#FootballPoints คาแร็กเตอร์ “แชมเปี้ยน”

ผมเชื่อว่า ตัวเองได้ “บรรเลง” บทวิเคราะห์ก่อนเกม ลิเวอร์พูล – แมนฯซิตี้ ติด ๆ กัน 2 วันในระดับน่าจะ “อิ่มเอม” แล้วนะครับ

สารภาพตามตรงว่า ได้ “เค้น” และกรองไอเดียออกมาได้ “เข้มข้น” จนวันนี้ผมคิดว่า ผมจะ “เปลี่ยนมุม” ในการมองบ้างดีกว่า

นัยว่า “ส่งท้าย” ให้มันเป็น Grand Finale ไปเลย

เกมนัดนี้ ถูกมองแน่ ๆ ว่า เป็นการเผชิญหน้าของ 2 ทีมที่ดีที่สุดฤดูกาลนี้ เป็น 2 ตัวเต็งอันดับสูงสุดในการลุ้นแชมป์

ดังนั้นในทุกแง่ของ “คุณภาพ” ไม่ว่าจะ กลยุทธ์, เทคนิค, แท็คติกส์, สไตล์, ตัวผู้เล่น, โค้ช หรือ “ทุกสิ่งอย่าง”

นี่คือ แมตช์ที่ดีที่สุด และจะพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง

แต่ในเชิง rivalry หรือความเป็น “คู่แข่ง” คู่กัด คู่ปรับ คู่ปรปักษ์ อะไรทำนองนั้น

Fixture ลิเวอร์พูล – แมนฯซิตี้ ยังเทียบไม่ได้กับ “แดงเดือด”, ไม่ใช่ สเปอร์ส – อาร์เซนอล, ลิเวอร์พูล – เอฟเวอร์ตัน, แมนฯยูฯ – แมนฯซิตี้, เชลซี – อาร์เซนอล ฯลฯ และ ฯลฯ

กล่าวคือ มันยังไม่ได้มี “ฟิลลิ่ง” หรือ “สตอรี่” ในเชิงแข่งขัน “ข้นเดือด” กันแบบนั้น

อาจจะเพราะซิตี้เพิ่งจะประกาศศักดาตั้งแต่ ฤดูกาล 2011/12 ในช่วงเวลาที่ลิเวอร์พูลยังไม่ได้เป็น “แคนดิเดท” ลุ้นแชมป์เต็มองค์

ขณะช่วง 80s ที่หงส์แดงครองความยิ่งใหญ่ในเกาะอังกฤษ แมนฯซิตี้ ก็ไม่ได้มีความน่าเกรงขามใด ๆ เช่นกัน

แต่ทว่า มันจะอาจจะ “เริ่มต้น” ปฐมบทการต่อสู้อย่างจริงจังตั้งแต่นัดนี้ก็ได้ครับ…

อย่างไรก็ดี แม้จะไม่ได้มีความสัมพันธ์ในเชิง rivalry แต่ฟุตบอลนัดนี้จะมี “ครบเครื่อง” ทุกเรื่อง ทุกแง่มุมเท่าที่ฟุตบอลสมัยใหม่ในฐานะ “ตัวแทน” ฟุตบอลเกาะอังกฤษจะ “นำเสนอ” ให้ชาวโลกได้

เมื่อสักครู่ ผม “แตะ” ในเรื่องคุณภาพแง่มุมต่าง ๆ ของฟุตบอลไปแล้ว

แต่ที่จะทิ้งท้ายไว้เพิ่มเติมเพื่อเป็น “กุญแจ” ไขเกมนัดนี้ คือ ในแง่ “คาแรกเตอร์”

ทั้ง 2 ทีมอย่างน้อยไม่มีผู้เล่น cry-baby หรือนักเตะนิสัย “เด็กน้อย” แบบ พอล ป๊อกบา หรือมาแนว “จรจัด” มีปัญหาเชิง กบฎลูกหนัง

แต่เต็มไปด้วยมืออาชีพ “แชมเปี้ยน” เปี่ยมประสบการณ์ และมีคุณสมบัติ “แชมเปี้ยน” พร้อมจะเป็น “แชมป์” อยู่ในทีม

ซิตี้อาจได้เปรียบในแง่ “ประสบการณ์” แต่หากมองทุกขุมกำลังของลิเวอร์พูล ทุกตำแหน่งล้วนเป็น “ผู้นำ” เช่น แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ก็เป็นกัปตันทีมชาติสกอตต์, ซาดิโอ มาเน่ กัปตันเซเนกัล

คนอื่น ๆ ก็ล้วนเป็น “ตัวหลัก” ในระดับสโมสร และทีมชาติที่หลอมรวมอย่าง “กลมกล่อม”

แบบไม่มี “เด็กน้อย” กลอยใจไร้สาระ หรือพวกคาแร็กเตอร์อ่อนแอ

ซึ่งผมเชื่อครับว่า ฟุตบอลสูสีใกล้ ๆ กัน…บางที และบางทีจะวัดกันตรง “คาแร็กเตอร์” แชมเปี้ยนในทีมนี่แหละครับ

<ad> ซูเปอร์แมตช์เกมนี้แบบชัดที่สุดด้วยระบบ 4K ทาง “ทรู วิชั่นส์” ช่อง 400 มีนัดกันคืนวันอาทิตย์ที่ 7 ต.ค. ตั้งแต่เวลา 22.30 น. ใครสนใจลองดูข้อมูลเพิ่มเติมรายละเอียดตามนี้นะ https://bit.ly/2yu6Qs6 🙂



RELATED POSTS

Story

มูรินโญ่ : ปฏิกิริยาของผมเกิดจากการถูกดูหมิ่น

SPORTDesk. Team

กลับกลายเป็นว่าสถานการณ์ของแมนฯ ยูไนเต็ด ในการลุ้นเข้ารอบน็อกเอาท์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ดูดีมีราศีขึ้นมาทีเดียว หลังจากพวกเขาบุกแซงชนะยูเวนตุสที่อลิอันซ์ สเตเดี้ยมในตูริน อิตาลี 2-1 ทั้งที่เกมนี้ม้าลาย ยูเวนตุส ขึ้นนำก่อนจากประตูที่มาจกาการประสานงานกันอย่างยอดเยี่ยม ก่อนที่คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะยิงเข้าไป นาที 65 แต่ยูไนเต็ด มาแซง 2 ประตูแบบปาฏิหาริย์ จากฟรีคิกของฆวน มาต้า นาที 86 และเลโอนาร์โดร โบนุชชี่ ทำเข้าประตูตัวเองในนาทีสุดท้าย

Story

พ้นวันเส้นตายตลาด…ใครคือผู้แพ้-ชนะที่แท้จริง

SPORTDesk. Team

“พอไม่มีน้ำตา…เราก็ไม่มีหลักฐานว่ามันคือความเศร้า” คำคมจากภาพยนตร์เรื่อง Burnig ที่น่าจะนำมาใช้กับสถานการณ์ของโจเซ่ มูรินโญ่ และ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ สองทีมใหญ่ไซส์บิ๊กที่ทำ Performanceในช่วงโค้งสุดท้ายเส้นตายตลาดนักเตะได้อย่างน่าผิดหวัง  ซึ่งแม้ทั้ง 2 กุนซือไม่มีน้ำตา แต่การันตีได้เลยว่า ดูโอกุนซือคู่นี้ เศร้า แน่นอน…

Thought

รักษา “โมเมนตัม” การเล่น

ไข่มุกดำ

มีผลการแข่งขันอย่างน้อย 2 นัดในศึก UCL รอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้ายที่ผม “แอบมอง” ว่า มี “ผลร้าย” มากกว่า “ผลดี” เพราะทั้งเรอัล มาดริด และแมนฯ ยูไนเต็ด พ่ายแพ้แบบสามารถทำได้ดีกว่านี้