หัวใจที่ยิ่งใหญ่จนเอาชนะมะเร็งของวิอัลลี่

27 November 2018
262 VIEWS

หากคุณรู้ตัวว่าป่วยเป็นมะเร็ง คุณจะมีสภาพจิตใจเช่นไร?

…หากคุณคือคนที่อยู่ในช่วงบั้นปลายชีวิต ล่วงเข้าสู่วัย 70-80 ปี และที่ผ่านมาใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าแล้ว คุณอาจจะไม่รู้สึกตกอกตกใจอะไร และพร้อมที่จะเผชิญกับความตายที่รออยู่…แต่หากคุณตรวจพบโรคร้ายในวัยที่คุณยังมีไฟฝันอยู่ มันอาจจะเป็น ‘อุปสรรค’ กำแพงชีวิตที่สูงชัน ที่ทำให้คุณต้องทดท้อ สิ้นหวัง ความฝันมลายหายสิ้นไปชั่วพริบตาทันทีที่คุณทราบ เพราะเปอร์เซ็นต์ที่คุณจะถูกพรากไปจากโลกนี้มีสูงมาก

ประวัติศาสตร์ของโลก ณ 2018 บันทึกเอาไว้ว่า โรคมะเร็ง คือศัตรูเบอร์ต้นๆของโลก ที่คร่าชีวิตมนุษย์ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีใครเอาชนะมันได้…และคนที่เอาชนะได้ ส่วนหนึ่งต้องมี ‘หัวใจที่แข็งแกร่ง’

อย่างไรก็ตาม จิอันลูก้า วิอัลลี่ กองหน้าทีมชาติอิตาลี ยุค 90s กลายเป็นบุคคลในวงการกีฬาคนล่าสุด ที่ออกมาเปิดเผยว่า เขาต้องเผชิญหน้าท้าทายกับมัจจุราชโรคมะเร็ง และสุดท้ายด้วยหัวใจที่เข้มแข็งและแกร่งดั่งผาหิน ก็สามารถเอาชนะโรคร้ายมะเร็งมาได้ และตอนนี้ ผู้ชายวัย 54 ปี ก็พร้อมที่จะเดินหน้าต่อไปในชีวิตบทบาทใหม่ ที่เปรียบเสมือนได้ ชีวิตใหม่จุติขึ้นมาอีกครั้งบนโลกใบนี้

หาก วิอัลลี่ ไม่ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณชนว่าเขาเพิ่งเผชิญหน้ากับโรคมะเร็ง แฟนบอลทั่วโลกคงไม่มีใครรู้ว่า อดีตกองหน้ายูเวนตุสและเชลซี ต้องจมปลักกับโรคร้ายมาเป็นเวลา 1 ปี

ช่วงเวลาที่ผ่านมา วิอัลลี่เก็บตัวเงียบ หลบเลี่ยงจากสปอร์ตไลท์ของสื่อมวลชน และปิดข่าวร้ายไว้ในซอกใจมาตลอด โดย เขาได้ถ่ายทอดเรื่องราว ช่วงเวลายากลำบากของชีวิตไว้ในหนังสือที่เขาเขียนขึ้น เพื่อเป็นอนุสรณ์ของความป่วยไข้ และเพื่อเป็นแรงใจส่งต่อให้กับผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งทั่วโลก ให้ได้มีกำลังใจใช้ชีวิตต่อไปในลมหายใจข้างหน้า เพราะสิ่งสำคัญที่สุดของผู้ป่วยคือ ‘กำลังใจ’

วิอัลลี่ ถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านตัวหนังสือ และบทสัมภาษณ์กับสื่ออิตาลี ว่า เขา ต้องผ่านการทำเคมีบำบัด หรือ Chemotherapy เป็นระยะเวลานาน 8 เดือน รวมถึงต้องฉายรังสีอีก 6 สัปดาห์ หากใครที่ไม่เคยต้องผ่านโรงหมอ หรือกระบวนการต่างๆในการรักษา คงอาจจะจินตนาการถึงความทุกข์ทรมานไม่ได้เท่ากับคนที่เคยผ่านกระบวนการรักษาทางเคมีบำบัด เพราะวิอัลลี่ต้องต่อสู้กับความเจ็บปวด ต่อสู้กับสารเคมีที่เป็นสิ่งแปลกปลอมต่อร่างกาย

“เป็นเวลาเกือบ 1 ปีที่ผมป่วย และตอนนี้ผมกลับมามีร่างกายที่แข็งแรงอีกครั้งครับ” จิอันลูก้า วิอัลลี่ เปิดใจและส่งแรงบวกต่อคนที่ต้องเผชิญโรคร้าย

“แต่ผมเองไม่รู้แน่ชัดว่า กระบวนการรักษามันจะจบอย่างไรนะครับ มันเป็นเรื่องที่ยากลำบากมากๆ ที่ต้องบอกครอบสมาชิกครอบครัว คุณย่อมไม่อยากทำร้ายคนที่คุณรัก ทั้งพ่อแม่, พี่น้อง, ภรรยา และลูกของเรา โอลิเวีย กับ โซเฟีย มันทำให้คุณรู้สึกละอาย เนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณมาจากความผิดของคุณเอง

“ผมเคยสวมเสื้อกันหนาวไว้ในเสื้อเชิ้ต ดังนั้น จึงไม่มีใครสังเกต ผมยังคงเป็นวิอัลลี่คนเดิมที่ใครๆ รู้จัก จากนั้นผมตัดสินใจเล่าเรื่องของผม และบันทึกลงหนังสือ

“ผมหวังว่าเรื่องราวของผม จะสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ทุกคน ซึ่งอยู่บนจุดเปลี่ยนของชีวิต และหวังว่าตัวผมคือหนังสือเล่มหนึ่งที่จะอยู่บนโต๊ะข้างเตียงที่ใคร ๆ หยิบอ่านสัก 1-2 เรื่องก่อนนอน หรือช่วงเช้าที่ตื่นนอน”

“ชีวิตของคน 10 เปอร์เซ็นต์ คือ สิ่งกำหนดว่า จะเกิดอะไรขึ้นกับเรา และอีก 90 เปอร์เซ็นต์ คือ วิธีการรับมือ ผมหวังว่าเรื่องราวของผมกับการต่อสู้โรคร้าย จะสามารถช่วยคนอื่น ๆ เวลาที่ต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากนะครับ”

เรื่องราวการต่อสู้โรคมะเร็งของวิอัลลี่ ไม่ได้เป็นเรื่องราวของนักฟุตบอลคนแรกของโลก เพราะที่ผ่านมาในยุคหลัง ๆ ก็เคยมีนักเตะที่เป็นมะเร็งแล้วสามารถเอาชนะความทุกข์ทนเหล่านั้นมาได้ อาทิ เอริค อบิดัล อดีตแบ็กซ้ายของบาร์เซโลน่า, โจนาส กูร์เตียเรซ อดีตแข้งทีมชาติอาร์เจนติน่า และ สติลิยัน เปตรอฟ อดีตกัปตันทีมแอสตัน วิลล่า

แม้ไม่มีใครเอาชนะสังขาร และความตายได้ … แต่การที่คน ๆ หนึ่งจะเอาชนะโรคร้ายได้ และสามารถกลับมามีชีวิตปกติ ก็นับได้ว่าเป็นเรื่องราวดีๆที่ส่งกำลังใจให้กับ ทุก ๆ คนที่ต้องเผชิญกับสิ่งร้าย ๆ อยู่ในเวลานี้ได้