เราจะเติบโตไปด้วยกัน

25 November 2018
342 VIEWS

ไม่มีอะไรใน “กอไผ่” นะครับ เพราะทัพช้างศึก ทีมชาติไทย แทบไม่ได้โดน “ทดสอบ” ใด ๆ จากผู้มาเยือน สิงคโปร์ ในเกมสุดท้ายของ อาเซียน คัพ 2018 กลุ่ม B

ฟุตบอล “สไตล์ลอดช่อง” ของฟานดี้ อาหมัด ไม่ได้มี “รูปแบบ” อะไรพิเศษนอกจากออกบอลด้านข้างแล้วโยนเข้ากลางในกรอบเขตโทษทีมชาติไทย

“เชฟ” เกมรับเราไม่ได้เสีย หรือเกิด “ฟันหลอ” ระหว่าง “แบ็คโฟร์” เพราะทั้ง มิก้า, เฉลิมพงษ์, พรรษา และกรกช ต่างรักษาตำแหน่งเหมือน “แบ็คโฟร์” ทั้ง 3 แมตช์ก่อนหน้านี้

ถ้าสิงคโปร์เล่นแบบนี้ ให้เตะอีก 2 วัน หรือให้โยนเข้ากลางหา “กำแพงรับ” ไทย 10 ชั่วโมงติดต่อกันก็ไม่มีทางยิงประตูเราได้ครับ

ผมเองนั่งชมแบบค่อนข้างสบายใจ และ “รอคอย” เพียงประตูจากเกมรุกของเราเท่านั้น

ไฟนอลสกอร์ 3-0 น่าจะมากกว่านั้นได้ และแม้จะไม่ตื่นเต้นเร้าใจเหมือนที่ทราบ ๆ กันอยู่แล้ว แต่ก็ต้อง “ยอมรับ” นะครับว่า เกมนี้มีหลายโมเมนท์ที่เรา “โต้กลับ” และมีสปีดการเล่นเกมรุกที่หลากหลาย

กล่าวคือ หากคู่แข่งกล้า commit บุกเข้าหา มิโลวาน ราเยวัช ก็ “กล้าเสี่ยง” มากขึ้นในระดับที่ชั่งน้ำหนักแล้วเห็นว่า สามารถบุกเติมไปได้

ทั้ง 3 ประตูสวยหมด แต่ยก “เครดิต” ให้เทคนิค และทักษะของ ศุภชัย ใจเด็ด ในประตู 2-0 ที่แสดงให้เห็นทั้งความนิ่ง และความคม (clinical finish)

ดาวเตะวัย 19 ปีมี “ครบ” และแสดงผ่าน first touch ก่อนจะวอลเลย์ผ่าน ฮัสซัน ซันนี่ นายด่านสิงคโปร์เข้าไปอย่างงดงาม

ประตูนี้ “ตอบโจทย์” ทุกข้อ ไม่ว่าจะเป็นความสามารถเฉพาะตัวแบบ “ตัวต่อตัว” ของไทยที่เหนือกว่า

การเล่นเป็นทีม หรือ Collective Play ทั้งจาก counter attack , การรับ, การบิ้วท์อัพเกมรุก (ประตูที่ 2 และ 3 และภาพรวม) และ transition ระหว่างรับเป็นรุก/รุกเป็นรับที่ความ “เป็นทีม” เราก็เหนือกว่า

งานนี้แม้สิงคโปร์จะพยายาม “ตัดเกม” (ฟาล์ว 19 ครั้ง: 9 ครั้ง และ 4:0 ใบเหลือง) ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งทัพช้างศึกได้

ดังนั้น สกอร์ไลน์ 3-0 กับตำแหน่งจ่าฝูงกลุ่ม บี จึงไม่ใช่เรื่องโกหกครับ

อย่างไรก็ดี ต้องยอมรับว่า ทีมช้างศึกชุดนี้ แม้จะได้ชื่อว่า เล่นเกมรับได้ดี หรือเกมรุกก็เยี่ยม ซัลโวประตูได้ทุกนัด

แต่ก็ยังมี “ช่องว่าง” ให้พัฒนาได้อีกมากในอีก 4 นัดที่เหลือหากจะนับว่าเราจะเข้าชิงชนะเลิศ

เหนือสิ่งอื่นใด คือ การต้อง “เติบโต” และก้าวไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่าอย่าง เอเชียน คัพ โดยใช้ อาเซียน คัพ เป็น “บันได”

ผมเชื่อว่า เรากำลังมาถูกทาง แค่ต้องใจเย็น ๆ และรอเวลาเติบโตไปด้วยกันทั้งทีมบอล และแฟนบอลครับ

Image Credit : FA Thailand