ฝรั่งเศส กับป๊อกบาที่ “เติบโต”

13 July 2018
60 VIEWS

ณ เวลาที่มีแต่เสียง “แซ่ซ้อง” กล่าวถึง คิเลียน เอ็มบัปเป้ เจ้าหนูวัย 19 ปีว่าดีอย่างงั้น อย่างงี้ และเจ๋งไปหมด

เอนโกโล่ กองเต้ ก็ได้รับการกล่าวขวัญว่า ปิดทองหลังพระ และทำผลงานได้สุดยอดครบเครื่องมิดฟิลด์ตัวรับ

กรีซมันน์, มาร์ตุยดี้, เฮอร์นานเดซ, อุมติตี้, วาราน, ปาวาร์, ญอริส หรือแม้แต่ ชิรูด์ต่างมีเสียงเชิดชู ชื่นชม

ครบแล้ว 10คน!

ขาดไป 1หน่อ คือ พอล ป๊อกบา ที่เหมือนมาทีหลังแบบเงียบ ๆ แต่สุดท้ายไม่เฉพาะ “ลูกพี่” โจเซ่ มูรินโญ่ ที่ปริปากสดุดีว่า Mature หรือเป็นผู้ใหญ่ (ซะที)

จากผลงานสุดยอดในเกมกับเบลเยียมที่ทำหน้าที่ได้สมบูรณ์ทั้งรุก และรับ

อันเป็นความ “พอดี” ไม่มากไปน้อยไป อันนี้ขาด อันนั้นเกินเหมือนที่เรา ๆ ท่าน ๆ คุ้นชินภาพเหล่านั้นกับสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

งานนี้ไม่เฉพาะมูรินโญ่ครับ กุนซือปรมาจารย์ อาร์เซน เวนเกอร์ ก็เอ่ยปากเช่นกันใน “มิติ” คล้าย ๆ กันว่า แค่ทำอะไรให้มันพอดี ๆ มันก็น่าประทับใจแล้วสำหรับนักเตะวัย 25 ปีที่มี “อาวุธ” ติดกายมากมาย

หนึ่งขีปนาวุธนั้นที่เวนเกอร์กล่าวถึงคือ การเปิดบอลยาวระดับ “คุณภาพ” ที่หาตัวจับยาก

 

มันเกิดอะไรขึ้นกับ “ป๊อกบา” ในทัวร์นาเมนท์บอลโลก 2018?

เบื้องต้นต้องชมเชย ดิดิเยร์ เดอชองป์ส กับความพยายามหาที่หาทาง “ลงตัว” ให้กับอดีตมิดฟิลด์ค่าตัวแพงที่สุดของโลกรายนี้พร้อม ๆ กับบรีฟงานได้ชัดเจน

แบบที่ มูรินโญ่เองก็ยังทำไม่ได้

สตาร์ตตอนแรกร่วมกับ กองเต้ และโตลิสโซ่ แต่ไม่กลมกล่อมในเกมกับออสเตรเลีย แม้จะทำได้ 1 ประตูช่วยทีมชนะ 2-1 ก็ตามที

จากนั้นทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไป เดอ ชองป์ส ไม่เพียงรู้วิธี “บอกจ็อบ” ป๊อกบาในสนาม แต่ยังจัด แบรส มาตุยดี้ ลงมาเป็นส่วนผสมในแดนกลางนับตั้งแต่เกมที่ 2 กับเปรูเป็นต้นมา

มาตุยดี้จะเคลื่อนที่น้อย ต่างจากเอ็มบัปเป้ ทางฟากขวา และจะผนึกกำลังกับกองเต้โดยมีกรีซมันน์ดร็อปตัวลงมาช่วยเป็น 3 เหลี่ยม หรือ 4 เหลี่ยมไดมอนด์ (หากเฮอร์นันเดซ ตามมาซัพพอร์ตด้วย)

ป๊อกบาจะอยู่อีกฟาก และจะทำงานร่วมกับเอ็มบัปเป้ที่มีความเร็วอันบีบให้ป๊อกบาต้องเป็นคนเปิดบอลทั้งใกล้ให้กรีซมันน์ที่โรยตัวลงมา หรือไกลให้เอ็มบัปเป้ที่มักฝังตัวอยู่สูงทางฝั่งขวา(โดยตัวเองไม่ต้องขึ้น ๆ ลง ๆ แต่ทำหน้าที่มิดฟิลด์ตัดบอล จ่ายบอล ไปกับบอลนิดหน่อย เท่านั้น)

แน่นอนมี ปาวาร์ อยู่ฝั่งนี้คอยเติมเช่นกันอันทำให้ “บาลานซ์” ฝรั่งเศสทั้งฝั่งซ้าย และขวา มีสมดุลที่ดี

แกนกลางตั้งแต่ อุมติตี้ + วาราน ไป กองเต้ + ป๊อกบา จนถึง กรีซมันน์ + ชิรูด์ ก็จัดเป็นแกน “กระดูกสันหลัก” ที่แข็งแกร่ง

ถึงตรงนี้หลังพลาดแพ้ให้กับโปรตุเกสในเกมที่ พอล ป๊อกบา เองยอมรับว่า ทัพตราไก่มั่นใจมากไปตั้งแต่ก่อนแข่งนัดไฟนอล “ยูโร 2016”

คราวนี้ พลพรรค “เลอ เบลอส์” รับรองว่า ได้เรียนรู้ และจะไม่พลาดง่าย ๆ ในเกมกับโครเอเชียอย่างแน่นอน

รวมถึงชาวโลกจะได้เห็น ป๊อกบา เวอร์ชั่นไว้ใจได้มากกว่า คาดเดาไม่ได้ในวันอาทิตย์นี้

 

สมมติว่า ฝรั่งเศส ชนะได้แชมป์โลกสมัยที่ 2 ดิดิเยร์ เดอชองป์ส จะไม่เพียงแต่สร้างหน้าประวัติศาสตร์มากมายที่หนึ่งในนั้นคือเป็นทั้งนักเตะ และกุนซือที่ได้แชมป์โลกคนที่ 3 ต่อจาก มาริโอ ซากาโล่ และฟรานซ์ เบคเคนบาวร์

ทว่าทีมฝรั่งเศสชุดนี้อายุน้อย และยังก้าวไปได้อีกไกลกับทีมที่ยัง “เติบโต” และรอความกล้าหลังจากได้ถ้วยโทรฟี่ใบแรกเสียก่อน

ครับ ม้านั่งสำรองพวกเค้ายังมีนักเตะตัวรุกดี ๆ มากมายติดสนับก้น: เดมเบเล่, เฟคีร์, เลอมาร์, โตแวง หรือแบ็คจอมเติมที่จำต้องหลีกทางอย่าง เมนดี้ และซิดิเบ้

เรียกได้ว่า “ทรัพยากร” น้ำหอมมีเหลือเฟือ แต่ตอนนี้เดอชองป์ส จำเป็นต้องสร้างทีมให้บาลานซ์, เล่นมีประสิทธิภาพเพื่อแชมป์มากกว่าความตื่นเต้นเร้าใจ และเอนเตอร์เทน

แต่หากได้แชมป์โลก2018 ทีมนี้อาจไม่ต่างอะไรกับทีมของเค้าชุดแชมป์โลก1998 ที่ต่อด้วยแชมป์ยูโร2000 ซึ่งเล่นอย่างมั่นใจ มั่นใจ และมั่นใจมากขึ้น

พูดถึงตรงนี้อาจจะ “มองไกล” ไปเล็กน้อย แต่ทว่านั่นคือ “ศักยภาพ” ของทัพเลอ เบลอส์ ณ เวลานี้จริง ๆ