ฟุตบอลในช่วงโควิด-19 กับสิ่งเล็ก ๆ ที่ ลิเวอร์พูล ไม่ละเลย | by SPORTDesk. Team

15 June 2020
268 VIEWS

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก กำลังจะกลับมาอีกครั้งในสัปดาห์หน้าแล้ว หลังจากการระบาดของโควิด-19 นั่นทำให้ในช่วงนี้หลายทีมก็กำลังเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อหวังให้ฟุตบอลกลับมาได้อย่างไม่มีปัญหา แต่ละสโมสรในตอนนี้ก็มีการเตรียมการแตกต่างกันไปไม่ว่าจะเป็นเรื่องความฟิต, ความปลอดภัยจากโรคระบาด หรือรวมไปถึงการเล่นในสนามและแท็กติก ซึ่งทำให้เราได้เห็นหลายสโมสรลงสนามอุ่นเครื่องในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งจากการทำแบบนั้นทำให้นักเตะ และ สตาฟฟ์ได้สังเกตุเห็นอะไรบางอย่าง ส่วนว่าที่แชมป์อย่าง ลิเวอร์พูล โดยกัปตันทีม จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก็ไม่ยอมตกหล่นรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นกัน

จริง ๆ แล้วต่อให้มีแฟนบอลอยู่เต็มสนามและมีเสียงร้องเพลงเชียร์ดังลั่น แฟนบอลทางบ้านต่อให้ไม่ได้มีภาษาประจำชาติเป็นภาษาอังกฤษอย่างชาวไทยเรา ก็พอจะอ่านคำพูดจากปากนักเตะออกแม้จะไม่ได้ยินเสียงใด ๆ ระหว่างเกม บางครั้งอาจจะเป็นการอธิบายคำพูดด้วยภาษาง่าย ๆ หรือบางทีอาจจะเป็นการสบถและก่นด่า ทั้งการไล่ให้ไปซักผ้า หรือว่า อยากกินผลไม้แบบ ฟักแฟงแตกไทยก็ตาม เราสามารถเห็นได้จากในสนามทั้งสิ้น และนั่นคือสิ่งที่ต้องมีการระวังมากขึ้น

การใช้คำพูดในสนามจะเปลี่ยนแปลงไปเมื่อฟุตบอลกลับมาแบบไร้แฟนบอล การไม่มีเสียงอื่น ๆ รบกวนทำให้ทุกคำพูดของพวกเขาจะไปถึงหูคู่แข่ง, สตาฟฟ์โค้ชของทั้งสองฝ่าย, ผู้ตัดสิน หรือแม้ประทั่งไมโครโฟนที่บันทึกเสียงในการถ่ายทอดสดได้อย่างง่ายได้ และเคยมีตัวอย่างมาแล้ว เมื่อ ฌอง แคลร์ โตดิโบ ของ ชาลเก 04 ไปด่าหยาบคายใส่ เออร์ลิง ฮาแลนด์ จนเสียงดังกล่าวทะลุกล้องออกไปถึงผู้ชมทางบ้านชนิดที่ได้ยินกันอย่างชัดเจนว่าเล่นกันถึงบุพการี!

แน่นอนว่า การข่มใส่กัน หรือ ด่าใส่กันในเกม ที่เรียกว่า Trash Talk เป็นเรื่องปกติของการแข่งขัน เพราะมันถือเป็นการยั่วยุ และยั่วโมโหคู่แข่งให้เสียสมาธิ แม้ว่ามันจะไม่ใช่ตัวอย่างที่ดีของการมีน้ำใจเป็นนักกีฬา แต่มันก็มีผลต่อคู่แข่งจริง ๆ ไม่เชื่อลองย้อนกลับไปดูในฟุตบอลโลกปี 2006 เมื่อ ซีเนดีน ซีดาน ทนคำด่าของ มาร์โก มาเตรัซซี ไม่ไหวจนเอาศีรษะไปเฮดบัตต์ ทำให้สุดท้าย ทีมชาติฝรั่งเศสจบลงด้วยความปราชัยในการดวลลูกที่จุดโทษต่อทีมชาติอิตาลี

แต่การไม่มีแฟนในสนามอาจจะต้องทำให้พฤติกรรมเหล่านี้เปลี่ยนแปลงไป เพราะทุกคำพูดอาจจะถูกได้ยินง่ายขึ้น และนั่นไม่ได้อาจจะแค่จบลงที่ใบเหลืองจากกรรมการ เพราะถ้าหากคำพูดเหล่านั้นหลุดไปยังไมโครโฟนรอบสนามและถึงหูผู้ชมทางบ้าน นั่นอาจจะกลายเป็นเรื่องที่ใหญ่ขึ้นมาได้ เพราะอย่าลืมว่า เด็ก และ เยาวชน จำนวนไม่น้อยที่นั่งดูเกมเหล่านี้อยู่ที่บ้านของเขาเอง

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีม ลิเวอร์พูล เปิดเผยว่า เขาน่าจะต้องกัดลิ้นตัวเองเพื่อกลั้นไม่ให้พูดจาหยาบคาบจนนับครั้งไม่ถ้วนแน่ ๆ ในการกลับมาของพรีเมียร์ลีก ช่วงสัปดาห์หน้า โดยเขาทราบดีว่าจะต้องลดระดับการพูดจาหยาบคายตามปกติของเขาลง แต่อย่างไรก็ตามเขาก็เหมือนรู้ตัวว่า อาจจะมีการหลุด หรือ ลืมตัวพูดคำหยาบออกไปตามนิสัยแน่นอน ทำให้อดพูดเล่น ๆ ไม่ได้ว่าเขาอาจต้องขอโทษสาธารณชนทุกครั้งหลังการแข่งขันจบลง

“สำหรับผู้เล่นแล้ว มันจะเป็นเรื่องที่แตกต่างมาก ๆ ในการเล่นในสนามขนาดใหญ่ที่ไม่มีแฟนบอลอยู่ในนั้น เพราะว่า คุณสามารถได้ยินการพูดคุยกันของทุกผู้ทุกคนในสนาม นี่เป็นอีกครั้งที่เราต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ และพยายามที่จะพูดคำหยาบคายออกมาจากปากเราให้น้อยที่สุด” เฮนโด กล่าวผ่านนิตยสารของสโมสรลิเวอร์พูล

“ผมกังวลเกี่ยวกับการใช้ภาษาของผมอย่างมากเวลาผลได้ลงเล่นในสนาม ผมไม่อยากจะมานั่งขอโทษทุก ๆ หลังจากที่การแข่งขันในแต่ละเกมจบลง ดังนั้น ผมจำเป็นต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเวลาที่เกมเดือด ๆ

“ผมแน่ใจว่าเลยว่า ผู้จัดการทีมก็ต้องระมัดระวังคำพูดของพวกเขาให้ดีด้วยเช่นกัน! แต่ เขาก็รู้แบบที่พวกเรารู้ เราไม่สามารถโยนความผิดให้กับแฟนบอลเพียงเพราะเขาต้องมาได้ยินสิ่งที่เราพูดคุยกันบางเวลาของเกมได้หรอก”

หนึ่งในสิ่งที่สำคัญอย่างมาก ซึ่ง เฮนเดอร์สัน ได้ย้ำเตือนกับเพื่อนร่วมทีมให้ทำใจยอมรับและปรับตัวให้เขากับ ‘ความปกติใหม่ (New Normal)’ ภายใต้ข้อกำหนดของ ‘โปรเจค รีสตาร์ต’ และพยายามทำหน้าที่ของพวกเขาให้ดีที่สุดเพื่อปิดจ็อบคว้าแชมป์ลีกในฤดูกาลนี้มาครองให้ได้

ลิเวอร์พูล ถือถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกไว้ในมือข้างหนึ่งแล้วหลังทิ้งห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี ทีมอันดับ 2 ถึง 25 คะแนน และนี่เป็นโอกาสคว้าแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกในรอบ 30 ปี พวกเขามีโอกาสคว้าแชมป์ทันทีในวันอาทิตย์นี้หาก ‘เรือใบ’ พ่ายต่อ อาร์เซนอล ในเกมวันพุธ และพวกเขาบุกไปเชือดคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง เอฟเวอร์ตันได้ถึง กูดิสัน ปาร์ค

“เมื่อตอนคุณเด็ก ๆ และคุณคุ้นเคยในการเล่นฟุตบอลในโรงเรียนของคุณที่ไม่มีแฟนบอลนั่งดูในสนาม ดังนั้น คุณแค่ต้องสนุกกับฟุตบอลของคุณก็เท่านั้น และ เราต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้พวกเราได้กลับมาเล่นฟุตบอลที่เรารักอีกครั้ง” เฮนเดอร์สัน กล่าว

“ถ้าเราทำหน้าที่ในการจัดการงานของเราได้อย่างดีแล้ว และเราสามารถรักษาเส้นทางเพื่อคว้าแชมป์ลีกของเราได้ นั่นจะเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์มาก ๆ จริง ๆ”

เส้นทางของลิเวอร์พูล ต้องการชัยชนะอีกอย่างมากเพียง 2 นัดเท่านั้นเพื่อที่จะจบการรอคอยอันยาวนานถึง 3 ทศวรรษลง แต่ก่อนหน้านั้นหวังว่าจะไม่มีใครโดนไล่ออก หรือ แบนจากการใช้คำไม่เหมาะสมในสนามไปก่อนนะ!