เติบใหญ่…ไปด้วยกัน

9 November 2018
129 VIEWS

ย้อนหลังกลับไปเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.2018 – ในวันนั้น ดิดิเยร์ ดร็อกบา ได้ส่งสาส์นถึงทุกคน โดยเป็นการประกาศอย่างเป็นทางการครั้งแรกว่าเขา อดีตศูนย์หน้าผู้ยิ่งใหญ่ และยังคงยิ่งใหญ่ถึงในปัจจุบันและอนาคต ต้องการที่จะอำลาชีวิตการเป็นนักฟุตบอลหลังจบฤดูกาลนี้

ในวัย 40 ปีบริบูรณ์เขาเดินทางมายาวไกลประสบความสำเร็จมามากมายและคิดว่ามันถึงแก่เวลาอันสมควรแล้วที่จะบอกลา

เพียงแต่เขามีเป้าหมายสุดท้ายในการที่จะพิชิตโทรฟี่สุดท้ายในชีวิต

โทรฟี่นั้นไม่ใช่ถ้วยฟุตบอลโลกหรือถ้วยลีกกับสโมสรยักษ์ใหญ่ที่ไหนหากแต่เป็นโทรฟี่เล็กๆที่เรียกว่ายูเอสแอลแชมเปียนชิพกับทีมสโมสรเล็กๆที่ชื่อว่าฟีนิกซ์ไรซิ่งเอฟซี 

สโมสรสุดท้ายในชีวิตของเขาที่ใครหลายคนอาจจะไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าดร็อกบายัง (เล่น) อยู่และอยู่ที่ทีมเล็ก ๆ ทีมนี้

ผมเก็บจดหมายที่บันทึกจากความรู้สึกของดร็อกบาเอาไว้มาเกือบ 2 สัปดาห์และอยากให้ได้อ่านกันก่อนที่เขาจะลงสนามในเกมสุดท้ายของชีวิตในนัดชิงชนะเลิศยูเอสแอลแชมเปี้ยนชิพนัดที่จะพบกับหลุยส์วิลล์ซิตี้เอฟซีในวันนี้

.

.

มีหลายคนถามผมว่า…ทำไมต้องเป็นฟีนิกซ์ ไรซิ่ง เอฟซี?

คำตอบมันง่ายมาก : ผมรักที่นี่ผมเชื่อในโครงการของพวกเขาผมเชื่อในตัวพวกเขา 

เพียงแต่จริง ๆ แล้วมันมีอะไรมากกว่านั้น ขอให้ผมได้อธิบายเพิ่มเติมสักหน่อย…

ตอนที่ผมตัดสินใจจากมอนทรีอัล อิมแพ็คต์มา ผมได้รับข้อเสนอจากทั่วโลกข้อเสนอนั้นมาจากบราซิล, อังกฤษ, ฝรั่งเศสหรือแแม้กระทั่งจีนแต่มีข้อเสนอหนึ่งที่โดดเด่นเหนือกว่าข้อเสนออื่น ๆ มันมาจากสโมสรแห่งใหม่ใน ฟีนิกซ์ อริโซนา ซึ่งหลังจากที่ผมได้มีการสนทนาอย่างยาวนานกับเจ้าของสโมสรโดยคุยกับเบิร์กบาเคย์ผู้ดูแลทีม ไรซิ่ง เอฟซี ที่ผมรู้จักมาตั้งแต่สมัยที่ผมไปเล่นในตุรกีกันบ่อยที่สุดผมเริ่มรู้สึกว่าบางทีนี่อาจจจะเป็นงานที่เหมาะสมกับผม

มันเป็นโอกาสที่พิเศษในการจะได้เป็นส่วนหนึ่งของการเริ่มต้นสร้างอะไรบางอย่างและมันยังเป็นโอกาสที่จะทำให้ผมได้เข้ามาเป็นเจ้าของและได้เริ่มต้นทดลองการเปลี่ยนแปลงสู่ช่วงชีวิตหลังการเล่นฟุตบอลคุณจะเห็นได้ว่ามันสำคัญสำหรับผมในการที่จะไม่ถูกมองว่าเป็นแค่นักฟุตบอลเพราะผมอยากให้ทุกคนมองเห็นผมเป็นนักธุรกิจเป็นคนที่ยังทำงานหลังชีวิตการเล่นฟุตบอลเป็นคนที่คิดถึงการเฝ้ามองเกมฟุตบอลในมุมที่แตกต่างผมเคยมองเกมฟุตบอลในฐานะผู้เล่นและตอนนี้ผมกำลังพิจารณาหาทางเลือกใหม่ซึ่งการที่ผมได้มีโอกาสก้าวเข้ามาสู่ในองค์กรนี้มันทำให้ผมสามารถมองเห็นอะไรที่แตกต่างเป็นมุมมองที่กว้างและลึกขึ้น

แต่ผมก็ยังมีสิ่งที่ยังทำได้ในสนามอีกมากในตอนนั้นผมยังคิดว่าผมเล่นได้อยู่ผมจำได้ว่ามีวันหนึ่งก่อนที่ผมจะตัดสินใจขั้นสุดท้ายในการจะมาเป็นส่วนหนึ่งของฟีนิกซ์ไรซิ่งเอฟซีผมได้ข้อความจากเบิร์คมันเป็นภาพของเขาและผู้จักการทีมทั่วไปที่ชื่อบ็อบบี้ดูลล์ในภาพพวกเขากำลังถือถ้วยแชมป์ยูเอสแอล

ข้อความนั้นบอกว่า

มาคว้าแชมป์นี้กับพวกเรา

และนั่นเองที่ทำให้ผมตัดสินใจ

ก่อนจะมาเป็นดร็อกบาแบบทุกวันนี้ผมบอกกับทุกคนเสมอว่าผมเคยเป็นแค่ ดิดิเยร์ มาก่อน

ผมเฝ้าคิดว่าในหลาย ๆ ทางชีวิตมันได้นำพาผมกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของผมอีกครั้งไปสู่ช่วงเวลาก่อนที่ผมจะเป็นที่รู้จักซึ่งมันก็ไม่ได้นานมากนักในช่วงที่ผมยังเป็นเด็กหนุ่มเดินไปทั่วฝรั่งเศสโดยไม่มีใครจดจำผมได้ไม่มีใครรู้ว่าผมคือใคร

และตอนนี้เมื่อผมเฝ้ามองไปในห้องแต่งตัวมองดูเพื่อนร่วมทีมสิ่งที่ผมเห็นก็คือตัวผมเองในสมัยนั้นผมก็เคยเป็นเหมือนพวกเขา

คุณคงจะเห็นว่าผมมักจะมีอะไรบางอย่างที่พิเศษที่สัมพันธ์กับชีวิตและผมเชื่อว่าพระเจ้าคือคนที่นำพาผมกลับมาสู่ที่แห่งนี้ด้วยเหตุผลบางประการสมัยที่ผมเป็นเด็กผมก็เคยเป็นแบบพวกเขาไม่ได้มีใครที่จะช่วยให้ผมเป็นผู้เล่นแบบในทุกวันนี้ได้ดังนั้นอาจจะเป็นความรับผิดชอบของผมที่จะต้องช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ช่วยให้เขาได้กลายเป็นศูนย์หน้าผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคตหรืออย่างน้อยก็ให้ได้เป็นในแบบที่พวกเขาอยากจะเป็นการได้มอบอะไรกลับไปให้คนอื่นแบบนี้มันทำให้ผมมีความสุขมาก

และสิ่งที่ผมบอกพวกเขาก็คือถ้าพวกเขาอยากจะทำให้ได้แบบเดียวกันสำหรับพวกเขามันง่ายกว่าสมัยของผมมากซึ่งผมหมายความว่าแบบนั้นจริงๆเพราะพวกเขามีพรสวรรค์กว่าามากพวกเขาเล่นบอลได้ในแบบที่ผมทำไม่ได้ในวัยเดียวกันแต่สิ่งที่แตกต่างระหว่างพวกเรานั้นมีแค่สิ่งเดียวง่ายๆคือสิ่งที่อยู่ระหว่างหูสองข้างวัดกันเรื่องใจแล้วใจผมใหญ่กว่า

นั่นเพราะในชีวิตผมการจะประสบความสำเร็จได้ผมต้องสู้ผมได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าความพยายามเอาชนะพรสวรรค์ได้ถ้าคุณมีพรสวรรค์? มันก็ดีแล้วรักษามันไว้ผมไม่สนใจเพราะผมจะพยายามจนกว่าจะเอาชนะให้ได้ผมไม่มีวันยอมแพ้แน่

และนั่นคือสิ่งที่ผมบอกต่อพวกเขา

และนั่นคือสิ่งที่ผมเฝ้ามองพวกเขาจากด้านหลังทุกวันในการซ้อม

และนั่นคือเหตุผลที่ผมพยายามผลักดันพวกเขา

เพราะผมรู้ว่าพวกเขาสามารถจะเป็นใครก็ได้ในแบบที่พวกเขาอยากจะเป็น

พวกเขาแค่ต้องสู้

พวกเขาแค่ต้องมีจิตใจที่เข้มแข็ง

ผมช่วยพวกเขาได้ในเรื่อนี้

ผมได้พูดติดตลกกับทุกคนว่าบางทีพวกเขาอาจจะต้องยอมยกถ้วยแชมป์ให้ผมเพื่อที่ผมจะได้รีไทร์ตัวเองอย่างสงบถ้าผมยังไม่ได้แชมป์ผมอาจจะกลับมาเรื่อย ๆ

แต่ความจริงแล้วนี่คือฤดูกาลสุดท้ายของผมและตอนนี้ก็ถึงรอบเพลย์ออฟแล้วมันคือถ้วยแชมป์ใบที่เบิร์กส่งมาให้ผมตอนนี้ผมมองเห็นมันชัดขึ้นแล้ว

บางทีเราอาจจะได้แชมป์หรือบางทีอาจจะไม่ได้พระเจ้าจะเป็นคนตัดสินในเรื่องนี้

แต่ไม่ว่าเราจะทำสิ่งใดทุกคนตั้งแต่เจ้าของสโมสรมาจนถึงเจ้าหน้าที่ไปจนถึงนักเตะและแฟนๆทุกคน….เราจะทำมันด้วยกัน

เราจะพุ่งทะยาน…พร้อม ๆ กัน

– ดิดิเยร์ ดร็อกบา