#footballlife คนดี “สินทวีชัย”

15 October 2018
109 VIEWS

ตลอดเวลาประมาณ 5 นาทีก่อนแมตช์ “เทสติโมเนียล” ของตนเอง และเป็นเกมกระชับมิตรระดับ FIFA International Friendly ‘A’ Match ระหว่างทีมชาติไทย กับตรินิแดด แอนด์ โตเบโก

“เจ้าตี๋” สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ไม่เพียงใช้ “โอกาส” สุดท้ายบอกผ่านความรู้สึกในใจของตนออกไปให้แฟนบอลเต็มความจุในสนามกีฬากลาง จ.สุพรรณบุรี 15,059 คนไม่นับเฝ้ารอนอกสนาม และชมการถ่ายทอดสดทางบ้านเท่านั้น

แต่ สินทวีชัย แสดงให้เห็นอีกครั้งว่า ตัวเค้า “เตรียมพร้อม” มาเป็นอย่างดีกับการเตรียมคำพูด “ขอบคุณ” ทุกบุคคลสำคัญแบบเอ่ยนาม และกล่าวอำลาพร้อม “ขอโอกาส” ส่งต่อให้นักเตะทีมชาติรุ่นน้องจากแฟนบอล

Speech ก่อนเกมนี้ คือ “บทสรุป” ชัดเจนที่สุดของยอดนายทวาร “ตำนาน” วัย 36 ปี

1.เตรียมตัวให้พร้อมอย่างเต็มที่เพื่อรอวันได้รับโอกาส, 2.ฉายแววทันทีเมื่อ “โอกาส” แวะเข้ามาหา, 3.คว้าโอกาส และทำอย่างเต็มที่สุดความสามารถด้วยบุคลิกภาพของ “คนดี”

ครับ สินทวีชัย พูดต่อหน้าคนเรือนหมื่น แทรกด้วยภาษาอังกฤษ “ต้อนรับ” นักเตะตรินิแดดฯ แบบมั่นใจ สง่างาม ใช้ภาษาไทยได้ชัดถ้อยชัดคำ และดีที่สุดแบบ “หมดจด” จริง ๆ

ด้วยสติ และความนิ่ง ชนิดที่แม้แต่มืออาชีพระดับดาราฮอลลีวู้ดหลายคนยัง “เอาไม่อยู่”

แต่ “เจ้าตี๋” รับมือได้เยี่ยม ก่อนเกมที่จะได้ลงเล่นประมาณ 14 นาที และเซฟได้สวย ๆ 2-3 ครั้งก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกพร้อมเสียงปรบมือครั้งสุดท้ายในนามทีมชาติ

พร้อมทิ้ง “เรื่องราว” อันเป็นตำนานเล่าขานสืบต่อไปถึงนายทวารคนหนึ่งที่อาจจะไม่ใช่ดีที่สุด แต่ความเป็น “คนดี” ของสินทวีชัย หทัยรัตนกุล รับรองไม่เป็นสองรองใครครับ

#coachingpoints

เกมนี้ ในเชิง “เทคนิค” และวิเคราะห์ทีม ผมขอมองแบบนี้นะครับ:

ภาพรวม ทีมช้างศึกทำได้ดีใน “เกมรับ” เฉกเช่นเกมกับฮ่องกง แม้จะปรับตัวในนัดนี้ถึง 9 คน แต่ทว่าระบบยังเหมือนเดิมนั่นคือ 4-3-3 (หรือก็คือ 4-1-2-3) ในยามรุก และ 4-5-1 ตอนรับ

นัดนี้ สุมัญญา ปุริสาย สร้างความ “แตกต่าง” ในฐานะมิดฟิลด์ตัว holding ball เชื่อมระหว่างรับไปรุกได้รวดเร็ว และเทคนิคการออกบอลหลากหลายกว่า ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ในเกมกับฮ่องกง

ความสัมพันธ์ในแนวรุกที่ได้ มุ้ย, เจ และอดิศักดิ์ ไกรษร มาประสานกับ ชนานันท์ ป้อมบุบผา สนับสนุนโดย ปกเกล้า อนันต์ ก็ทำได้ดีขึ้นกว่าเกมฮ่องกงที่ “ครองบอล” ได้เยอะ แต่จังหวะจบ หรือจังหวะสุดท้ายไม่ดีนัก

การเปลี่ยนตัวในครึ่งหลังเอา อานนท์ อมรเลิศศักดิ์, ศศลักษณ์ ไหประโคน, ศุภชัย ใจเด็ด, ปกรณ์ เปรมภักดิ์ หรือธิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ที่ทำประตูชัยได้ก็สร้างสมดุลได้ดีไม่ต่างกัน แต่สร้าง “ออฟชั่น” การเล่นที่หลากหลายขึ้น เช่น ความเร็ว และทะลุทะลวง ดุดัน

ดังนั้น เมื่อ “ระบบ” การเล่นดูลงตัวแบบรวดเร็ว ชนิดน่าชื่นชมกับเวลาซ้อมแค่ 1 วันก่อนเกมฮ่องกง แล้วสร้างความเข้าใจกันได้ขนาดนี้

ซูซูกิ คัพ ผมเชื่อมั่นว่า ทีมชาติไทย โดยเฉพาะเกมรับ และจังหวะ transition จากรับเป็นรุก, รุกเป็นรับ ไม่น่าเป็นห่วง

แต่ต้องปรับเพิ่มเติมในจังหวะสุดท้ายแดนบน final third เพื่อจะได้ลุ้นแชมป์ให้ “ชื่นใจ” อีกสมัยครับ

 

ประเด็น “ปลีกย่อย” ข้อแรก อยากให้ดูจังหวะจับบอล อดิศักดิ์ ไกรษร จากธีรศิลป์ แดงดา ในครึ่งแรกที่ใช้ 3-4 จังหวะก่อนจะแตะหลบนายด่านตรินิแดดฯไม่พ้น และไม่ได้แม้แต่จะ “ง้างยิง”

จังหวะนี้ หาก AK9 จับบอลแรกด้วยเท้าขวาโดยใช้ข้างเท้าด้านนอกแล้วตวัดยิงเลย (ใช้ 2 จังหวะ) หรือยิงจังหวะแรกทันทีจะถือว่า “ถูกต้อง” ในเชิงเทคนิค และทักษะการเล่นที่นำมาใช้

ครั้นไปจับบอลแรกด้วยเท้าซ้าย ด้วยบอดี้ไม่ถูกต้องก่อนดึงลากมาเท้าขวาแล้วโน่นนี่นั่น ทุกอย่างจึงช้าไป

ข้อสอง จังหวะประตูชัยที่ สุมัญญา ตัดบอลได้กลางสนามแล้วลากจี้เข้าใส่แนวรับผู้มาเยือนพร้อมดึงจังหวะไม่ส่งทีแรกให้ อานนท์ แต่รอจน ธิติพันธ์ที่ทำหน้าที่ box to box ได้ดีสอดทะลุ (เจ้านิว ยังทำได้อีกหนจากการเปิดของ ศุภชัย แต่ยิงไปติด)

จากนั้นสุมัญญาใช้เทคนิค “ชิพบอล” ลอยโด่งแบบเท้าไม่ฟอลโลว์ทรู และเป็นการ “ชิพโด่ง” แบบลูกบอลขึ้นสูงเร็ว ลงเร็ว โดยบอลแตะพื้นแล้วไม่วิ่งไปข้างหน้ามากนักถือว่า เทคนิค “สูงส่ง” อย่างยิ่ง

“พี่หนุ่ย” เฉลิมวุฒิ สง่าพล โค้ชสุโขทัยที่เพิ่งแยกทางกันในอดีตนี่แหละที่เก่งมาก หรือเกลน ฮอดเดิ้ล หรือเฟลิกซ์ มากัธ ของเยอรมัน เท่านั้นที่ผมเห็นใช้เทคนิค “ชิพบอล” นี้บ่อย ๆ

ต้องยอมรับ สุมัญญา ที่หลังจบเกมนี้เจ้าตัวมิดฟิลด์ 12 ประตูกับ แบงคอก ซีซั่นที่ผ่านมาเตรียม “ขึ้นแท่น” ตัวจริงแดนกลางได้สบายครับ

ทั้งที่เพิ่งได้ลงสนามทีมชาติไทยยุค มิโลวาน ราเยวัช 2 นัดหลังถูกเรียกตัวครั้งแรกในรอบ 5 ปีเมื่อกลางปีตอนกระชับมิตรกับจีน

สุมัญญา ปุริสาย ณ วัย 31 ปีก็ถือเป็นอีกคนที่คว้า “โอกาส” ไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมครับ

สุดท้ายไม่ว่าจะ สินทวีชัย เรื่อยไปจนถึง สุมัญญา, ศศลักษณ์, อานนท์, มานูเอล ทอม เบียห์ร์, สุพรรณ ทองสงค์, ศุภชัย ใจเด็ด, ปกรณ์ เปรมภักดิ์ และคนอื่น ๆ หรือแม้แต่ ธนบูรณ์ กับครั้งแรกในทีมชาติหลังเจ็บเข่ายาวไป

ล้วนแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจ และพยายามคว้า “โอกาส” ที่ต้องยอมรับว่า ราเยวัช มอบให้แบบกล้าหาญใน 2 เกมสำคัญที่ผ่านมา

ที่พอ “ผลงาน” และผลการแข่งขันออกมาดี โดยมีประเด็น “เทสติโมเนียล” ซูเปอร์ตี๋ เข้ามาเป็น “โบนัส” ด้วย

โมเมนตัมก่อนศึก “ซูซูกิ คัพ 2018” จึงกำลังขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างสวยงามครับ