ฟุตบอลไม่มีเพศ : ผู้หญิงอิหร่านก็มีหัวใจที่จะรักการดูฟุตบอล

ภาพยนตร์ “Offside ผู้หญิงก็มีหัวใจ” เป็นภาพยนตร์สัญชาติอิหร่านที่ฉายต่อสายตาชาวโลก เมื่อปี 2006 คืองานศิลปะชิ้นสำคัญ ที่ทำให้คนทั้งโลก รับรู้ถึงการ “จำกัด” สิทธิ์ของผู้หญิงในประเทศอิหร่าน ที่ไม่สามารถเข้าไปชมเกมฟุตบอลในสนามได้

เรื่องราวในภาพยนตร์บอกเล่าถึง เด็กหญิงกลุ่มหนึ่งที่รักการดูฟุตบอล และต้องการเข้าได้ดูการแข่งขันฟุตบอลนัดสำคัญของทีมชาติอิหร่าน ในการคัดเลือกฟุตบอลโลก แต่ในความเป็นจริงประเทศอิหร่านมีข้อห้าม ไม่ให้ผู้หญิงเข้าไปในสนามกีฬา เหล่าสาว ๆ เหล่านี้จึงต้องหาวิธีการต่าง ๆ เพื่อเข้าไปชมเกมสำคัญนี้ให้จงได้ บางคนก็ทำสำเร็จ บางคนก็โดนจับได้

ภาพยนตร์เรื่องนี้ เล่าเรื่องด้วยกลวิธีที่ชวนติดตาม และลุ้นไปกับพวกเธอ ที่ต้องโกหกทางบ้าน ปลอมตัวตั้งแต่ขึ้นรถบัส เพื่อที่อยากจะเข้าไปดูพวกซูเปอร์สตาร์ อาทิ เมห์ดี้ มาดาวิเกีย, จาวัด เนคูนาม, อาลี คาริมี่ แบบตัวเป็น ๆในสนาม ณ ตอนนั้น โดยพวกเธอมี passion ในการลุ้นทีมฟุตบอลแบบเข้มข้น แรงกล้าไม่ต่างจากอารมณ์เชียร์ฟุตบอลแบบถึงพริกถึงขิง ถึงเลือดถึงเนื้อของผู้ชายเลย

…นี่คือสภาพสะท้อนใหญ่ กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับวงการเชียร์กีฬาในประเทศอิหร่าน และผู้คนทั้งโลก เข้าถึงจิตใจผู้หญิงอิหร่าน ได้ง่ายขึ้น จากการเผยแพร่ผ่านทางโลกศิลปะภาพยนตร์

ผู้หญิง กับการเข้าชมเกมกีฬาในสนาม ดูจะเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกัน จากข้อจำกัดในประเทศอิหร่าน เพราะนับตั้งแต่ประเทศอิหร่าน หลังการปฏิรูปอิสลามในปี ค.ศ. 1979 เป็นต้นมา ผู้หญิงก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปเชียร์ฟุตบอลในสนามอีกเลย

ที่ผ่านมา อาจจะมีข่าวเล็ดลอดออกมาทางโลกออนไลน์บ้าง ว่า มีผู้หญิงอิหร่านบางคนที่คลั่งไคล้หลงใหลฟุตบอล แอบปลอมตัวเป็นผู้ชาย แต่งหนวดแต่งเคราแล้วเข้าไปเชียร์ไปลุ้นในสนามฟุตบอล สำเร็จบ้าง…ไม่ประสบความสำเร็จบ้าง

ทั้งนี้ … เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ยังมีเหตุการณ์ที่ตำรวจอิหร่าน จับกุม ผู้หญิง 35 คนถูกได้ เพราะพยายามเข้าชมการแข่งฟุตบอล ที่สนาม อะซาดี สเตเดียม ในกรุงเตหะราน เพื่อชมการเเข่งขันเกมฟุตบอลอยู่เลย ซึ่งวันนั้น จิอันนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า ก็มีส่วนรวมเข้าร่วมชมการแข่งขันวันนั้นด้วย

และอิฟานติโน่ได้เปิดเผยว่า ประธานาธิบดี ฮัสซัน รูฮานี่ ของอิหร่าน มีแนวคิดจะอนุญาต ให้ผู้หญิงเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลในประเทศได้ ในอีกไม่นาน ซึ่งตัว รูฮานี่ เองก็มีความคิดที่จะยกเลิก “ข้อห้าม” นี้มานาน แต่ก็ไม่สามารถยกเลิกได้ เพราะยังมีการต่อต้านจากกลุ่มเคร่งศาสนาที่มีอำนาจทัดทานอยู่

อย่างไรก็ตาม ความพยายามที่จะผ่อนปรนข้อห้ามนี้ ก็มีการผลักดันให้มีทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่ช่วงฟุตบอลโลก 2018 ที่รัฐบาลอิหร่าน ยอมให้ผู้หญิงเข้าสนามฟุตบอลอย่างเปิดเผยในสนามอะซาดี สเตเดียม เพื่อแสดงพลังเชียร์ทีมชาติอิหร่าน ฟาดแข้งกับทีมชาติสเปน ผ่านจอยักษ์ โดยการอนุญาตให้สุภาพสตรีเข้าชมฟุตบอลในสนามแข่งขันได้ในครั้งนั้น ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 39 ปีของอิหร่าน หลังจากก่อนหน้านี้มีคำสั่งห้ามเด็ดขาด

ด้าน เซร์คิโอ รามอส กองหลังสเปน ถึงกับใช้ทวีตเตอร์ส่วนตัว แสดงความคิดเห็นต่อภาพที่ ผู้หญิงอิหร่านเข้าสนามฟุตบอลในวันนั้น ว่าเป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่เลยทีเดียว และชัยชนะอื่น ๆ กำลังจะตามมา

จากฟุตบอลโลก จนถึงวันที่ 16 ตุลาคม 2018 ล่าสุด อิหร่านมีคิวอุ่นเครื่องกับโบลิเวีย ในกรุงเตหะราน และนี่คือเกมแรกในประวัติศาสตร์ที่ ผู้หญิงอิหร่าน สามารถเข้ามาชมเกมฟุตบอล “จริงๆ” ผลการแข่งขันที่อิหร่านชนะโบลิเวีย 2-1 ดูจะไม่ค่อยมีใครพูดถึงเท่าไร เพราะภาพที่สะท้อนออกมาจากโลกออนไลน์ ส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่ สีหน้า แววตา รอยยิ้ม อันเปี่ยมไปด้วยความสุขของ สุภาพสตรีอิหร่านที่ได้สิทธิ์เข้าไปชมเกมฟุตบอลอย่างเปิดเผย

ภาพทั้งหมดมันเป็นคำตอบแล้วว่า …ผู้หญิงอิหร่านก็มีหัวใจที่จะรักการดูฟุตบอล



MOST POPULAR

RELATED POSTS

Story

รานิเอรี่ : ภารกิจที่หนักหนากับการพาเจ้าสัวให้อยู่รอด

SPORTDesk. Team

ย้อนกลับไปเมื่อ 18 ปีที่แล้ว “ย็อกก้า” สลาวิซ่า โยคาโนวิช คือนักเตะวัย 32 ปีชาวยูโกสลาฟ ที่เคลาดิโอ รานิเอรี่ เจ้าของฉายา “ทิงเกอร์แมน” ไปดึงตัวเขามาจากเดปอติโบ ลา คอรุนญ่า ให้มาร่วมทีมเชลซี บนถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์เมื่อปี 2000…

Thought

รักษา “โมเมนตัม” การเล่น

ไข่มุกดำ

มีผลการแข่งขันอย่างน้อย 2 นัดในศึก UCL รอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้ายที่ผม “แอบมอง” ว่า มี “ผลร้าย” มากกว่า “ผลดี” เพราะทั้งเรอัล มาดริด และแมนฯ ยูไนเต็ด พ่ายแพ้แบบสามารถทำได้ดีกว่านี้

Thought

เมื่อ “ฟุตบอล” จะได้กลับบ้าน

ไข่มุกดำ

“It’s coming home, It’s coming home, it’s coming, Football’s coming home.” นี่คือ ท่อนเปิด และท่อนจดจำเพลง Three Lions (Football’s coming home) ที่ถูกแต่งขึ้นสำหรับมหกรรมฟุตบอล “ยูโร 1996” ที่อังกฤษเป็นเจ้าภาพ