว่าเป็นเพราะ “กลยุทธ์” ของคลอปป์ที่ยังไม่ได้ใส่ “เกียร์ 5” เดินหน้าฆ่ามันเปิดเกมรุกเต็มตัว หรือบดบี้ gegenpressing เต็มสูบ

ทว่านัดนี้ก่อน “ทิ้งทวน” ไปเตะแมตช์ทีมชาติ “ฟีฟ่าเดย์” ทุกอย่างอาจเปลี่ยนไป…

ใช่แล้วครับ เกมนี้นอกจาก “เดิมพัน” จะสูง ทั้ง 2 ทีมยังไม่มีห่วงในการเล่นอีกต่อไป เพราะจะจบช่วงเวลา “หฤโหด” ที่นัดนี้

ในมุมของลิเวอร์พูล ผมจึงไม่ได้มองแค่ gegenpressing แต่ยังเป็นการเพรสซิ่งสูง หรือ “เพรสซิ่งแดนบน” (High Pressing) อันเป็นจุดเด่นสำคัญของหงส์แดง

และก็แน่นอนครับว่า เป็น “ส่วนหนึ่ง” หรือเป็นกลวิธีหนึ่งของ “กลยุทธ์” gegenpressing

ที่เราแทบไม่ได้เห็นในซีซั่นนี้

เรื่องวันนี้ผมยัง “จั่วหัว” ประเด็นนี้เอาไว้ เพราะมองว่าจะเป็น “กุญแจ” ตัดสินผลแพ้ชนะในนัดนี้ในแง่ “ภาพรวม” เชิงกลยุทธ์การเล่น

ที่ผ่านมากับ “สถิติ” คลอปป์ เหนือเป๊ป ล้วนเกิดจากแท็คติกส์ high pressing ที่จะกดดันไม่ให้แมนฯซิตี้ ออก “บอลแรก” ได้ถนัด

อันจะตามมาด้วยความพยายาม “ช่วงชิง” ความได้เปรียบ และสร้าง transition จากรับเป็นรุกตั้งแต่ในแดนแมนฯซิตี้ได้ทันทีด้วยการบี้แย่งบอลเร็ว และสูงในแดนเรือใบสีฟ้า

ทำให้ “เป๊ป” และลูกทีมพลาด และหลังชนกำแพง

นั่นคือ สิ่งที่ผมคาดหวังจะได้เห็นจากลิเวอร์พูลนะครับ

ขณะที่ แมนฯซิตี้ และ “เป๊ป” ผมคาดหวังจะได้เห็นการ “แก้เกม” และหาวิธี “แกะ” เพรสซิ่งแดนบนของลิเวอร์พูลให้ออก หรือ “หนามยอก” (เหมือนนาโปลี) เพรสซิ่งสูงใส่ และบีบพื้นที่แดนกลางทั้งหมดไม่ว่าจะด้วยแท็คติกส์ inverted full backs (หุบ ฟูลแบ็ค มายืนตรงกลางหน้าเซนเตอร์ฮาลฟ์ เพื่อเพิ่มคนในแดนกลาง) เพื่อจะทำได้ดีกว่า “ภาพรวม” 14 นัดที่คลอปป์ชนะ 8 แพ้ 5 เสมอ 1

หรือกล่าวได้ว่า คลอปป์ คือ “คนเดียว” ในโลกที่มีสถิติเหนือกว่า “เป๊ป”

ดังนั้น นัดนี้ชาวโลกตั้ง “โจทย์” ไว้แล้วว่า ต้องการเห็นวิธีการเล่นของ “เป๊ป” ที่ได้ชื่อว่าเป็น Innovator หรือนักคิดลูกหนัง ว่าจะ “แก้ลำ” คลอปป์ได้อย่างไร

<ad> ห้ามพลาด! ซูเปอร์แมตช์เกมนี้แบบชัดที่สุดด้วยระบบ 4K ทาง “ทรู วิชั่นส์” ช่อง 400 มีนัดกันคืนวันอาทิตย์ที่ 7 ต.ค. ตั้งแต่เวลา 22.30 น. ใครสนใจลองดูข้อมูลเพิ่มเติมรายละเอียดตามนี้นะ https://bit.ly/2yu6Qs6 🙂