สั่งพักงาน – การสลัดหางทิ้งเพื่อรักษาชีวิตในวันที่วิกฤติมาถึง

8 April 2020
23 VIEWS

กว่า 1 เดือนเต็มที่ที่ โควิด-19 เดินทางเข้าสู่ยุโรปและเล่นงานเมืองต่าง ๆ มากมายจนการเป็นอัมพาต เพราะปัญหาที่ตามมากับโรคระบาดนี้ คือการแพร่กระจายของโรคที่ค่อนข้างติดต่อกันได้อย่างง่ายดาย นั่นนำมาซึ่งการทำโซเชียล ดิสแทนซิง หรือการรักษาระยะห่างทางสังคม และส่งผลให้อะไรหลาย ๆ อย่างต้องหยุดชะงักลง และในอังกฤษ สถานการณ์ที่ว่าเลวร้ายลงไปเรื่อย ๆ จนรัฐบาลต้องออกมาตรการอะไรหลาย ๆ อย่างออกมาเพื่อช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น

เกือบ 1 เดือนที่สมาคมฟุตบอลหรือ เอฟเอ ประกาศระงับการแข่งขันฟุตบอลในอังกฤษทุกรายการ นั่นรวมถึงฟุตบอลลีกสุดสุดอย่างพรีเมียร์ลีกด้วย โดยนับตั้งแต่วันแรกถึงวันนี้ การพักการแข่งขันของลีก กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงกันเรื่อยมา โดยในตอนแรก มีการพูดคุยกันว่าจุดสิ้นสุดคือเมื่อไหร่ แต่พอเวลาผ่านไปสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ก็ยังคงมีประเด็นเรื่องการแข่งขันกันต่อจนจบหรือจะตัดจบปิดฤดาล รวมไปถึงการโมฆะ ก็กลายเป็นประเด็นในหน้าหนังสือพิมพ์มาตลอด

ตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงหนีไม่พ้นเรื่องการการตัดค่าแรงนักเตะเพื่อช่วยเหลือสโมสร โดยในตอนแรก แมตต์ แฮนค็อก รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของอังกฤษ มาเปิดประเด็นในเรื่องนี้ โดยร้องขอให้นักเตะในทีมยอมลดเงินเดือนตัวเองเพื่อช่วยเหลือสโมสร รวมไปถึงพนักงานที่ไม่ใช่นักเตะให้ไม่ถูกพักงานในระหว่างโควิด-19 ระบาด หลังจากที่ก่อนหน้านั้น สโมสรอย่าง นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด, นอริช ซิตี และ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ เลือกที่จะพักงานทีมงานบางส่วนที่ไช่นักเตะไปแล้ว

การถูกพักงานของบรรดาลูกจ้างในทีม แม้ไม่ใช่เรื่องที่น่าพอใจ แต่ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะนับตั้งแต่ที่พรีเมียร์ลีกระงับการแข่งขัน พนักงานหลายคนก็ไม่ได้ทำงานเป็นชิ้นเป็นอัน เพราะบางหน้าที่จะได้ทำงานหากนักเตะมาซ้อมกับทีมหรือมีนักเตะให้ดูแลเท่านั้น และการพักงานของสโมสรเหล่านี้ แม้ไม่ได้จ่ายค่าจ้างพวกเขาแต่พวกเขาก็ถือเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบเพราะสูญเสียรายได้จากโควิด-19 ดังนั้นพวกเขาถึงมีสิทธิ์ที่จะได้รับสวัสดิการชดเชยจากรัฐเป็นเงินราว80% ของเงินเดือน หรือสูงสุดไม่เกิน 2,500 ปอนด์ หรือราว 100,000 บาท และปัญหาอยู่ตรงนี้ 

ประชาชนบางส่วน ซึ่งไม่น้อยเสียด้วยมองว่าสโมสรต่าง ๆ ชิงลดภาระค่าใช้จ่ายของตัวเองและให้พนักงานมารับเงินสวัสดิการจากรัฐ ซึ่งเป็นเงินภาษีของประชาชน เปรียบเสมือนสโมสรเหล่านั้น “เล่นแง่” ให้รัฐจ่ายเงินพนักงานของพวกเขาทางอ้อม ซึ่งมันนำมาสู่การต่อต้านการพักงานของบรรดาสโมสรต่าง ๆ ในพรีเมียร์ลีก โดยล่าสุด ลิเวอร์พูล ซึ่งออกมาบอกว่าเตรียมสั่งพักงานพนักงาน ยังต้องกลับคำพูดจากกระแสต่อต้านของแฟนบอลและประชาชนมากมาย

ตัดภาพมาที่การเจรจากันของบรรดาเจ้าของทีม ก็ได้ข้อสรุปว่าพวกเขาต้องการจะลดเงินเดือนนักเตะลงราว 30% ซึ่งน่าจะช่วยให้พวกเขาไม่ต้องสั่งพักงานคนงานในสโมสรได้ทุกตำแหน่ง แต่ฝั่งนักเตะซึ่งนำโดยบรรดากัปตันทีมต่าง ๆ ก็ตั้งข้อสงสัยว่า สโมสรไม่มีเงินขนาดต้องมาหักเงินจริงหรือ ส่วน กอร์ดอน เทย์เลอร์ ประธานของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพ หรือ พีเอฟเอ ก็เชื่อว่าสโมสรต่าง ๆ มีเงินเพียงพอที่จะใช้จ่ายพนักงานทุกตำแหน่งจนจบฤดูกาล หากแต่พวกเขาเพียงแค่ใช้สถานการณ์ให้เป็นประโยชน์เท่านั้น

ในส่วนของพรีเมียร์ลีก เรื่องราวยังไม่จบและอาจจะต้องการเวลาในการเจรจากันต่อไปอีกระยะ แต่ฟุตบอลไม่ใช่เพียงกีฬาเดียวในอังกฤษที่ได้รับผลกระทบ ในทางกลับกัน ถ้าลีกกีฬาที่ได้รับความนิยมที่สุดในโลกและมีคนดูรวมไปถึงค่าลิขสิทธิ์มหาศาล ยังต้องพิจารณาถึงการพังงานพนักงาน แล้วลีกรอง ๆ ลงไปหรือกีฬาอื่น ๆ จะไม่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาสภาพคล่องทางการเงินที่ร้ายแรงกว่านี้หรือ?

“แมวดำ” ซันเดอร์แลนด์ อดีตทีมในพรีเมียร์ลีกที่ปัจจุบันเล่นอยู่ในลีกวัน เป็นตัวอย่างของทีมที่ประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินอย่างหนัก และต้องใช้คำสั่งพักงานอย่างไม่มีกำหนดแต่ไม่ใช่แค่กับพนักงานที่ไม่ใช่นักเตะเท่านั้นแต่พวกเขายังต้องพักงานนักเตะด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมฟุตบอลส่วนใหญ่ไม่กล้าที่จะทำกัน เพราะมันมีโอกาสที่นักเตะจะใช้ต่อรองเพื่อออกจากสโมสร เนื่องจากถือเป็นการผิดสัญญาการจ่ายเงิน แต่ในกรณีของพวกเขานั้นไม่มีทางเลือกจริง ๆ

เชนต์ มีร์เรน ทีมในสก็อตติช พรีเมียร์ลีก ก็ตัดสินใจแบบเดียวกันไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ยิ่งเป็นการยืนยันว่าไม่ใช่ทุกทีมที่จะสามารถรักษาสภาพคล่องทางการเงินได้  และไม่ใช่แค่ฟุตบอลเท่านั้น มันยังไม่กีฬาอื่น ๆ ในสหราชอาณาจักรที่ทีมหรือสโมสรตัดสินใจใช้การพักงานเพื่อลดภาระของทีมลง

ฟอร์มูลาวัน ทั้งทีม แมคลาเรน และ วิลเลียมส์ ก็ตัดสินใจใช้มาตรการนี้ไปเรียบร้อยในเวลาไล่เลี่ยกัน หลายสโมสรในรักบี้ พรีเมียร์ชิพ ก็ใช้วิธีนี้ และว่ากันว่าตอนนี้ยอดการพักทีมงานจากลีกรักบี้น่าจะสูงถึงราว 340 คนไปแล้ว ส่วนคริเก็ต สโมสร ยอร์กเชียร์ และ วอร์เชสเตอร์เชียร์ ก็เป็นสองทีมแรกที่เลือกใช้วิธีนี้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

จะเห็นว่า ทั้งหมดทั้งนั้นเกิดขึ้นกับลีกกีฬาในอังกฤษ เพราะสโมสรกีฬาต่าง ๆ จะไม่ต้องเสียสมาชิกของพวกเขาไปจากการไล่ออก และคำสั่งพักงานตรงนี้ก็ยังช่วยให้พนักงานเหล่านั้นยังได้รับเงินยังชีพชดเชยจากรัฐบาลด้วย ซึ่งแน่นอนการตัดสินใจแบบนี้ของสโมสรกีฬาไม่ใช่เรื่องที่คนทั่วไปพึงพอใจ แต่นี่ก็อาจจะเป็น “ทางรอด” เพียงทางเดียวของลีกกีฬาอื่น ๆ หรือทีมกีฬาเล็ก ๆ ก็ได้

และหลังจากนี้สถานการณ์ต่าง ๆ จะยิ่งแย่ลงไปกว่านี้ เพราะทุกสัปดาห์ที่กีฬากลับมาแข่งขันไม่ได้ มันหมายถึงเงินที่เสียไปของแต่ละสโมสร และ แต่ละลีก ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น นับวันจะยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ และตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่า โควิด-19 นี้จะไปจบตรงไหนด้วย

ถ้าหางแก้ไขปัญหาภาระทางการเงินและสภาพคล่องในระยะยาวไม่ได้ ความหวังสุดท้ายก็คงต้องวัดดวงกันระหว่างว่า ลีกและสโมสรเล็ก ๆ จะล้มตายจากวิกฤติสภาพคล่องทางการเงินก่อน หรือ โควิด-19 จะทุเลาสถานการณ์ลงก่อนจนกีฬากลับมาแข่งขันกันได้ก่อนก็เท่านั้น

ถ้าเป็นทางหลัง เรื่องนี้คงจะยังมีทางออกอยู่บ้าง แต่ถ้าเป็นทางแรก มันจะนำมาสู่ความเปลี่ยนแปลงและหายนะครั้งใหญ่ในวงการกีฬามากกว่าใครจะคาดคิดได้เลยทีเดียว…