#footballlife เมื่อเดินถึง “ทางแยก”

หลังกดได้เพิ่มอีก 1 ประตูในพรีเมียร์ลีกนัดที่ 8 เหนือเซาแธมป์ตัน 3-0 ทำให้ “เชลซี” เป็นจ่าฝูงร่วมพร้อม ๆ กับการ “ออกฟอร์ม” ที่ว่ากันว่า ดีที่สุดในชีวิตการค้าแข้ง

คำถามถึง “อนาคต” เอแดง อาซาร์ ก็ดังขึ้น ๆ ๆ และดังขึ้น

“ดัง” เพราะฝีเท้าแหกปาก “ตะโกน” แทน “คำพูด” และแน่นอนครับ สถานการณ์แบบนี้ยิ่งมีพลัง “ดึงดูด” ความสนใจจากทีมต่าง ๆ ที่อยากได้ “บริการ” อาซาร์ มากขึ้น

จริง ๆ จะว่าไปแล้วก็มีเพียง “เรอัล มาดริด” ทีมเดียวเป็นตัวเต็งจ๋า เพราะพลังดึงดูง และความยิ่งใหญ่ของสโมสรรวมกับการขาดหายไปของ คริสติอาโน่ โรนัลโด้ ที่จำเป็นต้องมี “บิ๊กเนม” มาทดแทน

และด้วยทุกปัจจัย อาซาร์ มาแรงที่สุดในชั่วโมงนี้ครับ

“ผมไม่ต้องการจะพูดว่า ได้ครับ ผมจะเซ็นสัญญาฉบับใหม่ และพอถึงเวลาจริง ๆ แล้วผมทำไม่ได้ ดังนั้น ผมจึงอยากให้รอกันก่อน

“บางครั้งมันติดอยู่ในหัวผม ตอนเช้าตื่นมา ผมก็บอกกับตัวเองว่าจะไป บางเช้าผมก็คิดว่า ผมต้องการจะอยู่ มันเป็นการตัดสินใจที่ยาก มันเกี่ยวกับอนาคตของผม ผมอายุ 27 เตรียมจะ 28 เดือน มกราคมนี้แล้ว”

ครับ เบื้องหลังคำพูดนี้ กัปตันทีมชาติเบลเยียมไม่ต้องการจะ “ลงเอย” เหมือนเพื่อนร่วมทีม ธิโบต์ คูตัวส์ ซึ่งจบไม่สวยกับเชลซี เพราะต้องการย้ายไป เรอัล มาดริด ซัมเมอร์ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน ด้วยวัยเท่านี้ และเพิ่งทำผลงานได้สุดยอดใน “บอลโลก 2018” ที่ผ่านมาต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันในพรีเมียร์ลีก

รวมกับสัญญาที่เหลือไม่ถึง 2 ปีกับเชลซี ทำให้สถานการณ์ส่งเสริมชัดเจนว่า นี่คือ “โอกาสสุดท้าย”

หรือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด “ครั้งเดียว” ที่เหลืออยู่ในการจะเซ็นสัญญานักฟุตบอลอาชีพฉบับที่ดีที่สุด

“มันคือการเลือกระหว่างสัญญาฉบับใหม่ กับความฝันในการย้ายทีม” อาซาร์ กล่าวแบบนั้น

ใช่แล้วครับ เรอัล มาดริด (หรือบาร์เซโลน่า) อีกแล้วครับท่าน คือ สโมสรในฝันของเด็กผู้ชายที่เติบโตมากับฟุตบอลจริง ๆ

กี่ครั้งกี่หนแล้วที่การย้ายทีมของเหล่าซูเปอร์สตาร์ “ลงเอย” ด้วยเหตุผลนี้

“ความฝัน” หรือ a dream move

มันคือ “เหตุผลเดียว” ที่ไม่มีใครสามารถสกัดกั้นขัดขวางได้ไม่เว้นแม้แต่ “เงินทอง” 300,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ (ต้องมี) ที่เชลซีเตรียมประเคนให้

หรือการเข้ามาของ เมาริซิโอ ซาร์รี กับ “รูปแบบ” การเล่นในปัจจุบันของทีมที่เป็น “ผลดี” กับเชลซี และอาซาร์โดยเฉพาะสถิติการทำประตูที่เปรี้ยงปร้างขึ้น

หรือโอกาส “ลุ้น” ความสำเร็จอีกยกกับสโมสรสิงโตน้ำเงินครามชนิดที่สามารถเตรียมขึ้นแท่นเป็น “ตำนาน” สโมสรได้เลยในอนาคต

แต่ต่าง ๆ นานาเหล่านั้น คือ “เหตุผล” ที่มีหรือจะสู้ “หัวใจ” ตัดสินใจได้ล่ะครับ

ผมเชื่อว่า ในชีวิตคนเราต้องมีอย่างน้อย 1 ครั้งที่ “พวกเรา” เดินมาถึง “ทางแยก”

ไม่ว่าจะ “ความรัก” หรือ “การงาน” หรือ ส่วนตัว “ครอบครัว” เช่น ต้องย้ายบ้าน ย้ายถิ่นที่อยู่ ฯลฯ

จะเดินหน้าต่อทางเดิม หรือจะตัดสินใจ “เลี้ยว” ไปสู่เส้นทางที่ไม่เคยเดินทางมาก่อน

จริง ๆ แล้ว “โอกาส” ที่อาซาร์จะอยู่ต่อ หรือ “เดินหน้า” ทางเดิมก็มีอยู่นะครับ

เพียงแต่ว่า อาซาร์ต้องหาความ “ท้าทาย” หรือ “เป้าหมาย” ในการเดินทางหน้าแม้จะทิศทางเดิมให้เจอ

แล้ว “ชั่งน้ำหนัก” ให้ดีเทียบกับเส้นทาง “ความฝัน” ตามที่ได้เห็นตัวอย่างจาก “ตำนานราชันชุดขาว” ก่อนหน้านี้ว่ามันจะสามารถ “ทดแทน” กันได้หรือไม่

ผมเองเคยเลือกเดินออกจาก “งานประจำ” 2 งานล่าสุด เพราะก็มี “ความฝัน” และอยากทำในสิ่งที่อยากทำจริง ๆ ที่อาจมีหลายอย่าง “พร้อมกัน” ในชีวิต

ที่ “งานประจำ” แม้จะมั่นคงไม่สามารถ “ตอบโจทย์” หรือสร้างความท้าทายใหม่ ๆ ให้ได้

ชีวิต “โจรสลัด” หรือฟรีแลนซ์ ก่อนจะเริ่มทำบริษัทเล็ก ๆ SPORTDesk กับ “ลูกแม่กิ่ง” จึงได้เริ่มขึ้นเมื่อ 2 ปีเศษที่ผ่านมา

สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าผมเอง หรือเอแดง อาซาร์ หรือแม้แต่ โรนัลโด้ ที่เลือกเดินจาก เรอัล มาดริด สู่ยูเวนตุส หรือ “พวกเรา” เมื่อได้เลือก “เส้นทาง” แล้ว

เราต้องอยู่กับ “ปัจจุบัน” และสนุกกับทุกก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความเข้าใจ “ถ่องแท้” ว่า จะไม่สามารถเดิน “กลับหลัง” ได้อีกต่อไปครับ



RELATED POSTS

Story

เฆซุส : ผมผิดหวังที่ไม่ได้ยิงจุดโทษ (แต่…)

SPORTDesk. Team

ควันหลงฟุตบอลพรีเมียร์ลีก คู่บิ๊กแมตช์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ยังมีให้พูดถึง และขุดคุ้ย อีกมากมาย โดยเฉพาะประเด็นจุดโทษของแมนฯซิตี้ ที่มีโอกาสฝังลิเวอร์พูลในช่วงท้ายเกมให้จม แต่สุดท้าย ริยาด มาห์เรซ แนวรุกชาวแอลจีเรียของแมนฯซิตี้ กลับสังหารหลุดกรอบออกไปแบบไม่มีลุ้น ส่งผลให้เกมบิ๊กแมตช์ หงส์ปะทะเรือ จบลงแบบบัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น 0-0 และแบ่งแต้มกันไปทีมละ 1 คะแนน

Story

ปลดโลเปเตกี : ฟางเส้นสุดท้ายคือความอับอายใน เอล กลาซิโก้

SPORTDesk. Team

ชีวิตการเป็นผู้จัดการทีมเรอัล มาดริดของฆูเลน โลเปเตกี เปรียบเสมือนกับการนั่งรถไฟเหาะ เพราะก่อนหน้านี้เขาเป็นกุนซือทีมชาติสเปน สามารถพากระทิงดุเข้ารอบไปเล่นฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้ายได้แบบใส ๆ จากผลงานในรอบคัดเลือกที่ยอดเยี่ยมแบบนอนมา

Story

อิตาลีไร้แข้งยูเวนตุสลงตัวจริงรอบ 20 ปี

SPORTDesk. Team

ภายหลังเกมยูฟ่า เนชั่น ลีก ลีก A กลุ่ม 3 ระหว่างโปรตุเกส-อิตาลี ซึ่งผลการแข่งขันจบลงด้วยชัยชนะของเจ้าบ้านโปรตุเกส 1-0 จากการพังประตูชัยของอังเดร ซิลวา ในนาทีที่ 48 เกมนี้มีสถิติหนึ่งที่น่าจะเอามาเป็นประเด็นให้พูดถึงกันในภายหลังอยู่เรื่องหนึ่ง เป็นสถิติที่ยากจะเกิดขึ้นกับวงการฟุตบอลอิตาลี นั่นคือเกมนี้นับเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี หรือ 2 ทศวรรษ ที่ทีมชาติอิตาลีไม่มี นักเตะยูเวนตุส ลงสนามเป็น “ตัวจริง” เลยแม้แต่คนเดียว