ชีวิตผิดฝัน

21 September 2018
270 VIEWS

ย้อนกลับไปเมื่อเกือบ 7 ปีก่อน ในวันที่ 4 ต.ค. 2011 เว็บไซต์ DailyMail รายงานข่าวเล็กๆชิ้นหนึ่งว่า “Everton win race to sign wonderkid Green from Bradford in £2m deal”

เอฟเวอร์ตันเอาชนะทีมอื่นในการคว้าตัวเจ้าหนูมหัศจรรย์กรีนจากแบรดฟอร์ดในราคา 2 ล้านปอนด์

ในเนื้อข่าวเปิดเผยรายละเอียดว่าทีม “ทอฟฟี่บลู”​ ซึ่งอยู่ภายใต้การคุมทีมของ เดวิด มอยส์ ในขณะนั้นประสบความสำเร็จในการคว้าตัวจอร์จกรีนกองกลางดาวรุ่งวัยแค่ 15 ปีจากทีมแบรดฟอร์ดในราคามหาศาลสำหรับดาวรุ่งในวัยนั้นถึง 2 ล้านปอนด์โดยสามารถตัดหน้าหลายทีมที่ต้องการจะได้ตัวเด็กคนนี้ไปร่วมทีมซึ่งรวมถึง ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์และ บาเยิร์น มิวนิค 

อาร์ชี คริสตี หัวหน้าฝ่าย football development ของแบรดฟอร์ดนิยามเด็กคนนี้ว่า “เก่งที่สุดในตำแหน่งนี้เมื่อเทียบกับเด็กวัยเดียวกันและเขาน่าจะกลายเป็นเวย์ นรูนี่ย์ หรือ พอล แกสคอยน์ คนใหม่”

คำยกย่องดังกล่าวมีค่าสูงมากนะครับเพราะสำหรับคนอังกฤษแล้วทั้ง “แก๊ซซ่า” และ “วาสซ่า” คือนักเตะพรสวรรค์ที่หาไม่ได้ง่ายนักในเมืองผู้ดี

แต่ถ้าเก่งแบบนั้นจริงเขาหายไปไหนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา? แล้วทำไมเราไม่เคยได้ยินชื่อของ จอร์จ กรีน กันเลย?

ที่เราไม่เคยได้ยินชื่อของเขาอีกเลยนั่นเป็นเพราะจากเด็กที่ควรมีอนาคตสดใสมากที่สุดกรีนกลายสภาพเป็นไอ้ขี้ยาและเขาเกือบจะลบชื่อตัวเองให้หายจากโลกนี้ไปตลอดกาลด้วยการกระโดดให้รถไฟชน

มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

ลองอ่านให้เป็นอุทาหรณ์นะครับ…

ก่อนที่จะเซ็นสัญญากับเอฟเวอร์ตันเมื่อปี 2011 กรีนในวัย 15 ปีเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่โดดเด่นมากที่สุดของประเทศหลายสโมสรต้องการตัวเขาอย่างจริงจังรวมถึงสเปอร์สซึ่งเทียบเชิญเขาไปทดสอบฝีเท้าที่ลอนดอนด้วย

แต่ยังไม่ทันถึงลอนดอนดีก็มีโทรศัพท์เข้ามาบอกว่าเอฟเวอร์ตันต้องการได้ตัวเขาไปร่วมทีมและสุดท้ายเรื่องนั้นจบลงด้วยภาพการเซ็นสัญญาของเขาในสีเสื้อทอฟฟี่บลูโดยมีค่าตัวเบื้องต้นในการย้ายทีม 350,000 ปอนด์และออพชั่นต่าง ๆ ที่รวมแล้ว 2 ล้านปอนด์

กรีน เซ็นสัญญาเป็นระยะเวลา 2 ปีครึ่งและรับเงินค่าเซ็นสัญญา 45,000 ปอนด์ซึ่งแบ่งเป็น 3 งวดงวดละ 15,000 ปอนด์ซึ่งสำหรับเด็กในวัย 15 ปีที่ไม่เคยได้และไม่เคยมีมาก่อนมันเป็นเงินมากมายมหาศาล

และเขารับมือกับมันไม่ไหว

ความเป็นเด็กวันเดอร์คิด ทำให้เขาถูกจับตาแต่สุดท้ายกรีนไม่สามารถที่จะแทรกตัวเข้าสู่ทีมชุดใหญ่ของเอฟเวอร์ตันได้ หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือการใช้ชีวิตของเขาที่ผิด 

จุดเริ่มต้นของความตกต่ำเกิดขึ้นเมื่อเขาอายุครบ 18 ปีจากเด็กที่ไม่เคยเที่ยวกลางคืนเขากลายเป็นหนุ่มกลางคืนเต็มตัวโลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยแสงสีเสียงสุราและนารีค่อย ๆ เบนความสนใจของเขาจากการทำหน้าที่ในสนาม

แต่หายนะที่แท้จริงคือยานรกที่ชื่อว่า “โคเคน”

กรีนได้รับมันจากใครสักคนในระหว่างการนั่งดูฟุตบอลในผับกับเพื่อนและมันทำลายชีวิตเขาลงอย่างราบคาบ

เขาติดมันอย่างหนักใช้เงินมากถึง 2,000 ปอนด์ต่อเดือนเพื่อซื้อความสุขจอมปลอมและทำให้เด็กมหัศจรรย์ที่ถูกจับตามองว่าจะแจ้งเกิดพร้อมกับจอห์น สโตนส์ และ รอสส์ บาร์คลีย์ เล่นได้ย่ำแย่จนโค้ชก็รับไม่ได้

จากที่ปกปิดพฤติกรรมการใช้ยาได้เขาก็เริ่มปกปิดมันไม่ไหวไม่เพียงแค่ร่างกายที่ดูย่ำแย่เขายังถึงขั้นลืมการฝึกซ้อม 

จนเมื่อเขารู้ตัวว่าเขากำลังจะรับมือทุกอย่างไม่ไหวกรีนตัดสินใจโทรหาเจ้าหน้าที่สโมสรด้วยน้ำตาที่อาบนองหน้า 

“ช่วยผมด้วย”

เอฟเวอร์ตันช่วยเหลือกรีนจริงด้วยการส่งเข้าสถานบำบัดแต่สำหรับอนาคตของเขาในเส้นทางลูกหนังมันจบแล้วเขาถูกปล่อยตัวออกจากทีมเมื่ออายุ 19 ปีและมันส่งผลกระทบต่อจิตใจของเขาอย่างมาก

ปราสาทราชวังที่พังทลายในใจทำให้เขาตั้งตัวไม่ได้ถึงแม้ว่าจะได้โอกาสเล่นให้กับสโมสรอื่นบ้างจากชื่อเสียงเก่าและคนที่เคยเห็นค่าแต่มันก็มีแต่จะตกต่ำลง

จากเอฟเวอร์ตันทีมในพรีเมียร์ลีกกรีนถูกโอลด์แฮมปล่อยตัวออกจากสโมสรและเขาต้องดิ้นรนจนได้เซ็นสัญญากับออสเซ็ตต์ อัลเบียน ทีมนอกลีกในยอร์คเชียร์ซึ่งอยู่ในดิวิชั่นที่ 8 ของฟุตบอลอังกฤษโดยรับค่าเหนื่อยเพียงแค่ 80 ปอนด์ต่อเกม

มันมากและยากเกินกว่าเขารับไหว

กรีนตัดสินใจจะหยุดทุกอย่างและจากไปอย่างเงียบ ๆ โดยไม่ทิ้งแม้แต่ข้อความบอกใคร

เขาไปที่สถานีรถไฟใกล้บ้านในช่วงดึกและรอขบวนรถไฟอย่างเงียบ ๆ โดยเมื่อรถไฟมาเขาจะกระโดดใส่มันแล้วทุกอย่างจะได้จบลงสักที

แต่สุดท้ายรถไฟไม่มาเพราะเกิดความล่าช้าในการเดินรถ 

นั่นทำให้เขาคิดว่ามันอาจจะไม่ถึงเวลาที่เขาจะไป

อย่างไรก็ดีปัญหาทั้งหมดที่รุมเร้าทั้งเหล้ายาทำให้จิตใจและร่างกายย่ำแย่เขาเกือบจะฆ่าตัวตายได้สำเร็จด้วยการกินยาทุกอย่างที่มีในตู้ยาที่บ้าน

แต่ดวงของเขายังไม่ถึงฆาต…

สุดท้ายเรื่องมาเข้าหู แกรี่ เนวิลล์ เจ้าของทีม ซัลฟอร์ด สโมสรที่เขามาเล่นให้แบบยืมตัว 

“เนฟ” เชิญเขามาที่บ้านพูดคุยให้คำปรึกษาและเหนืออื่นใดคือให้กำลังใจโดยซัลฟอร์ดได้ให้ความช่วยเหลือมากเท่าที่จะให้ได้ 

เช่นกันกับแกรี่ ชาร์ลส อดีตปราการหลังแอสตัน วิลล่า และ ทีมชาติอังกฤษซึ่งเคยติดเหล้าอย่างหนัก และปัจจุบันทำธุรกิจเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตติดเหล้าและยาก็ยื่นมือมาให้ความช่วยเหลือ

จากหนักเป็นเบาปัจจุบันกรีนเริ่มมีชีวิตที่ดีขึ้นเขาเซ็นสัญญากับเชสเตอร์มี “เดซี” ลูกสาวที่น่ารักวัย 2 ขวบเป็นแก้วตาดวงใจและคู่ชีวิตอย่างชาร์ลีที่พร้อมจะฝ่าฝันทุกอย่างไปด้วยกัน

ถึงมันจะไม่ได้สวยหรูนักเหมือนที่เขาต้องเปลี่ยนจาก Mercedes A-Class คันงามมาเป็น Kia Rio เพราะเผาเงิน 500,000 ปอนด์ซึ่งเป็นรายได้ที่เคยได้รับจากการเล่นฟุตบอลอาชีพในช่วงแรกจนหมด 

แต่อย่างน้อยเขายังมีชีวิต

และเขายังเล่นฟุตบอลได้

“ฟุตบอลคือสิ่งเดียวที่ผมทำได้ดีถ้าไม่มีมันผมคงตายไปแล้ว” กรีนกล่าวไว้และเขายินดีที่จะเปิดเผยเรื่องราวออกมาเพื่อเป็นบทเรียนให้แก่ทุกคนโดยเฉพาะนักเตะอายุน้อยในปัจจุบันที่ได้และมีกันอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ

เพราะชีวิตของกรีน อาจจะดีกว่านี้และไปได้ไกลกว่านี้หากมีใครสักคนคอยเตือนสติเขาบ้าง