อังกฤษกับความไม่แน่นอนในเกมกระชับมิตรหลังภัยคุกคามจาก โควิด-19 จะมาเคาะประตูบ้าน

อังกฤษ-อิตาลี
6 March 2020
49 VIEWS

ต้องยอมรับว่า เกร็ก คลาร์ก ประธานสมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือ เอฟเอ กล้ามากที่ให้เกมกระชับมิตรคู่ซูเปอร์บิ๊กแมตช์ ระหว่างอังกฤษ กับ อิตาลี ที่ เวมบลีย์ ดำเนินต่อไปโดยไม่มีการยกเลิก เพราะอย่างที่รู้กันดีว่า อิตาลี เป็นชาติที่ได้รับผลกระทบจาก โควิด-19 มากที่สุดในยุโรป โดยมีผู้ติดเชื้อทะลุ 1,000 คนไปแล้ว และอิตาลีเองก็เป็นชาติเดียวในยุโรปที่สั่งดำเนินการให้ฟุตบอลลีกลงเล่นโดยไม่มีคนดู

แต่ความกล้าหาญของ คลาร์ก อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ทุกฝ่ายเห็นดีเห็นงามด้วย และคนจำนวนมากพยายามแสดงออกเพื่อคัดค้านคำสั่งให้ดำเนินการลงเล่นเกมกระชับมิตรแมตช์นี้ต่อไปของเขา ไล่ตั้งแต่ความปั่นป่วนในสมาคมฟุตบอลที่มีคนคัดค้านแมตช์วันที่ 27 มีนาคมนี้เต็มไปหมด และประชาชนรวมไปถึงแฟนบอลเองก็เริ่มตื่นตัวกับไวรัสตัวนี้มากขึ้น หลังมีผู้ติดเชื้อถูกพบตัวในอังกฤษแล้ว

รายงานล่าสุด แม้ไม่มีการเลื่อนเกมนี้ หรือ ยกเลิกเกมนี้ออกไป แต่ปัจจัยต่าง ๆ ระบุว่าเกมนี้อาจจะไม่เกิดขึ้น ไล่จากบรรดานักเตะที่เหมือนจะรู้แล้วว่าพวกเขาจะไม่ต้องเตรียมตัวในเกมนี้ เนื่องจากพนักงานรักษาความปลอดภัยที่สนามเวมบลีย์ ไม่ได้รับการแจ้งว่าจะต้องลงปฏิบัติงานในวันดังกล่าว

ซึ่งแน่นอนว่า ก่อนจะตัดสินใจอะไรลงไป เอฟเอ จะต้องฟังคำแนะนำจากรัฐบาลอังกฤษก่อนอยู่แล้ว และจะไม่ทำการเลื่อน หรือ ยกเลิกการแข่งขันโดยใช้ความคิดของพวกเขาเพียงฝั่งเดียวเท่านั้น แม้ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ในสนามเวมบลีย์ จะค่อนข้างมั่นใจมากแล้วก็ตามว่า เกมดังกล่าวจะไม่มีขึ้น และนั่นอาจจะเป็นผลดีต่อประชาชนในอังกฤษส่วนมากกว่าก็ได้ ถ้าพวกเขาต้องต้อนรับชาวอิตาเลียนที่ตอนนี้ดูจะเป็นที่รังเกียจในยุโรปเสียเหลือเกิน

อย่างไรก็ตาม หากเกมดังกล่าวไม่เกิดขึ้น ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่จะส่งผลกระทบอย่างยิ่งกับแผนการทำงานของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ทีเขาหมายมั่นปั้นมือจะใช้เกมนี้ทดสอบศักยภาพของทีมชาติอังกฤษก่อนยูโร 2020 จะเริ่มขึ้น เนื่องจากว่า อิตาลี เป็นทีมที่โชว์ฟอร์มดีที่สุดในรอบคัดเลือกที่ผ่านมา ภายใต้โรแบร์โต มันชินี และทำให้พวกเขากลายเป็นตัวเต็งใน ยูโร ครั้งนี้โดยปริยายด้วย

การยกเลิกเกมนี้ ทำให้อังกฤษจะไม่ได้เจอคู่แข่งที่แข็งแกร่งพอ และตลอดโปรแกรมที่เหลือก่อนถึงยูโร 2020 พวกเขาอาจจะไม่ได้เจอคู่แข่งที่หินขนาดนี้อีกแล้ว ซึ่งอาจจะทำให้การประเมินผลงานและแผนของเซาธ์เกตคลาดเคลื่อนจากที่ควรจะเป็นได้ อย่างไรก็ตาม อังกฤษยังเหลือเกมอุ่นเครื่องกับ เดนมาร์ก ที่จะมีขึ้นในช่วงติดต่อกันกับเกมที่จะเจอกับอิตาลี และเกมนี้มีโอกาสที่จะถูกยกเลิกน้อยกว่า

อย่างไรก็ตาม ยังมีโอกาสที่ทั้ง 2 เกมจะถูกยกเลิกพร้อมกันในอีกเหตุผลหนึ่ง นั่นก็คือการระบาดของไวรัส โควิด-19 ในประเทศอังกฤษทวีความรุนแรงขึ้น จนไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งเวลาราว 2-3 สัปดาห์ข้างหน้าก็มีแนวโน้มว่าอะไรจะเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ซึ่งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ ทางพรีเมียร์ลีกเองก็ไม่ไว้วางใจ และต้องออกมาประกาศมาตรการณ์บางอย่างเพื่อลดความเสี่ยงต่อการระบาดของไวรัสนี้แล้ว

เบื้องต้น พรีเมียร์ลีก มีการประกาศให้ลงการจับมือก่อนแมตช์ระหว่างทั้ง 2 ทีม ซึ่งถือเป็นพิธีการก่อนเกม ขณะที่ลิเวอร์พูลเอง ก็ไม่อนุญาตให้มาสค็อตส์ ลงมาสู่สนามเพื่อป้องกันโอกาสที่ไวรัสจะแพร่กระจาย เพราะมาสค็อตส์ ต้องสัมผัสกับแฟนบอลมากหน้าหลายตา

อย่างไรก็ตาม พรีเมียร์ลีก ยังไม่มีมาตรการนอกสนามออกมาอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งนั่นน่าจะช่วยเหลือในเรื่องการลดการแพร่กระจายของไวรัสได้มากกว่า อย่างเช่น การให้นักฟุตบอลงดรับของจากแฟนบอลเพื่อมาเช็นลายเช็น หรือ งดสัมผัสมือกับแฟนบอล เพราะสำหรับนักกีฬาแล้ว พวกเขาได้รับการดูแลสุขภาพอนามัยค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับแฟนบอล โดยทันทีที่พวกเขาป่วย หรือ มีแนวโน้มว่าจะป่วย พวกเขาจะได้รับการดูแลทันที

ตรงกันข้าม แฟนบอล น่าจะเป็นฝ่ายนำเชื้อมาสู่นักบอลได้มากกว่า และไม่ใช่แค่การเซฟนักฟุตบอลเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะถ้าพวกเขาติดไวรัสและอยู่ในภาวะแพร่เชื้อ ทว่ายังพบปะกับแฟนบอลตามปกติ จะยิ่งทำให้เชื้อไวรัสกระจายไปในวงกว้างได้ด้วย ดังนั้นมาตรการการกันนักฟุตบอลออกจากแฟนบอล ควรจะรัดกุม และ กำชับมากกว่านี้

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในอังกฤษ ก็ยังไม่น่าวิตกขนาดนั้น และถ้าไม่มีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น เกมกระชับมิตรในช่วงปลายเดือน ก็อาจจะดำเนินได้ตามปกติ เช่นเดียวกับเกมพรีเมียร์ลีก ซึ่งนั่นหมายความว่า แฟนลิเวอร์พูลก็น่าจะเบาใจได้ ที่จะได้เห็นทีมรักของพวกเขาได้ชูถ้วยแชมป์ครั้งแรกในรอบ 30 ปีได้นั่นเอง

ตอนนี้ ถ้าจะมีแฟนบอลเมืองไหนดูแลตัวเอง และ มีจิตสำนึกสาธารณะมากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นแฟนบอลย่านเมอร์ซีย์ไซด์นี่แหละ!