#footballmemory ขออย่า “ยอมแพ้” 💪

จำได้ว่า ตอนนั้นเป็นเดือน พ.ค.2012 ผมเพิ่งออกจากงานที่ “ทรู วิชั่นส์” และยัง “คัน ๆ” อยากมาร่วมงานออนกราวด์ กิจกรรมชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เหมือนที่เคยมี “ส่วนร่วม” ในการจัดงานมาตลอด 4 ปี

“เอเชียนทีค” คือ สถานที่จัดอีเวนต์ดูบอลครับ และคู่หลักถ่ายทอดสดจอยักษ์เป็นเกม แมนฯ ซิตี้ – คิวพีอาร์ ที่ทีมเรือสีฟ้า ต้องมีผลการแข่งขันเหนือกว่า หรือเท่ากับแมนฯยูไนเต็ด ที่ออกเยือน สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ ของซันเดอร์แลนด์

เพื่อเป็นแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกในรอบ 44 ปี!

จำได้อีกด้วยว่า “ทรู วิชั่นส์” เพิ่งจะมีเริ่มทำเฟสบุ๊ค แฟนเพจ และมี “เพจไลค์” หลักพัน แต่กาลเวลาผ่านไป ปัจจุบันมี 1.3 ล้านไลค์

อะไร ๆ ก็เปลี่ยนไปเร็วจังนะครับ…บนโลกใบนี้ 🙂

พาโบล ซาบาเล็ตตา ยิงให้เจ้าบ้านนำก่อนในเกมที่ดูไม่น่าจะมีอะไรกับเส้นทางลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรก

แต่ก็เหมือน “พระเจ้า” เล่นตลก ฌิบริล ซิสเซ่ มาตีเสมอให้ทีมทหารเสือราชินีในนาทีที่ 3 ของครึ่งหลังก่อน โจอี้ บาร์ตัน จะโดนไล่ออกในนาทีที่ 55

มันไม่น่าจะยากใช่ไหม? ที่แมนฯซิตี้ จะยิงเพิ่มได้อีกในบ้านขณะที่ควีนส์ปาร์คฯ เหลือผู้เล่น 10 คน

แต่แล้วสิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น เจมี่ แม็คคี พุ่งโหม่งให้ผู้มาเยือนออกนำ และ “กดดัน” สถานการณ์ในถิ่น เอธิฮัด สเตเดี้ยม ให้เต็มไปด้วยความวิตกกังวลอย่างยิ่งยวด

แต่ด้วยการ “เดินหน้า” ไม่ย่อท้อ ยอมแพ้ และจังหวะ โชคชะตาต่าง ๆ ค่อนข้างเป็นใจ

ตัวสำรอง เอดิน เซโก้ ตีเสมอตอนทดเจ็บ 90+2 ตามด้วย กุน อเกวโร่ กับประตูที่ 30 ในฤดูกาลนั้นบวกประตูชัยนาทีที่ 90+4 ที่สร้างให้ตัวดาวเตะอาร์เจนไตน์เป็น “ตำนาน” สโมสร

ทั้งนี้ แม้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะบุกชนะซันเดอร์แลนด์ 1-0 ก็ไม่เพียงพอ ขณะที่คิวพีอาร์ โชคดีเหลือหลายที่ โบลตัน ทำได้แค่บุกเสมอสโต๊ค 1-1 ยังผลให้ทัพ เดอะ ทร็อตเตอร์ “ตกชั้น” ไปแทน

ขณะที่แมนฯ ซิตี้ ภายใต้การนำทัพของ โรแบร์โต้ มันชินี่ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้สำเร็จ

เรียกได้ว่าเป็นการ “เปิดหน้า” ประวัติศาสตร์สโมสร (อีกทีม) ของเมืองแมนเชสเตอร์ให้โลกได้รู้จักอย่างเต็มตัว!

ความน่าสนใจของผลการแข่งขันในนัดสุดท้าย 13 พ.ค.2012 ดังกล่าวยังผลให้ผมซึ่ง “บังเอิญ” ได้ร่วมงานกับ “แอร์เอเชีย” ในเวลาต่อมา มีโอกาสได้ทำแคมเปญไปดูบอลที่ ลอฟตัส โร้ด ซีซั่น 2012/13

“แอร์เอเชีย” เป็นเจ้าของทีมทหารเสือราชินี ส่วนผมเอง ทำแคมเปญ “บินสู่ฝัน” พาเด็ก 2 คนที่ชนะการคัดเลือกทักษะฟุตบอลโดย “พี่ตุ๊ก” ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน เดินทางไปหาประสบการณ์ และชมฟุตบอลสด ๆ ที่อังกฤษ

งานนั้นคงไม่เกิดขึ้น หากผลแข่งขันที่ เอธิฮัด และบริทาเนีย สเตเดี้ยม รวมถึงโชคชะตา “ชีวิตงาน” ของผมไม่ได้เป็นใจแบบนั้น

ซึ่งก็คือ “ความบังเอิญ” ที่สวยงามนะครับ…

นั่นคือ สิ่งที่ผมมานั่งนึกย้อนผ่านเหตุการณ์นี้เมื่อ 6 ปีมาแล้ว

สาเหตุเพราะไปอ่านเจอบทความ เอดิน เชโก้ ใน squawka.com ที่สัมภาษณ์ผ่าน theplayerstribune.com

ภาพความทรงจำจึงเด้งดึ๋ง ๆ ออกมาเป็นฉาก ๆ

“เกมนี้แสดงให้ผมเห็นว่า ในฟุตบอล หรือชีวิต คุณต้องไม่มีทางยอมแพ้อะไรได้เลย เพราะถ้าคุณยอมแพ้ คุณก็เหมือนคนตายไปแล้ว เราเองตายไปแล้ว แต่ก็กลับมาได้สำเร็จจากจุดที่ไม่น่าจะเป็นไปได้เลย”

ใช่แล้วครับ ขอเพียงอย่ายอมแพ้เท่านั้น ผลลัพธ์ไม่ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร?

คุณจะไม่มีวันเสียใจ และผมมั่นใจว่า หากคุณทำได้ คุณจะ “ชนะ” มากกว่า “พ่ายแพ้” ในทุกเรื่องของชีวิตครับ



RELATED POSTS

Story

ผีแดงยุคโซลชากลายเป็นอสูรร้ายตัวเดิม

SPORTDesk. Team

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ในยุคของโอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่เพิ่งเข้ามาคุมทีมในโรงละครแห่งความฝัน 3 นัด และสามารถเก็บชัยได้ทั้ง 3 นัดแบบเกมรุกเร้าใจขยี้อารมณ์แฟนเร้ด เดวิลส์

Thought

พรีเมียร์ ลีก ยึดรัสเซีย

มาริโน่

ถ้าใครบอกก่อนทัวร์นาเมนท์ว่ารอบตัดเชือกฟุตบอลโลก 2018 จะไม่มีแชมป์เก่า เยอรมัน ไม่มีเต็ง 1 บราซิล ไม่มีสเปน ไม่มีลิโอเนล เมสซี่, โรนัลโด้ รวมถึง เนย์มาร์ หลายคนคงรู้สึกในตอนนั้นว่างานน่าจะกร่อยพิลึก

Story

ชายผู้เป็นทุกอย่าง : 400 ประตูในลีกของเมสซี่

SPORTDesk. Team

ลีโอเนล เมสซี่ ผู้เป็นทุกอย่างให้กับสโมสรบาร์เซโลน่า และล่าสุดชายวัย 31 ปีจากโรซาริโอ-อาร์เจนติน่า เพิ่งจะทำสถิติใหม่ล่าสุดให้กับประวัติศาสตร์ส่วนตัว รวมถึงประวัติศาสตร์สโมสรด้วย หลังจากเขาซัดได้ 1 ประตูในเกม ที่ บาร์เซโลน่า เปิดบ้านชนะเออิบาร์ 3-0 และทำให้บาร์เซโลน่า ยังรั้งจ่าฝูงลีกสเปนต่อไปในฤดูกาลนี้