เยอรมนี-โควิด-กีฬา : ทองไม่รู้ร้อน หรือ เรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน

30 April 2020
33 VIEWS

ข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการกีฬาในวันนี้ คือการที่ เยอรมนี จัดให้มีการแข่งขันเทนนิส รายการพิเศษขึ้นในประเทศของพวกเขา โดยเทนนิสรายการดังกล่าวมีชื่อว่า เทนนิส พอยต์ ซีรีส์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ เอ็กโซ เทนนิส ซีรีส์ ซึ่งจัดขึ้นโดยที่ทั้ง เอทีพี และ ดับเบิลยูทีเอ สององค์กรเทนนิส ยักษ์ใหญ่ของโลก ยังคงยืนยันที่จะระงับการแข่งขันจนกว่าจะถึงเดือนกรกฎาคมเป็นอย่างน้อยจากวิกฤติการระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้น

ความน่าสนใจในเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมัน ประกาศขั้นตอนที่จะเตรียมปลดประเทศจากการล็อกดาวน์ โดยในบรรดานโยบายทั้งหมด มีนโยบายเกี่ยวกับการกีฬาได้รับการสนับสนุนด้วย ทั้งในแง่ของ ลาลีกา และ กีฬาอื่น ๆ หลังจากนั้น นางแมร์เคิล ก็ได้ไปพบกับผู้นำระดับภูมิภาคของ 16 ประเทศพันธมิตรในวันพฤหัสบดีเพื่อหารือเกี่ยวกับการขยายหรือผ่อนคลายข้อจำกัดในการเข้าสังคม หนึ่งในเรื่องราวที่มีการพูดคุยกัน คือการจัดเทนนิสจาก 16 ภูมิภาครวมถึง ไรน์แลนด์-ปาเลไนเนต ซึ่งเป็นหนึ่งในงานของ เทนนิส พอยต์ ซีรีส์ นั่นเอง

เยอรมนี เป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ที่ต้องเผชิญหน้ากับ โควิด-19 ในภาคพื้นยุโรป ซึ่งพวกเขาต้องรับมือกับโรคระบาดดังกล่าวหลังจากอิตาลีไม่นาน แต่กลับกลายเป็นว่าประเทศของพวกเขารับมือกับเรื่องนี้ได้อย่างยอดเยี่ยมกว่า และอัตราการเสียชีวิตจากโควิดของเยอรมนี ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมาตลอด โดยปัจจุบัน เยอรมนี มียอดผู้ติดเชื้อทั้งหมด 161,985 คน รักษาหายแล้ว 123,500 คน และมีผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 6,504 คน ซึ่งนับเป็นยอดราว 5% เท่านั้น ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตทั่วโลกทะลุ 18% ไปแล้ว

เยอรมนีเคยต้องรับมือกับผู้ป่วยรายใหม่เกือบ 7,000 คนต่อวัน จนล่าสุดพวกเขามีผู้ป่วยรายใหม่เพียงพันเศษเท่านั้น โดยก่อนหน้านี้พวกเขาเคยมียอดผู้ป่วยรายใหม่ต่อวันต่ำกว่าพันคนมาแล้ว แต่ดูเหมือนการผ่อนคลายมาตรการควบคุม จะทำให้มีผู้ป่วยรายใหม่ต่อวันเพิ่มขึ้น จนหลายฝ่ายเกรงว่ามันจะเป็น เวฟที่ 2 ในประเทศ แต่กระนั้นรัฐบาลของเมืองเบียร์ ยังเชื่อว่าพวกเขาจะ “เอาอยู่” และเลือกเดินหน้าความเชื่อมั่นมากกว่าจะเพิ่มมาตรการล็อกดาวน์ให้เข้มแข็งกว่าเดิม

การเตรียมอนุมัติให้จัดเทนนิสรายการพิเศษที่ โฮเออร์ เกรนเซาเซน เมืองเล็ก ๆ ที่มีประชากรเพียง 10,000 คนเศษแบบนี้ เหมือนการยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัวของรัฐบาลเยอรมนี ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า “ถ้าทุกอย่างลุล่วงด้วยดี” เพราะโอกาสที่ไวรัสจะแพร่กระจายในเมืองน้อยขนาดนี้มีต่ำมาก และมาตรการที่ออกมาก็เข้มแข็ง ทำให้ถ้าทุกอย่างลุล่วง นอกจากความเชื่อมั่นที่รัฐบาลของเยอรมนี และ ประเทศจะได้รับ ประชาชนในประเทศก็ยังมีความมั่นใจในภาครัฐเพิ่มขึ้นมาอย่างแน่นอน

โดย ร็อดนี แร็ปสัน หัวหน้าผู้บริหารของ เพลย์ไซจ์ในภาคพื้นยุโรปและสหราชอาณาจักร คือชายผู้อยู่เบื้องหลังในทัวร์นาเมนต์นี้ แสดงความมั่นใจในการบริหารจัดการเทนนิสรายการพิเศษรายการนี้แม้เขาจะยอมรับว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนแทบคิดอะไรไม่ทัน แต่กระนั้น เทนนิสรายการพิเศษรายการนี้ยังคงจะตั้งอยู่บนสมมติฐานความไม่ประมาทและจะแข่งขันภาคใต้มาตรการควบคุมอย่างรัดกุมและเข้มงวด

การแข่งขันจะจัดขึ้นโดยไม่มีแฟน ๆ ในสนามและจะมีเพียงคนสามคนบนคอร์ตในแต่ละแมตช์ นั่นคือผู้เล่นสองคนและแชร์อัมไพน์ ผู้เล่นจะเข้าและออกผ่านประตูที่คนละฝั่งและนั่งตรงข้ามกันดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีความเสี่ยงที่น้อยมากในการจะสัมผัสตัวหรือใกล้ชิดกันเกินกว่าระยะเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ โดยอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมดจะได้รับการบรรจุล่วงหน้า ผู้เล่นจะกินคนเดียวที่โต๊ะและได้รับพื้นที่ส่วนตัวขนาดสองคูณสองเมตร สำหรับการเก็บของและแต่งตัวโดยจะไม่มีใครคนอื่นสามารถเข้าไปได้

โดยรูปแบบการแข่งขัน จะแบ่งเป็นรอบ ราวด์โรบินที่มีผู้เล่น 8 คน โดยจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน เพื่อหานักเทนนิสที่ทำผลงานดีที่สุดกลุ่มละ 2 คน เข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศ และชิงชนะเลิศตามลำดับ โดยการแข่งขันตลอดทัวร์นาเมนต์จะแข่งแบบ 2 ใน 3 เชต โดยแต่ละเชตจะมีแค่ 4 เกมเท่านั้น และไทเบรกจะตัดสินกันที่ 3 แต้มไม่ใช่ 7 เพื่อลดระยะเวลาการแข่งขันให้มากที่สุด

นอกจากเหนือจากการจัดแข่งขันเทนนิสแล้ว รัฐบาลของเยอรมนี ยังดำเนินแผนควบคู่กันในการสร้างความมั่นใจในประชาคมยุโรป ถึงความเชื่อมั่นว่าพวกเขาสามารถจัดการกับโควิด-19 ได้อยู่หมัด กับกีฬาใหญ่อย่างฟุตบอล เมื่อบุนเดสลีกา เป็นลีกแรกในยุโรปที่ตัดสินใจกลับมาซ้อม และมีวันที่ชัดเจนในการกลับมาเตะ ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวด ตามข่าวที่เคยออกมาก่อนหน้านี้

นี่เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะหลายฝ่ายเชื่อว่า เยอรมนี จะนำความเสี่ยงมาสู่ประเทศของพวกเขาอย่างไม่จำเป็น เพราะความปลอดภัย จำเป็นต้องมาเหนือสิ่งอื่นใด และการอนุญาตให้กีฬาต่าง ๆ กลับมาจัดการแข่งขันอีกครั้งดูเหมือนจะเป็นการเล่นกับไฟที่ดีไม่ดีอาจจะทำให้พวกเขาจนเดือดร้อนได้ แต่ในทางกลับกัน รัฐบาลเยอรมัน อาจจะเชื่อว่านี่เป็นการปรับตัวเพื่ออยู่กับไวรัสในระยะยาว เพราะถ้าไม่ทำอะไร และไม่สร้างความเชื่อมั่น ระบบเศรษฐกิจของประเทศจะทยอยตายลงอย่างช้า ๆ เช่นกัน

นี่จึงเป็นจุดตัดทางเลือกในการตัดสินใจครั้งสำคัญ และเยอรมนี ก็ได้เลือกแล้วที่จะเดินหน้าไปบนความเสี่ยง และสิ่งที่จะพิสูจน์ได้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้ถูกต้องหรือผิด มีแค่เรื่องของ “เวลา” เท่านั้น