จากมูรินโญ่สู่ซีดาน?

30 September 2018
132 VIEWS

ยากจะเชื่อนะครับว่าสโมสรที่มีนามสกุลลงท้ายว่า “ยูไนเต็ด”​ จะตกอยู่ในสภาพไม่เหลือความเป็น “ยูไนเต็ด” ได้ขนาดนี้

อย่างที่เราได้เห็นมาตลอดสัปดาห์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวอื้อฉาวไม่เว้นในแต่ละวัน

ป็อกบา โดนปลดจากการเป็นกัปตันทีม, ป็อกบา โดนด่าในระหว่างการซ้อม, ป็อกบา ก่อหวอดตั้งกั๊กเหล่าภายในทีม ทำให้เกิดสถานการณ์แบ่งแยกอย่างรุนแรงระหว่างก๊วน “เพื่อนป็อก” กับก๊วน “วางตัวเป็นกลาง”

ผลงานในสนามก็เข้าขั้นเลวร้าย แพ้ดาร์บี้ ตกรอบลีกคัพ และล่าสุดก็แพ้ เวสต์แฮม แบบหมดรูป 3-1

สถานการณ์นี้ไปไกลเกินกว่าที่เราจะมาพูดถึงเรื่องของ ป็อกบา หรือ มูรินโญ่ แล้วครับ

เพราะชัดเจนว่าทั้งสองคนไม่สามารถแก้ไขปัญหาด้วยกันได้และพวกเขาก็ไม่คิดที่จะแก้ไขอะไรด้วย ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารที่จะต้องยื่นมือเข้ามา

นอกจากเรื่องของการ “หย่าศึก” แล้ว

เอ็ด วูดเวิร์ด จำเป็นที่จะต้องมองหาทางออกแล้วว่าพวกเขาจะทำอย่างไรเพื่อให้ทุกอย่างกลับมาอยู่ในความสงบ

ท่ามกลางความวุ่นวายตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา มีอดีตนักเตะยูไนเต็ดหลายคนที่ไม่อยากเชื่อสายตาในสิ่งที่พวกเขาได้เห็น

ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ บอกว่าทั้ง ป็อกบา และมูรินโญ่ เลิกทำตัวเป็นเด็กได้แล้ว ทั้งคู่โตแล้ว และเรื่องความบาดหมางทั้งหมดนั้นควรจะมีการเคลียร์กันเป็นการภายในหลังบ้าน ไม่ใช่ออกมาเปิดฉากล้งเล้งกันหน้าบ้านให้อายชาวบ้านชาวช่องแบบนี้

พอล สโคลส์ บอกว่านี่เป็นทีมยูไนเต็ด ที่เลวร้ายที่สุดในรอบหลายปี และที่เลวร้ายคือทัศนคติของนักเตะที่ถูกตั้งคำถามซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ขณะที่ ริโอ เฟอร์ดินานด์ เชื่อว่าผู้บริหารจะต้องหารือกันเป็นการเร่งด่วนอย่างแน่นอน

คนที่หลีกเลี่ยงผลกระทบไม่ได้เลยคือตัวของ มูรินโญ่ ในฐานะผู้จัดการทีม และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดสถานการณ์นี้ขึ้นภายในทีม

เรื่องของ ป็อกบา นั้นเป็นส่วนสำคัญ เพราะนั่นคือกองกลางที่มีค่าตัวแพงที่สุดของทีม และเป็นนักเตะที่มีคุณค่ากับสโมสรมากกว่าแค่เรื่องในสนาม เพราะป็อกบา คือเครื่องมือในการทำการตลาดที่ยอดเยี่ยม และยังเป็นสัญลักษณ์ยืนยันสถานะ Elite club ของแมนฯ ยูไนเต็ด ว่าพวกเขายังเป็นสโมสรระดับท็อปของวงการอยู่นะ (แม้ว่าผลงานในเวลานี้และทิศทางจะสวนทางกันอย่างมากก็ตาม)

แต่นอกเหนือจากนั้น มูรินโญ่ ยังมีปัญหากับผู้เล่นอีกมากมายหลายคน

อองโตนี มาร์กซิยาล, ลุค ชอว์, มาร์คัส แรชฟอร์ด เป็นตัวอย่าง ขณะที่นักเตะมีคลาสหลายๆคนก็เล่นไม่เป็นโล้เป็นพาย ไม่สมค่าเหนื่อยมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อเล็กซิส ซานเชซ ที่ดูจะลืมไปหมดแล้วว่าเขาเคยเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมแค่ไหนในสีเสื้ออาร์เซนอลและชิลี

ในภาพรวมแล้ว มูรินโญ่ ยังพยายามเปลี่ยนแปลง United Way จนไม่เหลือฟุตบอลในสไตล์ของยูไนเต็ดแท้ๆที่แฟนบอลหลงรั

เมื่ออะไรมันผิดเพี้ยนไปหมด บางทีวิธีแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุดสำหรับ ยูไนเต็ด ก็คือ มูรินโญ่ ต้องไป

หลังสิ้นเสียงนกหวีดที่ลอนดอน สิ่งแรกที่ผู้สื่อข่าวในอังกฤษได้รับคือบ่อนรับพนันถูกกฏหมายยกให้ มูรินโญ่ เป็นตัวเต็งที่จะโดนเด้งคนต่อไป

พร้อมกันนั้นยังมีข่าวลือสะพัดว่าพวกเขาได้ติดต่อทาบทามซีเนอดีน ซีดาน กุนซือระดับตำนานให้มารับงานต่อ หลังจากที่มีข่าวว่า “ซิซู” ไปลงเรียนภาษาอังกฤษ (น่าจะที่ลอนดอน) ในเวลานี้

ตามการข่าวระบุว่า การเจรจาเบื้องต้นระหว่างสองฝ่ายได้เกิดขึ้นแล้วด้วยครับ

สมมติหากได้ซีดานจริง มันจะเป็นการกดปุ่ม “รีเซ็ต” ของทีมครั้งสำคัญ ซึ่งก็เหมือนกับในวันที่ ซีดาน เข้ามารับช่วงแก้ปัญหาในทีมเรอัล มาดริด ต่อจาก ราฟา เบนิเตซ (อดีตคู่ปรับของมู)

แตกต่างกันที่วันนั้นแทบไม่มีใครเชื่อน้ำยาของเขา แต่วันนี้ ซีดาน กลายเป็นหนึ่งในชื่อโค้ชที่หอมหวานที่สุด จากผลงานการคว้าแชมป์ลาลีกา และแชมเปี้ยนส์ ลีก อีก 3 สมัย

และหากเขามาจริง เราย่อมคาดหวังได้ว่านักเตะจอมศิลปินอย่าง ป็อกบา หรืออเล็กซิสก็น่าจะเล่นกันได้ดีขึ้นตามไปด้วย

อย่างไรก็ดีสำหรับสโมสรที่ยิ่งใหญ่ในระดับนี้ การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งสำคัญอย่างผู้จัดการทีมนั้นไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆครับ

ผมเชื่อว่าระหว่างนี้น่าจะมีการพูดคุยและมองหาทางออกร่วมกัน

โดยทางออกสุดท้ายคือการที่ มูรินโญ่ ต้องไป

กระบวนการอาจจะใช้ระยะเวลาสักหน่อย อาจจะให้โอกาสกันอีก 2 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน หากไม่มีอะไรเลวร้าย และทุกอย่างเริ่มดีขี้น มูรินโญ่ อาจจะได้คุมทัพจนจบฤดูกาล

แต่หากสถานการณ์ทุกอย่างยังอลหม่านเหมือนเดิม และทีมก็ยังสาละวันเตี้ยลง

อาจเป็นอีกครั้งที่ มูรินโญ่ โดนปลดจากทีมในฤดูกาลที่ 3

โดยที่ยากที่เขาจะโทษใครได้นอกจากตัวเองครับ