สิงโตได้คำรามจริง ๆ

8 July 2018
85 VIEWS

จาก “ม้ามืด” สู่รอบตัดเชือกได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปี หรือนานกว่า “อายุเฉลี่ย 26 ปี” ของทีมฟุตบอลอังกฤษชุดนี้ที่ไม่ว่าจะอย่างไร…

Wow, here we go…พวกเค้าทำในสิ่งที่ยากมาก ถึงยากที่สุดได้สำเร็จแล้ว

ฟุตบอลเป็นแบบนี้ครับ และคงต้องบอกว่า “ฝีมือ” อย่างเดียวไม่พอ มันต้องมี จังหวะ และ “โชค” ผสมด้วย

การร่วมสายกับตูนีเซีย, ปานามา และเบลเยียม แถมได้เจอทีมปิศาจแดงยุโรปนัดสุดท้าย คือ “ซูเปอร์โบนัส” เพราะนอกจากจะอยู่ในกลุ่มไม่แข็งนักแล้ว

ยังจะได้เจอ “ทีมเต็ง” นัดสุดท้ายในจุดที่เข้ารอบแล้ว และสามารถพัก/เปลี่ยนตัวได้ถึง 8 คนลงทำการแข่งขัน

เจอโคลัมเบีย ก็ไม่ถึงกับ “ที่สุด” ใน 3 โลก และยังทำอีกสิ่งที่ “รุ่นพี่ ๆ” ทำไม่ได้นั่นคือ ยิงจุดโทษชนะ หลัง 3 หนก่อนหน้านี้แพ้รวด

ผมเองพูดในรายการGuru Road to Champion ครับ “บางที บางที มันอาจเป็น destiny ของอังกฤษ”

ฟุตบอล หรือทุกเรื่องในโลกมันไม่มีทางที่คุณจะแพ้ทุกครั้ง

ชนะบ้าง แพ้บ้าง สลับกันไปเป็นรสชาติชีวิต ไม่ต่างอะไรกับการดวลจุดโทษที่ไม่มีทางที่อังกฤษจะแพ้ “ทุกครั้ง”

ครั้งนี้กับโคลัมเบีย (ชนะ) ตามด้วยการเจอสวีเดน เกมที่ไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์อะไรมากครับ

เพราะสวีเดนไม่มีอะไรเลยกับระบบ4-4-2 และเข้ารอบมาได้เพราะความ “เหนียวแน่น” ของเกมรับที่เก็บคลีนชีตได้ 3 จาก 4 เกม

ขณะที่เกมรุกแม้จะยิงได้ 6 ประตู แต่ก็เป็น “จุดโทษ” 3 ประตู, own goal โดยคู่แข่ง 1ประตู, ยิงแฉลบ 1 ประตู ขณะที่มี open play เพียงลูกเดียว

ฉะนั้นหลังเสียประตูแรกจากลูกคอร์เนอร์ให้ แฮร์รี แม็คไกว์ร นาทีที่ 30 และทำให้สวีเดนต้องปรับรูปแบบการเล่นมารุกมากขึ้น

งานจึงงอกทันที และ no wayback บุกไม่เป็นสำหรับสวีเดน และอังกฤษก็ไม่พลาดไปเสียจุดโทษ แถมแข็งแกร่งในลูกฟรีคิกเพียงพอจะต้าน มาร์คุส เบิร์ก และเหล่าผองเพื่อนได้สบาย

ก่อนจะชนะไปแบบไม่ “บอบช้ำ” ใด ๆ พร้อมโควต้ารอบเซมิไฟนอล ครั้งแรกนับจาก “บอลโลก 1990W ยุคสมัยท่านเซอร์บ๊อบบี้ ร็อบสัน ที่มีนักเตะอย่าง แกรี่ ลินิเกอร์, พอล แกสคอยน์, เทอร์รี บุชเชอร์ นำทัพ

งานนี้จึงกล่าวได้เต็มปากว่า “สิงโต” ได้คำรามจริง ๆ สมกับฉายา

 

ในเกมนี้…ประเด็น “แท็คติกส์” เดียวที่ผมชอบ คือ จังหวะประตูที่ 2 ที่บอลไปทางขวาแล้วทริปเปียร์ไม่ได้โยนจังหวะแรก แต่แตะกลับมาให้ ลินการ์ด โยนไปเสาสองแล้วอัลลี วิ่งแซงมาโหม่งเข้าไปในนาทีที่ 59

ครับ กับทีมที่ “ออร์กาไนซ์” เกมรับดี ๆ เช่น สวีเดน หรืออุรุกวัย การปรับจังหวะไม่โยนจังหวะแรกสามารถทำลายรูปขบวนการรับในกรอบเขตโทษได้

อุรุกวัย และโกดิน ไม่เสียประตูให้ใคร 6 นัดในเกมนานาชาติกระทั่งโดน เปเป้ โหม่งจากคอร์เนอร์ที่เตะสั้น เล่นเร็ว ก่อนโยนเข้ามา

หรือในรอบ 8ทีม กรีซมันน์ ทำท่า “ยึกยัก” 1ทีก่อนจะเตะฟรีคิกให้ วาราน โหม่งนำ 1-0

ทั้ง 2 เหตุการณ์ทำลายจังหวะการยืนคุมพื้นที่ และมาร์คผู้เล่น รวมถึงจังหวะขาของผู้รักษาประตู

ลูกที่ โทนี่ โครส เขี่ยสั้นให้มาร์โก้ รอยส์ แล้วยิงเข้าประตูสวีเดนเองก็เช่นกัน ที่การสะกิดบอลสั้น ๆ นั้นสามารถสร้างความแตกต่างได้

ครับ ฟุตบอลจริง ๆ มีเท่านี้ รุก, รับ, transition และลูกตั้งเตะ

บางที อังกฤษ แม้จะไม่เด่นนักกับเกม open play ที่ต้องอาศัยรูปแบบการเล่นทั้งรุก รับ และ transition ดี ๆ ทว่า “จุดแข็ง” เรื่องลูกตั้งเตะ และโชคชะตา (Destiny) นั้นมีแน่ ๆ

ใช่ครับ…บางที บางที และบางที อังกฤษอาจเป็นแชมป์โลกในฟุตบอลโลกที่คาดเดายากที่สุดในประวัติศาสตร์ครั้งนี้ก็ได้นะครับ