ดีเดย์วันจันทร์นี้ที่ฟุตบอลจะกลับมาซ้อม กับความพร้อมของฟุตบอลที่ไม่เปลี่ยนแปลงไป

17 May 2020
31 VIEWS

ไม่ใช่แค่พรีเมียร์ลีกเท่านั้น เพราะทั้ง กัลโช เซเรีย อา อิตาลี และ ลาลีกา สเปน เป็นอีก 2 ลีก ที่ประกาศว่าพวกเขาจะกลับมาซ้อมในแบบกลุ่มเล็ก ๆ ร่วมกันในวันจันทร์นี้ นั่นหมายความว่า โอกาสที่ฟุตบอลลีกเมเจอร์ของยุโรปทั้งใน อังกฤษ, อิตาลี และ สเปน จะกลับมาพร้อม ๆ ไม่ก็ไล่เลี่ยกันสูงมากซึ่งถ้าไม่นับลีกฝรั่งเศสที่ยกเลิกการแข่งขันไปก่อนหน้านี้ นั่นก็หมายความว่าอีกไม่นานแล้ว ที่เราจะได้เห็นฟุตบอลในลีกใหญ่ของยุโรป กลับมากันครบถ้วน

จูเช็ปเป คอนเต้ นายกรัฐมนตรีของอิตาลี เป็นผู้เปิดไฟเขียวด้วยปากของเขาเองให้ฟุตบอลอิตาลี กลับมาซ้อมกันได้ในกลุ่มเล็ก ๆ ไม่เกิน 5 คนในวันจันทร์นี้ หลังแถลงการณ์ถึงสถานการณ์โควิด-19 ว่าเตรียมให้มีการเปิดบริการในธุรกิจหลายรูปแบบรวมไปถึงฟุตบอลด้วย

“นับตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม เป็นต้นไป ร้านค้า, ร้านทำผม, ร้านเสริมสวย, บาร์, ร้านอาหาร, ผับ, และทีมฟุตบอล จะกลับมาซ้อมอย่างเต็มที่อีกครั้ง ขณะที่ พิพิธภัณฑ์ จะเปิดควบคู่กันไปเช่นกัน

“แต่ทั้งหมด ต้องเป็นไปตามข้อบังคับและการควบคุมของส่วนภูมิภาค”

ในขณะที่ ปาร์มา หนึ่งในสโมสรจาก เซเรีย อา ประกาศว่า ได้ทำการทดสอบครั้งที่ 2 กับนักเตะในทีม 2 คนที่ได้รับผลการตรวจว่าติดเชื้อก่อนหน้านี้ โดยผลการตรวจออกมาปรากฏว่าหนึ่งคนในนั้น ยังคงมีผลการตรวจพบว่าติดเชื้อ และต้องแยกออกจากผู้เล่นคนอื่น ๆ เพื่อกักตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

การที่ตรวจพบนักเตะติดเชื้อในเซเรีย อา จุดประกายคำถามขึ้นมาอีกครั้งว่า พวกเขาควรจะเล่นฟุตบอลต่อกันหรือไม่ แม้ในการโหวตครั้งล่าสุด สโมสรราว 16 จาก 20 สโมสร จะยืนยันให้ฟุตบอลลีกสูงสุด กลับมาเตะกันในวันที่ 13 มิถุนายนนี้ก็ตาม

โดยคำตอบของคำถามดังกล่าว ถูกตอบโดย นายกรัฐมนตรีของประเทศเป็นที่เรียบร้อย โดยเขายืนยันว่าการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในครั้งนี้ ถือว่าเป็น “ความเสี่ยง” อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ก็เป็นความเสี่ยงที่พวกเขาต้องอยุ่กับมันให้ได้ ไม่เช่นนั้นพวกเขาก็จะไม่สามารถทำอะไรได้เลย จนกว่าจะมีใครคิดวัคซีนในการจัดการกำโรคระบาดนี้ได้ ซึ่งยังไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่า “เมื่อไหร่?”

ขณะที่ฟุตบอลลีกของสเปน ก็มีการคอนเฟิร์มในทิศทางเดียวกัน โดยยืนยันว่า หลังจากที่การซ้อมแบบแยกเดี่ยวเป็นไปได้ด้วยดีในสัปดาห์นี้ พวกเขาก็เตรียมผลักดันให้มีการซ้อมแบบกลุ่มย่อยในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ โดยจะมีเพียง 14 สโมสร ที่เดินหน้าทำการซ้อมกันก่อน ขณะที่อีก 6 สโมสร ยังไม่แน่ใจในสถานการณ์ และจะยังไม่ทำการซ้อมเป็นกลุ่มย่อย ๆ ในวันจันทร์นี้แม้ลีกจะเปิดไฟเขียวให้แล้ว

การลงสนามของฟุตบอล บุนเดสลีกา ทำให้ลีกอื่น ๆ ในยุโรปผ่อนคลายมากขึ้น และเชื่อมั่นในความเป็นไปได้ที่ลีกของพวกเขาก็จะสามารถแข่งขันต่อไปได้เช่นกัน ซึ่งที่สำคัญคือพวกเขา ได้รับ “พิมพ์เขียว” ในการกลับมาเตะ ซึ่งเป็นแบบแผนสำคัญสืบต่อมาจากลีกเยอรมนีด้วย

อย่างไรก็ตาม ยังมีรายงานทางวิทยาศาตร์ที่น่าเป็นห่วงสำหรับนักเตะในสนาม โดยมีผลการวิจัยออกมาว่า ผู้เล่นในตำแหน่งกองหน้า เป็นตำแหน่งที่เสี่ยงมากที่สุด ในการติดโควิด-19 จากสนามฟุตบอล เนื่องจากรูปแบบการวิเคราะห์การเล่นที่ถูกทำโดยผู้เชี่ยวชาญ เปิดเผยให้เห็นว่า กองหน้าตัวกลาง ต้องเข้าปะทะเบียดเสียดกับกองหลัง รวมไปถึงผู้เล่นอื่น ๆ ของฝ่ายตรงข้ามมากถึง 11 นาทีต่อเกม

ผลวิจัยนี้ยังอ้างอิงจากการเล่นของบุนเดสลีกา ในวันเสาร์ที่ผ่านมาด้วย โดยเก็บข้อมูลจาก 6 คู่ที่ลงสนาม และชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงในข้อนี้ นั่นจึงสอดคล้องกับความเห็นก่อนหน้านี้ของ เซร์คิโอ อเกวโร กองหน้าแมนเชสเตอร์ ซิตี หรือ ทรอย ดีนีย์ ของหน้าของ วัตฟอร์ด ที่เคยออกมายืนยันว่าพวกเขามีความเสี่ยงที่จะติดโควิด-19 มากกว่าใครในสนามทั้งหมด

ผลวิจัยของเดนมาร์ก ยังเปิดเผยว่า กองหน้าเป็นตำแหน่งที่แทบไม่เคยห่างจากผู้เล่นคนอื่น ๆ เกิน 1.5 เมตรตลอดทั้งเกม โดยพวกเขาต้องถูกตามประกบเสมอ และนอกจากนี้ ถ้าหากพวกเขาเป็นคนแพร่เชื้อเสียเอง โอกาสติดต่อก็มีสูงไปถึงผู้เล่นทุกคนในฝ่ายตรงข้ามอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อกองหน้า เป็นตำแหน่งที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดในการติดเชื้อจากผู้เล่นฝั่งตรงข้าม ดังนั้นคงเดาไม่ยากว่าผู้เล่นที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุดคือผู้รักษาประตูที่ทั้งเกมมีจังหวะปะทะเฉลี่ยราว 5-7% เท่านั้น และก็ไม่บ่อยที่เขาจะเดินไปคุยกับใครโดยตรง เพราะตามตำแหน่งแล้ว พวกเขาจะอาศัยการตะโกนสั่งจากระยะไกลมากกว่า

ขณะที่ตำแหน่งอื่น ๆ จะมีความเสี่ยงในอัตราไล่เลี่ยกันไป แต่งานวิจัยชิ้นนี้ยืนยันว่า ไม่มีใครในสนามปลอดภัยจากโควิด-19 ทั้งสิ้น ถ้ามีใครสักคนที่อยู่ในกระบวนการการแข่งขันติดเชื้อ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุด คือการคัดกรองผู้ที่เกี่ยวข้อง และเฝ้าระวังไม่ให้มีผู้ติดเชื้อเข้าไปในสนามได้ไม่ว่าเขาคนนั้นจะทำหน้าที่อะไร หรือ อยู่ในส่วนไหนของสนามก็ตาม

ภายใต้การปรับตัวที่เกิดขึ้นในวงการฟุตบอล ความหวังที่ฟุตบอลลีกใหญ่ในยุโรปยังดำเนินต่อไป และหวังว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขากำลังพยายามกันอยู่ในตอนนี้ จะเป็นความพยายามที่ไม่สูญเปล่าและเราจะได้เห็นฟุตบอลทั้ง บุนเดสลีกา, ลาลีกา, กัลโช เซเรีย อา รวมไปถึงพรีเมียร์ลีก ถูกตัดสินกันในสนามแบบที่มันควรจะเป็น…