บันไดลิงสู่บัลลงดอร์ของอาซาร์

21 September 2018
299 VIEWS

นับตั้งแต่ปี 2007 ที่ “กาก้า” คว้ารางวัลลูกบอลทองคำ หรือบัลลงดอร์ ในฐานะนักเตะยอดเยี่ยมของโลก

หลังจากนั้นจวบวันนี้ เกียรติยศดังกล่าวถูกยัดใส่มือลิโอเนล เมสซี่ ไม่ก็คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เพียงสองคน

สิบปีเต็มพอดีกับการครองความยิ่งใหญ่แบบ “ดูโอโพลี” ของสองซูเปอร์สตาร์จนกระทั่งแฟนลูกหนังส่วนใหญ่บ่นว่า “น่าเบื่อ”

แต่ยัง…ยังมีอะไรน่าเบื่อกว่านั้นอีก เพราะกระทั่ง “ท็อป ทู” ของบัลลงดอร์ (ช่วงหนึ่งถูกควบรวมกับฟีฟ่า กลายเป็นฟีฟ่า บัลลงดอร์” ตลอดสิบปีที่ผ่านมา ก็ถูกครอบงำโดยสองคนนี้ ยกเว้นแค่ครั้่งเดียวในปี 2010 เมื่อแชมป์ลาลีกา และแชมป์ฟุตบอลโลก ระดับอันเดรียส อิเนียสต้า เบียดมารั้่งอันดับสอง รองจากเพื่อนร่วมสโมสรอย่างเมสซี่

แซวกันว่าหนทางเดียวที่อิเนียสต้า จะมีสิทธิ์อุ้มรางวัลนี้กลับบ้าน คือมรึงต้องพาสเปน ไปคว้าแชมป์บอลจักรวาล !

9 ใน 10 ปีหลังสุด ตัวละครบนเวทีบัลลงดอร์ เปลี่ยนเพียงตัวประกอบที่มาเติมเต็มในอันดับสาม จากเฟร์นานโด ตอร์เรส, ชาบี เอร์นานเดซ, อันเดรียส อิเนียสต้า, ฟร้องค์ ริเบรี่, มานูเอล นอยเออร์, เนย์มาร์ รวมถึง อองตวน กรีซมันน์

แต่สัจธรรมชีวิต คือทุกสรรพสิ่งย่อมเกิดขึ้น ตั้งอยู่แล้วดับไป เมสซี่ วันนี้อายุ 31 ขณะที่โรนัลโด้ แก่กว่าสองปี  ทั้งคู่ถือว่าอยู่ในช่วงบั้่นปลายอาชีพ และกำลังจะถูกคลื่นลูกหลังม้วนเกลียวไล่ทัน

คำถามสำคัญที่ทุกคนอยากรู้คือ…แล้วใครจะก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งคนใหม่?

อืมม…นึกดูแล้วก็น่าสนใจไม่หยอก

เพราะอันดับสามบนทำเนียบบัลลงดอร์ในห้วงทศวรรษหลัง หลายคนตกจากที่สูงไปเรียบร้อย

ชาบี ไปขุดทองกาตาร์ ตอร์เรส กับอิเนียสต้า หากินในแดนปลาดิบ ส่วนริเบรี่ กับนอยเออร์ โรยราเป็นไม้ใกล้ฝั่ง

เหลือแค่เนย์มาร์ เจ้าของอันดับสามบัลลงดอร์ สองสมัย กับกรีซมันน์ ยังสามารถไปต่อ

ด้วยอายุไล่เลี่ย เนย์มาร์ 26 และกรีซมันน์ 27 นี่คือช่วงพีกของอาชีพนักฟุตบอล

แน่นอน ทั้งคู่ถือเป็นสองแคนดิเดต แต่ก็เช่นเดียวกับบางคน ไม่ว่าจะเป็น ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, โม ซาลาห์, เควิน เดอ บรอยน์ แม้กระทั่งดาวรุ่งอย่างคีเลียน เอ็มบับเป้

แต่ส่วนตัวผม  นักเตะที่เหมาะสมกับตำแหน่ง “ว่าที่” เบอร์หนึ่งโลกคนถัดไปในอีกไม่นานเกินรอ มีชื่อเสียงเรียงนามว่า “เอแด็ง มิเชล อาซาร์”

จะว่าไป อาซาร์ จ่อคอหอยขึ้นระดับท็อปทรีของโลกมาได้พักใหญ่แล้ว ถ้าวัดตามคุณภาพฝีเท้าเพียวๆ

แต่หลักฐานกลายว่าผลงานแจ่มสุดของเจ้าตัวบนเวทีบัลลงดอร์ กลับได้แค่อันดับ 8 เพียงครั้่งเดียวเมื่อสามปีก่อนตอนพาเชลซี คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก ควบถ้วยลีก คัพ ในยุคของโชเซ่ มูรินโญ่

เพราะอะไร ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ?

วันนี้ อาซาร์ ต้องคิดให้จงหนัก เค้กเบิร์ธเดย์ก้อนที่ 28 กำลังรอเป่าในเดือนมกราคม นี่คือช่วงเวลาที่เขาต้องขึ้นมือหนึ่ง หรือไม่ก็ลืมมันไปซะ

คำถามคือแล้วจะต้องทำอย่างไร ?

 

1.ในแง่ฝีเท้า ไม่มีใครกังขา นี่คือนักเตะตัวรุกที่ครบเครื่องที่สุดในยุคนี้ ตอกย้ำด้วยผลงานกว่า 6 ปีในเครื่องแบบของเชลซี ยิงไป 94 ลูก แอสซิสต์ให้เพื่อนอีก 77 ประตู จากการลงเล่น 305 เกม

อาซาร์ ยังเป็นเจ้าพ่อของการเลี้ยงบอลที่แย่งยากที่สุดคนหนึ่ง เหลี่ยมบังคู่แข่งจัดอยู่ในขั้นเซียน สามารถโยนจากด้านข้าง หรือกระชากเข้าในแล้วซัดไกล ยกเว้นการโหม่งที่อาจไม่ใช่จุดเด่น แต่นั่นก็เช่นเดียวกับเมสซี่

เมื่อครบเครื่องขนาดนี้แล้ว อาซาร์ ยังต้องพัฒนาอะไรอีกเพื่อเอื้อมมือไปแตะบัลลงดอร์ ? มีครับ และนั่นคือสิ่งที่เมาริซิโอ ซาร์รี่ กำลังจะปั้นให้เขาเป็น

เพราะการชนะบัลลงดอร์ ถ้าแค่เทคนิคอย่างว่า ป่านนี้จอมทัพระดับชาบี เอร์นานเดซ หรืออันเดรียส อิเนียสต้า คงคว้าไปนอนกอดคนละใบสองใบ สิ่งที่ขับให้เด่นกว่านั้่นคือการจบสกอร์ ซาร์รี่ บอกว่านักเตะคุณภาพอย่างอาซาร์ ควรยิงได้ถึง 40 ประตูทุกซีซั่น แต่ตลอด 6 ปีในสแตมฟอร์ด บริดจ์ ไม่มีสักครั้งเดียวที่ทำได้แม้แต่ครึ่ง (20 ประตู)  ใกล้เคียงสุดคือ 19 ลูกในปี 2014/15

 

2.รอยตำหนิที่เห็นชัดเจนสุดในการเล่นของอาซาร์ ช่วง 3-4 ปีหลัง คือความไม่สม่ำเสมอ

ว่ากันว่านี่คือกำแพงที่กั้่นระหว่างอาซาร์ กับการถูกยกย่องแบบเต็มปากจากบรรดานักวิจารณ์และแฟนบอล

ทุกคนรู้ว่าเขาคือนักฟุตบอลที่ความสามารถเหลือล้น แต่จะมีประโยชน์อะไรถ้าฤดูกาลหนึ่ง โชว์ฝีตีนขั้นเทพ แต่อีกปีถัดมา ห่วยแตกชนิดสุนัขไม่รับประทาน

ซีซั่น 2014/15 อาซาร์ ระเบิดฟอร์มทั้่งยิง-จ่ายให้เชลซี คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก สมัยที่ห้า

แต่ปีต่อมากลับออกทะเล คลำเป้าไม่เจอในลีก กว่าจะปลดล็อกลูกแรกต้องรอถึงปลายเดือนเมษายน ก่อนจบด้วยผลงานซัดแค่ 4 ประตู

อาซาร์ กลับมาเล่นดีอีกครั้่งในฤดูกาลแรกของอันโตนิโอ คอนเต้ พาเชลซี ทวงบัลลังก์แชมป์พรีเมียร์ ลีก คืน  และก็อีหรอบเดิมที่ตามมาด้วยฟอร์มต่ำกว่ามาตราฐาน แม้เป์นดาวยิงสูงสุดของทีม แต่ก็เพียง 12 ลูก

ถ้าอาซาร์ จะฝันถึงบัลลงดอร์ เขาต้องเก่งให้ต่อเนื่อง เหมือนเมสซี่ ที่ไม่เคยยิงต่ำกว่า 40 ประตูมาตลอด 9 ปีหลัง และโรนัลโด้ หลุดจาก 40 ลูกแค่ครั้่งเดียวในระยะเวลาเท่าๆ กัน

 

3.ทุกวันนี้ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครคือเอเย่นต์ของเอแด็ง อาซาร์ รู้แต่เพียงเป็นญาติ เจ้าตัวไม่ได้จ้างซูเปอร์เอเย่นต์เหมือนนักเตะตัวท็อปคนอื่นๆ

เผินๆ อาจดูว่าปกติ เพราะเมสซี่ ก็ใช้ญาติทำหน้าที่ตัวแทน แต่สถานภาพของเมสซี่ คือเทวดาบนหิ้งอยู่แล้ว ปักหลักอยู่กับบาร์เซโลน่า ไปจนกว่าจะแขวนรองเท้า

ง่ายๆ คือเมสซี่ ไม่มีความจำเป็นต้องใช้เอเย่นต์ เพื่อมองหาอนาคตที่ดีกว่า

แต่อาซาร์ ยังไม่ถึงขั้นนั้น และมันเป็นความจริงที่น่าแปลกว่านักเตะเนื้อหอมระดับเขา สามารถฝังรากอยู่กับทีมๆ เดียว ได้นานจนถึงฤดูกาลที่ 7 และยังอยู่ทั้่งที่ต้นสังกัดเคยอดไปเล่นถ้วยยุโรป ตอนจบแค่กลางตารางในอันดับ 10

หรือในฤดูกาลนี้ที่ได้เพียงโควตาในถ้วยยูโรปา ลีก

ลองคิดกลับกัน ถ้าอาซาร์ มีเอเย่นต์อย่างฮอร์เก้ เมนเดซ หรือมิโน่  ไรโอล่า ป่านนี้เขาจะเตลิดไปถึงไหนต่อไหน

 

4.ต่อให้อาซาร์ จะมีหรือไม่มีซูเปอร์เอเย่นต์มาทำงานให้ก็ตามถ้าไม่อยากให้บัลลงดอร์เป็นแค่ความฝัน เขาจำเป็นต้องหาทางย้ายออกจากสแตมฟอร์ด บริดจ์

แฟนเชลซี ต้องไม่ชอบไอเดียนี้แน่ๆ  มันไม่เกี่ยวกับขนาดของทีมว่าใหญ่หรือเล็ก แต่ปัญหาหลักของเชลซี คือการขาดเสถียรภาพที่ส่งผลกระทบต่อผลงานในสนาม

ไม่เท่านั้น สไตล์บอลอังกฤษ ในพรีเมียร์ ลีก ยังเรียกร้องมากเกินไปจากนักเตะ

ขณะที่เมสซี่, คูตินโญ่ รวมถึงหลุยส์ ซัวเรซ กับบาร์เซโลน่า หรือก่อนหน้านี้ตอนโรนัลโด้ ใส่เครื่องแบบเรอัล มาดริด บ่อยครั้งที่ตัวรุกเหล่านี้สามารถเล่นแต่เกมบุก ไม่ต้องพะวงหรือรับผิดชอบในเกมรับ

เพราะความห่างชั้่นของสองทีมใหญ่กับเหล่าปลาซิวปลาสร้อยในลา ลีกา

เมื่อกลางสัปดาห์ในแชมเปี้่ยนส์ ลีก หลายคนเห็นแล้วว่าเนย์มาร์ กับเปแอสเช โดนลิเวอร์พูล ไล่บี้ไล่ฟัดจนเล่นไม่ได้ ไปไม่เป็น ไม่เห็นเก่งอย่างที่อวย

แต่ในลีก เอิง ฝรั่งเศส พวกเขาเก่งขั้นเทพ กองหน้ามีหน้าที่บุกอย่างเดียว โชว์ลีลา ทักษะ ความสามารถเฉพาะตัวให้แฟนๆ ได้ทึ่ง

ถามว่าในลีกอังกฤษ ตัวเทพอย่างอาซาร์, ซาลาห์ หรือเดอ บรอยน์ จะทำแบบนั้่นได้หรือ

มีหวังโดนกุนซือตบกบาลยุบ

ถ้าอาซาร์ ต้องการบัลลงดอร์มาประดับบารมีอย่างน้อยหนึ่งหน เขาต้องไปเวทีที่ให้โอกาสใช้จุดเด่นที่สุดของตัวเอง คือเกมรุกแบบเต็มร้อย ถอยหลังเป็นหกล้ม

เพราะคนตัดสินรางวัล มันก็แจกแค่กองหน้า กับตัวรุกเท่านั้นแหละ วัดกันที่ประตูและแอสซิสต์ ไม่ได้ดูหรอกว่าใครทำงานหนักกว่ากัน…