#footballlife ยากที่สุด คือ “ชนะใจ” ตัวเอง

จำแมตช์ฟุตบอลโลก 2018 รอบ 8 ทีมสุดท้าย: บราซิล กับเบลเยียม ได้นะครับที่ “ติเต้” ประกาศรายชื่อนักเตะ 11 คนล่วงหน้า 1 วัน แบบมั่นใจในวันแถลงข่าว

แน่นอนครับ พอทราบรายชื่อ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ก็จะทราบด้วยว่า บราซิล จะยังคงใช้ระบบ 4-3-3 และจับแฟร์ดินโญ่ มาแทนที่ คาเซมิโร่ ที่ “ติดแบน”

นอกนั้น “ชุดเดิม” และเล่น “เหมือนเดิม” !!!

ด้วยเหตุนี้ มาร์ติเนซ จึงวางหมาก “โต้กลับ” ตั้งใจมารับ 7 คน และรอโต้เร็ว 3 คนโดยทิ้ง เควิน เดอ บรอยน์ เป็นตัวรับ “บอลแรก” ขณะที่ฝัง โรเมลู ลูคาคู ไว้ด้านขวาบน และเอแดง อาซาร์ ไว้ทางบนซ้าย

ผลคือ บราซิล โดนไป 2 เมล็ดอย่างเร็วก่อนแพ้แบบ “ชอกช้ำ” 1-2 อดเข้ารอบตัดเชือก

“ติเต้” ไม่ได้ผิดครับ แต่มันคือ “วิถี” วิถีหนึ่งของทีมใหญ่ที่มองได้ว่า ใคร ๆ ก็รู้อยู่แล้วว่า จะเล่นแบบไหน? ใครลงบ้าง?

คู่แข่งมี “ปัญญา” ก็งัดแท็คติกส์มาสู้กันไป

เรอัล มาดริด, บาร์เซโลน่า, บาเยิร์น มิวนิค, เปแอสเช, แมนฯ ซิตี้ หรือลิเวอร์พุล ฯลฯ ก็ไม่ต่างกันครับ

คือ เล่นตาม “รูปแบบ” ตัวเอง เป็นตัวของตัวเอง เพราะเชื่อมั่นว่า ตัวคุณภาพผู้เล่น ยังไงก็จะชนะทุกแท็คติกส์ได้

 

ฉะนั้น การ “กล้า” ยอมรับความจริงว่า หากเล่นวิถีเดิม ๆ โอกาสชนะมีเพียง 1% แบบที่ “เป๊ป” กล่าวเอาไว้จากเกมล่าสุดกับลิเวอร์พูลในแอนฟิลด์

พร้อมปรับทั้งวิธีคิด การกระทำ ใหม่หมด เพื่อ “รับมือ” จุดแข็งที่สุด หรือก็คือ transitional play ของลิเวอร์พูลจาก 3 ประสาน มาเน่-เฟียร์มิโน่-ซาลาห์

ไม่ใช่เป็นเพียงสิ่งที่น่า “ชื่นชม” แต่มันเหมือนที่ผมตอบไว้ในคอมเมนต์โพสต์เมื่อวานเรื่อง “บัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น” นะครับว่า:

“มันโคตรอันตราย!”

การยอมลดอัตตา และปรับสไตล์จนได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ (1 แต้ม) หรือจริง ๆ แล้วเกือบได้ 3 แต้มเต็มด้วยเปอร์เซนต์การครองบอล และมีรูปแบบการเล่นใน “แดนสุดท้าย” หรือ final third ดีกว่า ลิเวอร์พูล

คือสิ่งที่บอกว่า เป๊ป วางแท็คติกส์ได้ถูกต้อง

เหมือนที่ เมาริซิโอ ซาร์รี และคาร์โล อันเชลอตติ สามารถ “หยุด” พลังเกมรุกลิเวอร์พูลได้ใน 3 แมตช์ก่อนหน้านี้

เฉพาะอย่างยิ่ง “เป๊ป” กับสถิติเป็นรอง เยอร์เก้น คลอปป์ ตลอด 14 แมตช์ที่เจอกัน และแพ้ถึง 8 หนไม่นับล่าสุด 3 แมตช์ที่แพ้รวดทั้งในพรีเมียร์ลีก 3-4 และ UCL 0-3 ในแอนฟิลด์ รวมถึงคาบ้าน 1-2

ครับ “เป๊ป” เรียนรู้ และเติบโตขึ้นจริง ๆ อันแสดงให้เห็นว่า “ฟุตบอล” คือ การเรียนรู้ไม่สิ้นสุด…

เหมือน “ชีวิต” นะครับ เราไม่มีวันสิ้นสุดการเรียนรู้

ไม่สิ้นสุดการ “ออกแบบ” ทั้ง “ความรัก” ตามนิยามว่า รักออกแบบได้

หรือจะ “การงาน” ตามที่มักจะเรียกว่า Career Path

เพราะหากเราเลือกทำอะไรแบบเดิม ๆ “ความรัก” หรือ “อาชีพ” กับความก้าวหน้าเราก็จะจบแบบเดิม ๆ

เกมนี้ หาก “เป๊ป” ยอมให้ฟูลแบ็คทั้ง 2 ฝั่ง: เมนดี้ และวอล์คเกอร์ เติมสูงได้พร้อมกัน หรือไม่ได้ใช้ “คู่กลาง” เป็นคู่ระหว่าง แบร์นาโด ซิลวา กับแฟร์นันดินโญ่ โดยมีริมเส้น ราฮีม สเตอร์ลิง กับริยาร์ด มาห์เรซ คอยหุบในมาช่วยเพิ่มจำนวนคนไม่นับ ดาวิด ซิลบา ที่ดร็อปตัวลงต่ำ

แผงกลางของซิตี้ยังไงก็มากกว่าลิเวอร์พูล และทำให้ครองเกม กับ “กดดัน” ไม่ให้ 3 ตัวของลิเวอร์พูล เฮนโด้, มิลเนอร์ (เกอิต้า) และไวจ์นัลดุม กล้าเติม กล้าเล่น

ส่วนเวลารุกยังไงก็ต้องมี 4 คน: วอล์คเกอร์ (ไม่เติมเลย), สโตนส์ และลาปอร์ต รวมถึงซิลวา หรือแฟร์นันดินโญ่ เพื่อจะคอยคุม 3 ตัวบนลิเวอร์พูล

เมื่อเป็นแบบนี้ หงส์แดงก็ไปลำบากครับ

แต่ทั้งหมดมันต้อง “ยอมแลก” ด้วยความไม่เป็นตัวเอง ไม่ใช่ตัวตนของ “เป๊ป” ที่พร้อมเติมเกมรุกสุดสาย พุ่งถล่มทีเดียว 8 คนทิ้งไว้แค่เซนเตอร์ฯ 2 คนคอยเซ็ตบอล

ทว่า กุนซือสแปนิช เลือกตัดสินใจทำ และผมเชื่อว่า หลังจบเกม “เป๊ป” จะต้องมองกลับมาที่เกมนี้แบบภาคภูมิใจในตัวเอง

“เป๊ป” ไม่ใช่แค่ชนะในเกม “กลยุทธ์” แต่ยังชนะใจตัวเองด้วยครับ



RELATED POSTS

Thought

ไม่ต้องมา “มีสาระ” อะไรหรอก!

ไข่มุกดำ

จริง หรือ “ไม่จริง” ไม่ทราบได้ แต่จังหวะแท็คเกิ้ลแล้ว “ชนะ” ของ เจมส์ มิลเนอร์ เหนือเนย์มาร์ ตั้งแต่นาทีที่ 8 ของเกม ช่างดูมี “นัยยะ” ส่งผลต่อกัปตันทีมชาติบราซิลมิใช่น้อยในช่วงเวลาที่เหลือของเกมครับ

Story

ป็อกบา: ความสัมพันธ์ของผมกับมูรินโญ่ก็แค่โค้ชกับนักเตะ

SPORTDesk. Team

แม้จะมีการเปิดเผยออกมาจากสื่อมวลชนอังกฤษว่า โจเซ่ มูรินโญ่ กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และพอล ป็อกบา กองกลางแชมป์โลกฝรั่งเศส ได้มีการเปิดอกเคลียร์ใจกันแล้ว ว่าอย่างน้อย ๆ พอล ป็อกบาจะยังค้าแข้งอยู่ในโรงละครแห่งความฝันต่อไป จนกระทั่งจบฤดูกาลนี้ จะยังไม่ตีปีกหนีจากทีมในช่วงเปิดตลาดรอบ 2 ในช่วงมกราคมแน่นอน

Story

การกลับมาเกิดใหม่อีกครั้งของเสือเตี้ย

SPORTDesk. Team

ใครจะกล้าปฏิเสธว่า เสือเตี้ย – ดีเอโก้ มาราโดน่า คือสุดยอดนักเตะคนหนึ่งของโลก ชีวิตช่างมีสีสัน กราฟชีวิตขึ้นสุด-ลงสุด และ ณ ปัจจุบันเขาหวนคืนวงวารวงการฟุตบอลอีกครั้ง ด้วยการรับงานเป็นผู้จัดการทีม โดราโดส หนึ่งในสมาชิกในลีก ลีกา อเซนโซ่ หรือระดับดิวิชั่น 2 ของเม็กซิโก