“หยุดการเหยียด” ข้อความที่ ไวจ์นัลดุม อยากส่งไปให้ถึงทุกคน

จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม
20 November 2019
353 VIEWS

“ถ้ามันเกิดขึ้นกับเรา ผมจะออกไปจากสนามทันที”

โชคดีที่ในเกมระหว่างทีมชาติ เนเธอร์แลนด์ กับ ออสโตเนีย “มัน” ที่ว่า ไม่ได้เกิดขึ้น ทำให้เราไม่ต้องเห็นเกมต้องหยุดลง หรือ ไม่ต้องเห็น จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม ต้องเดินออกไปนอกสนาม อ่านมาถึงตรงนี้ หรือ เห็นหัวเรื่องก็คงจะพอเดาออกกันบ้างแล้วใช่ไหมครับ ว่า “มัน” ที่ว่า คือเรื่องการเหยียดผิว ซึ่งในระยะหลัง เราเห็นมันมากขึ้นอย่างไร้สาเหตุในวงการฟุตบอลยุโรป

หากนับเฉพาะในฤดูกาลนี้ มีการเหยียดผิวเกิดขึ้นแบบชัด ๆ หลายครั้ง ทั้งที่เกิดขึ้นกับ โรเมลู ลูกากู ในเกมที่ อินเตอร์ มิลาน ชนะ กายารี 2-1 เมื่อต้นฤดูกาล ถัดมาในเดือนตุลาคม ทีมชาติอังกฤษก็ไปโดนเหยียดผิวที่กรุง โซเฟีย เมืองหลวงของ บัลแกเรีย ในแมตช์ที่ “สิงโตคำราม” บุกไปถล่มมา 6-0 และล่าสุด มันมีเหตุการณ์ที่ทำให้ จีนี ต้องออกมาพูดประโยคด้านบน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน เออเรสเต ดิวิซี ลีกรองของวงการฟุตบอลฮอลแลนด์

เหตุการณ์ปัญหาเกิดขึ้นในเกมระหว่าง เดน บอสซ์ พบกับ เอ็กเซลซิเออร์ ในนาทีที่ 28 ของเกมดังกล่าว อาห์เม็ด เมนเดส โมไรรา นักเตะทีมเยือนโดนแฟนบอลเจ้าบ้าน “ล้ำเส้น” ด้วยการตะโดนด่าทอทำนองเหยียดผิว ซึ่งตามข่าวรายงานมีทั้งคำว่า Monkey, Negro และ Cotton-Picker เขาเดินออกจากสนามพร้อมน้ำตาแห่งความคับอกคับใจและกรรมการในเกมก็ทำหน้าที่ได้ดีพอที่จะเป่าหยุดเกม เกมดังกล่าวหยุดลงราว 10 นาทีเศษ ก่อนกลับมาแข่งขันต่อไป และ อาห์เม็ด เมนเดส โมไรรา ก็ได้โอกาสในการแก้แค้นคำเหยียดหยามเหล่านั้น ด้วยการยิงประตูชัย ให้ เอ็กเซลซิเออร์ บุกมาชนะ 2-1 ในท้ายที่สุด

%MINIFYHTMLa1e5ba13754d9b2e86b8098c33510b004%

จินี มองว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่กว่าฟุตบอลอย่างเดียว “นี่เป็นปัญหาทางสังคม นี่มันมีปัญหาในแง่ของการเมืองด้วย

ต้องมาตรการจัดการกับการกระทำประเภทนี้บ้าง และไม่ใช่แค่กับการเหยียดผิวเท่านั้น พฤติกรรมยกย่องฮิตเลอร์ก็ด้วย คุณทำแบบนั้นได้ยังไงกัน? มันขาดความเคารพกันอย่างรุนแรง โดยธรรมดาแล้ว เรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นด้วยซ้ำ และมันไม่ควรได้รับการยอมรับใด ๆ ด้วย

คำพูดดังกล่าว ถูกแสดงออกในเกมที่ “อัศวินสีส้ม” คว้าชัยในนัดล่าสุด ไวจ์นัลดุม ที่สวมปอกแขนเป็นกัปตันทีมส่งข้อความสำคัญ และเป็นข้อความที่งดงาม ด้วยการยืนเคียงข้างกับ แฟรงกี เดอ ยองก์ และทั้งคู่ เอาแขนขึ้นมาเทียบกัน แขนที่มีผิวคนละสี แต่เป็นแขนของนักเตะที่เล่นฟุตบอลด้วยกัน อยู่ทีมเดียวกัน รับใช้ชาติประเทศเดียวกัน เพื่อจะสื่อว่า พวกเขา ไม่ได้ต่างกันเลย

ข้อความนี้ บ่งบอกว่า เนเธอร์แลนด์ แม้จะมีหลากหลายเชื้อชาติ, มากศาสนา และ ต่างผิวพรรณ แต่พวกเขาทุกคนไม่ต่างกัน พวกเขา เท่าเทียมกัน พวกเขาเคารพซึ่งกันและกัน

ไม่ใช่แค่ เนเธอร์แลนด์ เท่านั้น สาส์นที่ จีนี พยายามสื่อออกไปนั้น สามารถใช้ได้ทั่วทุกที่ ทุกมุมโลก ไม่ว่าที่ไหน ไม่ว่าใคร ก็เท่าเทียมกัน

และที่สำคัญ มันควรถึงเวลาเสียที ที่ทุกคนจะร่วมแรงร่วมใจ ทำให้ฟุตบอล ไม่ใช่กีฬาที่มีพื้นที่ให้พวกเหยียดผิวอีกต่อไป!

เกร็ดน่าสนใจ

  • คำว่า นิโกร แท้จริงเป็นคำเหยียดที่มีความหมายในแง่ลบ แต่คนไทยบางส่วนยังมองเป็นเรียกขำ ๆ
  • Cotton-Picker ที่เป็นคำเหยียดเพราะว่า นี่เป็นงานของ ทาส ในสมัยก่อน และ คนผิวสีส่วนมาก ก็โดนจับไปขายเป็นทาสจากแอฟริกา ในโลกสมัยนั้น