ได้ 1 อาจเสียถึง 6+1

ทันใดที่ เดยัน ลอฟเรน ได้รับบาดเจ็บ และถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่นาทีที่ 5 ในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 3 กับวูลฟ์ส ณ โมลินิวซ์ สเตเดียม ที่สุดท้ายหงส์แดง พลาดพ่ายไป 1-2 คำถามตามมาทันที:

1.ปีใหม่นี้ เปิดฉากด้วยการแพ้ติดต่อกัน 2 แมตช์ด้วยสกอร์เดียวกันให้แมนฯ ซิตี้ และวูลฟ์ส ถือว่าเริ่มต้นได้ไม่ดี

แม้อีก “แนวคิด” จะไม่ยี่หระอะไรมากกับถ้วยเอฟเอ คัพ หรือก่อนหน้านี้ คาราบาว คัพ ที่ตกรอบไป เพราะถือว่า เยอร์เกน คลอปป์ และลูกทีมจะได้มา “โฟกัส” เต็ม ๆ กับพรีเมียร์ลีก หรือน้อยลงหน่อยกับ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

ขณะที่คู่แข่งโดยตรง แมนฯ ซิตี้ ยังอยู่ครบ 4 ถ้วย

2.เซนเตอร์ฮาล์ฟตัวหลักบาดเจ็บแล้ว 75% หรือ 3 จาก 4 คน: มาติป (ไหปลาร้า), โกเมซ (หน้าแข้ง) และล่าสุด ลอฟเรน (กล้ามเนื้อโคนขา) ทำให้เหลือเพียง เวอร์จิล ฟาน ไดค์ เพียงคนเดียว

ในมุมนี้ “วูบแรก” เสียงส่วนใหญ่อยากให้ซื้อไม่ว่า “ชั่วคราว” หรือหากได้ “ของจริง” ก็ไม่ติดอะไร เพราะจะว่าไปแล้ว โกเมซ น่าจะเป็นคนเดียวที่เห็น “อนาคต” สดใส

ขณะที่ทั้ง มาติป และลอฟเรน น่าจะเป็น “อะไหล่” มากกว่า

ขณะที่ “วูบสอง” ยังไม่มีใครพูดนักว่า หากให้เลือก VvD เจ็บคนเดียว แต่ยังเหลืออีก 3 รายชื่อข้างต้นสมบูรณ์ลงสนามได้ จะเอาไหม?

ผมเชื่อว่า “เสียง 100%” เซย์โนแน่ ๆ

ดังนั้น ในความ “โชคร้าย” ผมยังมองว่า ลิเวอร์พูล “โชคดี” ที่ไม่เสีย ฟาน ไดต์ ไปนะครับ

มองแง่บวกกันไว้ รวมถึงการ “ตกรอบ” บอลถ้วยภายในรวดเร็วทั้ง 2 ถ้วยที่จะยิ่งทำให้การ “โฟกัส” และความมุ่งมั่นไปที่ “เป้าหมายหลัก” จริงจัง เด็ดขาด มากขึ้น

ข้อ 3 คนที่มาแทนที่มีอยู่แล้วน่าจะเป็น ฟาบินโญ่ ซึ่งเล่น “โอเคร” ในเกมกับทีมหมาป่า และการได้ยืนกับ ฟาน ไดต์ ดูแล้วไม่น่าจะแย่กว่า ลอฟเรน (ด้วยความเคารพ)

เพราะเกรดระดับ VvD คงจะช่วยประคับประคองได้มิใช่น้อย และประสบการณ์หลากหลายตำแหน่งรวมถึง “แบ็คขวา” ของฟาบินโญ่ คือ สิ่งที่คลอปป์ “ตระเตรียม” ไว้อยู่แล้วว่า หงส์แดงอาจจะมีวัน “ขาดแคลน” แบบนี้เข้าสักวัน

หากไม่ใช่แล้ว คี-ยานา โฮเวอร์ ดาวรุ่งวัย 16 ปี 354 วันนับถึงเกมกับวูลฟ์สที่ได้ลงแทนลอฟเรน คือ ตัวเลือกลำดับถัดมา

หรือคอเนอร์ มาสเตอร์สัน ดาวรุ่งอีกคนที่เคยมีชื่อบนม้านั่งสำรองในลีก

รวมความแล้ว หลังการบาดเจ็บของ 3 ตัวหลัก ลิเวอร์พูลมีทางเลือกอีกประมาณ 3 ชอยส์ด้วยกันครับ

ข้อ 4 คาดการณ์กันว่า มาติป อาจจะกลับมาภายในวีคนี้ แต่คงไม่ทันเกมวันเสาร์ที่ 12 ม.ค.กับไบร์ทตัน ขณะที่สัปดาห์ถัดไป โกเมซ ก็น่าจะกลับมาได้ และรอดูอาการลอฟเรน

ฉะนั้นเป็นไปได้ว่า ภายในสิ้นเดือน ม.ค.นี้ คลอปป์มีสิทธิ์จะได้เซนเตอร์ฮาล์ฟตัวหลักทุกคนกลับมา

“การซื้อ” หากไม่มีตัวเลือกชัดเจนเกรด คูลิบาลี่ แต่จะแก้ขัด เช่น ไปคว้า แกรี่ เคฮิลล์ อาจได้ไม่คุ้มเสียตาม “ทฤษฎี” หัวเรื่องที่ผมได้จั่วเอาไว้

การซื้อตัวใหม่ และหากไม่ดีพออาจทำให้การ “ได้ใจ” ผู้เล่นของคลอปป์ลดหายไป

เพราะไม่ไว้ใจในตัว ฟาบินโญ่, โฮเวอร์ หรือมาสเตอร์สัน รวมถึง “ตระหนก” ตกใจจนไม่ยอมรอ 3 คนที่กำลังเจ็บ

นั่นแปลความได้ว่า คลอปป์จะเสมือนเสียนักเตะไป 7 คนพร้อมกันนั่นคือ 3 คนที่เจ็บ + 3 คนที่เตรียมทดแทน + 1 คนที่ซื้อมาใหม่ (แล้วไม่เวิร์ก)

นั่นคือ worst case scenario ที่กุนซือเยอรมันน่าจะชั่งน้ำหนักแล้ว “ไม่ซื้อ” ในตลาดนักเตะรอบนี้

แต่ขอ “ซื้อใจ” ผู้เล่นที่มีอยู่มากกว่า…

ประเด็นเดียวกันนี้ สามารถ “ประยุกต์” แนวคิดมาใช้กับทีมชาติไทยได้เช่นกัน

การโยก ธีราทร จากริมเส้นไปเล่นแดนกลางทำให้เสีย สรวัชญ์

การแทน ชนาธิป ด้วยกองหน้า สิโรจน์ ทำให้เสีย “เจ”

ทั้ง 2 กรณียังทำให้เสียลามไปถึง ธนบูรณ์ และปกเกล้า หรือสุมัญญา ในตำแหน่งนี้ที่ถูกมองข้ามด้วยการไปเลือกผู้เล่นตำแหน่งอื่นมาสวม

ไม่นับตัวคน “โดนถอด” ทั้ง เจ และแคมป์ ที่ก็ “เสีย” ไปด้วย

เช่นเดียวกันการถอด ศุภชัย แล้วแทนด้วยสุมัญญา ซึ่งต่างคนต่างไม่ใช่ตัวริมเส้น ไม่นับ กอล์ฟ อดิศักดิ์ ที่มาเล่นริมเส้นโดยไม่ใยดีนักเตะที่มีประสบการณ์เล่นริมเส้นอย่าง ศศลักษณ์ หรือชนานันท์

รวมความแล้วระบบการเลือกตัวผู้เล่น 23 คนที่มายูเออี ตามด้วยการจัด 11 คนแรก และการเปลี่ยนตัวได้ทำให้เรา “เสีย” ตัวนักเตะ และมิโลวาน ราเยวัช ไม่ได้ใจจากนักเตะอักโข

ฉันใดก็ฉันนั้นครับ เพราะนักฟุตบอลเป็นมนุษย์ “เผ่าพันธุ์” ละเอียดอ่อน เรื่องการจัดตัว และเลือกใช้จึงต้องละเอียดอ่อนมาก ๆ ครับ

ก็ได้แต่หวังว่า ลิเวอร์พูล จะผ่านจุดนี้ไปได้…



RELATED POSTS

Thought

ฟุตบอล…น้อยแต่มาก

มาริโน่

ยูเอสเอ ทูเดย์ เปิดประเด็นชวนคิดตามว่าทำไม สโลแกนในหนังฮอลลีวูดอย่าง Size Does Matter ถึงใช้ไม่ได้กับกีฬาฟุตบอล

Thought

#coachingpoints เมื่อ “จุดแข็ง” กลายเป็นจุดอ่อน

ไข่มุกดำ

การ “ตามหลัง” กลับมาแซงชนะ หรือไม่แพ้ใน 2 นัดติดต่อกัน จะว่าไปแล้วคือ สุดยอด “คุณสมบัติ” พื้นฐานของทีมฟุตบอลที่ดีนะครับ

Thought

เมิ่อถึงจังหวะ และ ‘เวลา’

ไข่มุกดำ

“บาร์คลีย์ เป็นหนึ่งนักเตะพรสวรรค์ที่ก้าวขึ้นมาสู่ทำเนียบทีมชาติอังกฤษในรอบไม่กี่ปีที่ผ่านมา และเป็นนักเตะที่หากได้โอกาสลงสนาม และรักษาสภาพความฟิตของร่างกายไว้ได้ จะมีครบเครื่องทุกอย่างที่ต้องการจากมิดฟิลด์”-รอย ฮอดจ์สัน