เสี่ยงหัว-เสี่ยงก้อย

มิเกล อาร์เตตา

เพราะผลประโยชน์ในเกมฟุตบอลปัจจุบันเข้าขั้นมากมายมหาศาลโดยเฉพาะบนเวทีใหญ่อย่างพรีเมียร์ลีกทำให้สโมสรฟุตบอลต้องเปลี่ยนแปลงแนวทางในการบริหารใหม่

จากเดิมที่สโมสรพร้อมจะให้โอกาสผู้จัดการทีม (หรือเฮดโค้ชในหลายสโมสร) ในการเตรียมทีม ทำทีม และสู้ไปด้วยกันจนถึงที่สุด ปัจจุบันเพียงแค่ไม่ถึงครึ่งฤดูกาลดีหากผลงานไม่เป็นที่น่าพอใจ ไม่เข้าเป้า และสุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้นแล้ว ต่อให้เป็นกุนซือมือดีชื่อดังแค่ไหนก็รอดยาก

เพราะเหตุนี้เราจึงได้เห็นมหกรรมการปลดกุนซือเป็นว่าเล่นในรอบ 1-2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาที่มีความเหมาะสม 

ไม่เร็วจนไร้เหตุผล และไม่ช้าจนสายเกินไป

2 ทีมล่าสุดที่เกิดความเปลี่ยนแปลงและเป็นข่าวฮือฮาพอสมควรคือ อาร์เซนอล และเอฟเวอร์ตัน ซึ่งผลงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายของสโมสรและความคาดหวังของแฟนบอล สุดท้ายทั้ง อูไน เอเมรี และมาร์โก ซิลวา กระเด็นตกเก้าอี้กันหมด

คำถามที่เกิดขึ้นตามมาคือแล้ว “ปืนใหญ่” กับ “ทอฟฟี่” จะหาใครมาทดแทน?

เรื่องนี้เป็นปริศนามาสักพักครับเพราะดูเหมือนการตัดสินใจปลดสองกุนซือนี้เกิดขึ้นโดยสถานการณ์พาไปทำให้ทั้งอาร์เซนอล และเอฟเวอร์ตัน ไม่ได้มีตัวเลือกในใจที่ชัดเจนหรือได้มีการพูดคุยทาบทามกันมาก่อน ต่างจากกรณีของ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ที่ปลดเมาริซิโอ โปเช็ตติโน ปุ๊บก็มีการแต่งตั้ง “The Happy One” โจเซ มูรินโญ เข้ามาทดแทนทันที

ระหว่างนี้ก็ให้สตาฟฟ์โค้ชที่เป็นอดีตนักเตะขวัญใจอย่าง เฟรดริก ลุงเบิร์ก และดันแคน เฟอร์กูสัน ทำงานทดแทนกันไปก่อน 

สำหรับเอฟเวอร์ตัน การมาของ “บิ๊กดังค์” ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศในทีมอย่างชัดเจน เอฟเวอร์ตัน กลับมาเป็นทีมที่เล่นแบบมีหัวใจอีกครั้ง ตรงข้ามกับกันเนอร์ส ที่อาการหนักกว่าอย่างเห็นได้ชัด 

แม้จะชนะในเกมกับเวสต์แฮม แต่ผลงานนัดที่เหลือย่ำแย่ ล่าสุดแพ้แมนเชสเตอร์ ซิตี แบบหมดรูปและทำให้ตัวลุงเบิร์ก เองเรียกร้องผู้บริหารของสโมสรแบบแปลเป็นไทยได้ง่ายๆว่า “จะทำอะไรก็รีบทำ” 

อย่างไรก็ดีเวลานี้เริ่มมีความชัดเจนสำหรับตัวเลือกของสองสโมสรแล้วครับ

เอฟเวอร์ตัน เลือกกุนซือมากประสบการณ์สูงและเป็นหนึ่งในกุนซือที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลกอย่าง คาร์โล อันเชล็อตติ 

ขณะที่ อาร์เซนอล ทำในสิ่งตรงข้ามเมื่อพวกเขาเลือก มิเคล อาร์เตตา อดีตกัปตันทีมที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในการคุมทีมชุดใหญ่มาก่อนเลย

ฟังผิวเผินดูเหมือนทอฟฟี่จะเลือกได้ดีกว่าใช่ไหมครับ?

แต่เอาเข้าจริงแล้วไม่มีใครรู้ว่าผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นอย่างไร เพราะการที่ทีมฟุตบอลจะประสบความสำเร็จได้ในปัจจุบันมันมีองค์ประกอบเข้ามาเกี่ยวข้องเยอะมาก มากกว่าในอดีตที่ขอแค่ผู้จัดการทีมดีๆสักคนก็สามารถจะนำสโมสรไปสู่ความสำเร็จได้แล้ว

ฝีมือมีไหม ปรับตัวกับโลกทันหรือเปล่า สื่อสารเก่งไหม จิตวิทยาเป็นไหม แล้วลูกทีมยอมรับหรือไม่

อันเชล็อตติ อาจจะเป็นคนที่เราคุ้นเคยกว่า คุมทีมระดับท็อปมามากมาย ประสบความสำเร็จเยอะแยะ ครั้งหนึ่งเป็นกุนซือที่แทบจะการันตีแชมป์ให้กับทุกสโมสรที่ไปคุมทีมได้ แต่ยังยากจะคาดเดาว่าเขาจะทำทีมเอฟเวอร์ตันได้ไกลถึงไหนกัน

ความจริงอันเชล็อตติ เองก็เสี่ยงหากจะรับงานนี้เพราะนั่นหมายถึงสถานะของกุนซือระดับ Elite ของเขาจะถูกลดทอน เหมือนราฟา เบนิเตซ ที่เคยเป็นกุนซือในระดับ A-Class ปัจจุบันไม่มีสโมสรระดับท็อปทีมไหนมองเขาในระดับนั้นอีกแล้ว

สำหรับอาร์เตตา ดูอ่อนประสบการณ์ชัดเจน แต่จากที่ติดตามมาสื่อในอังกฤษค่อนข้างชื่นชมนะครับ ในเบื้องลึกเบื้องหลังก็เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถมากพอสมควร หลายคนเชื่อว่าเขาพร้อมและมีศักยภาพจะเป็น “คนแถวหน้า” ได้สบายๆ

ระดับเป๊ป ยังรีบคว้าตัวมาเป็นมือขวาก็น่าจะบ่งบอกอะไรได้บางอย่างอยู่แล้ว

ในวันที่อาร์แซน เวนเกอร์ วางมือเขาเองก็เป็นแคนดิเดตต้นๆที่จะได้รับตำแหน่ง ก่อนที่สุดท้ายจะพ่ายแพ้ให้กับ “พรีเซนเตชัน” ของเอเมรี (ใครคิดว่าการพรีเซนต์ไม่สำคัญต้องคิดใหม่นะ) ที่ดูดีกว่าจนชนะใจบอร์ดบริหารของกันเนอร์สได้

แต่ท้ายที่สุดถึงวันนี้ที่เอเมรี ทำไม่ได้อย่างที่พูด บอร์ดอาร์เซนอลที่นำโดย ราอูล ซาเนลฮี และ วิไน เวนเคทชาม คิดว่าพวกเขาควรจะกลับมาหาอาร์เตตาอีกครั้ง เช่นกันกับอดีตมิดฟิลด์ชาวสเปนที่คิดว่านี่เป็นโอกาสที่เขาควรจะคว้าไว้สักที (ในวงเล็บว่าจริงๆเอฟเวอร์ตันก็สนใจเขา เพราะก็เล่นกับทอฟฟี่หลายปีเหมือนกัน!)

ข้อดีของกุนซือสายเลือดใหม่ก็มีอยู่มากครับ เช่น ความสดใหม่ ไอเดีย และพลัง ซึ่งในปัจจุบันก็มีกุนซืออายุน้อยฝีมือดีอยู่พอสมควร ยกตัวอย่างให้เห็นง่ายๆก็เช่น ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ กับไลป์ซิก หรือในอังกฤษ ครั้งนึงเบร็นแดน ร็อดเจอร์ส ก็เคยสร้าง “สวอนซีโลนา” และเกือบพาลิเวอร์พูล สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาแล้ว

ดังนั้นถึงมันจะมีความรู้สึกปนเปไปกับการตัดสินใจบ้าง (ถึงจะไม่ได้ชอบไม่ได้เชียร์ทั้งสองทีมก็ตาม) 

แต่ทั้งหมดทั้งมวลแล้วมันไม่ต่างอะไรจากการเดิมพัน เสี่ยงหัว-เสี่ยงก้อย

วินาทีสำคัญอยู่ที่การดีดเหรียญขึ้นไปบนฟ้า – ซึ่งหมายความว่าเขากล้าที่จะตัดสินใจแล้ว

ที่เหลือก็รอดูผลลัพธ์ว่ามันจะออกมาเป็นใจอย่างที่หวังไหม



MOST POPULAR

Thought

หงส์สุกงอม ?

อ่าน 23,439 ครั้ง

Thought

หงส์สุกงอม (2) ?

อ่าน 15,987 ครั้ง

Thought

หงส์แดงชนะเพราะ?

อ่าน 14,150 ครั้ง

RELATED POSTS

Story

สิงหาอาถรรพ์…เคนไม่เคยยิงให้สเปอร์ส

SPORTDesk. Team

มีการเปิดเผยสถิติอันน่าประหลาดในประวัติศาสตร์ชีวิตแฮร์รี่ เคน กองหน้าสเปอร์ส เจ้าของดีกรีรางวัลดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก 2 สมัย ในฤดูกาล 2015-16 และ 2016-17 ว่า ที่ผ่านมา กองหน้าสเปอร์สอันฟอร์มหุงขึ้นหม้อขนาดนี้  แต่เขา “ไม่เคย” ยิงประตูให้สเปอร์ส ในเกมพรีเมียร์ลีกในช่วงเดือน สิงหาคม เลย

Story

ลูอิส แฮมิลตัน อาจเป็น “เซอร์” หลังอังกฤษเตรียมผลักดันยศให้แชมป์โลกฟอร์มูลาวัน 6 สมัย

SPORTDesk. Team

ความสำเร็จของ แฮมิลตัน ในการคว้าแชมป์สมัยที่ 6 นอกจากจะทำให้เขากลายเป็นแชมป์โลก F1 มากที่สุดอันดับ 2 ตลอดกาลแล้ว อาจทำให้เขาได้เป็น “ท่านเซอร์” ด้วย

Feature

เจาะลึก “แท็คติกส์” บอลโลก รอบ 8 ทีมสุดท้าย

ไข่มุกดำ

ผ่านพ้นไป 21 วัน หรือ 3 สัปดาห์เต็ม ๆ พอดีสำหรับฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งเดินทางมาถึงรอบควอเตอร์ไฟนอลที่ชาวโลกได้ 8 ทีมสุดท้ายแบบ “เซอร์ไพรส์” มิใช่น้อย ประเด็นสำคัญ ๆ กว่าที่บอลโลกครั้งที่ 21 จะเดินทางมาถึงจุดนี้มีอะไรบ้าง…ไปติดตามกันได้เลย