เมื่อ “ฟุตบอล” จะได้กลับบ้าน

10 July 2018
263 VIEWS

“It’s coming home, It’s coming home, it’s coming, Football’s coming home.”

นี่คือ ท่อนเปิด และท่อนจดจำเพลง Three Lions (Football’s coming home) ที่ถูกแต่งขึ้นสำหรับมหกรรมฟุตบอล “ยูโร 1996” ที่อังกฤษเป็นเจ้าภาพ

ผู้แต่งเป็น 2 พิธีกรดาราตลก แฟรงค์ สกินเนอร์ และเดวิด แบดเดียล แห่งรายการ แฟนตาซี ฟุตบอลลีก ขับร้องโดยวง The Lightning Seeds ของเอียน บรูดี้ ออกอากาศครั้งแรกเดือน พฤษภาคม 1996

และสามารถถีบตัวขึ้นชาร์ตอันดับ 1 ของ U.K. ได้ทันทีเป็นเวลา 2สัปดาห์กับความหมายที่ดี ง่ายดาย และมีจังหวะที่สนุก โดนใจ ร้องได้สบายทั้งตอนมี และไม่มีดนตรีประกอบ

ผมจำได้ดี ตอนนั้นเพิ่งเรียนจบไม่นาน และเริ่มต้นทำงานครั้งแรกในชีวิตกับบทบาทผู้สื่อข่าวกีฬา “โลกกีฬา” ในช่วงจังหวะก่อนจะถูกส่งตัวไปทำข่าวที่ลอนดอนในปีถัดมา และอยุ่ต่ออีก 9 ปี

ภาษาอังกฤษง่อย ๆ ก็เข้าใจได้ และชอบเพลง ๆ นี้ แต่ก็ไม่ได้ “อิน” ลึกซึ่งถึงความหมายที่ภายหลังพอจะเข้าใจว่า สามารถถอดออกมาได้ 3 ความหมายด้วยกัน

 

1.Football comes home. หรือ “ฟุตบอลกลับบ้าน” มีความหมายแรก คือ เพื่อต้อนรับการกลับมาของกีฬาลูกหนังสู่บ้านที่ถือกำเนิดสมาคมฟุตบอล (FA) แห่งแรกของโลกตั้งแต่ ค.ศ.1863 รับรองโดย “ฟีฟ่า”

นี่จึงเป็นเหตุให้สมาคมฟุตบอลอังกฤษใช้คำว่า “FA” หรือTheFootball Association ตรง ๆ ได้เลย

ไม่ต้องมา EFA – English Football Association หรือมีอักษรย่ออีกตัวนำหน้า หรือต่อท้าย เช่น FAT – Football Association of Thailandของบ้านเรา

เท่ห์มาก ๆ เลยนะครับ คล้าย ๆ กับกอล์ฟรายการเมเจอร์ “The Open” ที่ไม่จำเป็นต้องพูดว่า “The British Open” ก็ได้

 

2.ความหมายที่สอง คือ การกลับบ้านมาเป็น “เจ้าภาพ” ฟุตบอลระดับเมเจอร์อีกครั้ง เป็นหนที่ 2 ถัดจากเมื่อ 30 ปีก่อนหน้า (หากนับจากตอนนั้น) ที่อังกฤษเคยได้เป็นเจ้าภาพ “บอลโลก 1966”

แน่นอนว่า ครั้งนั้นได้แชมป์ (โลก)

ครั้งที่ 2 จึงหมายมั่นปั้นมือว่า จะคว้าแชมป์ยุโรปสมัยแรกอันจะเป็นแชมป์รายการเมเจอร์ที่ 2 ของตัวเองให้ได้

ซึ่งนั่นคือ ความหมายที่ 3 ครับกับการหวังจะได้เห็นคำว่า “แชมป์” กลับสู่มาตุภูมิ

เรียกได้ว่า บทเพลงนี้ เขียนขึ้นมาเพื่อต้องรับ “ยูโร 96” ก็จริง แต่มันแฝงความหมายในมิติอื่น ๆ ด้วย

ครั้นไม่ได้แชมป์ “ยูโร 1996” แถมยังโดนเยอรมันเอาเพลงไปแปลงเล็ก ๆ อังกฤษก็กลับมาด้วยเวอร์ชั่นใหม่ของเพลงนี้ต้อนรับบอลโลก 1998

ที่สุดแล้วก็ “แห้ว” รับประทานอีกเช่นเคย

เพลง ๆ นี้จึงมา ๆ ไป ๆ กับทัวร์นาเมนท์ฟุตบอลทั้งบอลโลก และยูโร “ควบคู่” กับวิถีการเดินทางไปแข่งขันในทุกทัวร์นาเมนท์รอบสุดท้ายของทีมผู้ดี

พร้อม ๆ กับ “ความเชื่อ” ที่ไม่เชื่อแล้วว่า Football will come home หรือยังไงฟุตบอลมันก็ไม่ได้กลับบ้านหรอก

เนื้อหาขำ ๆ แต่แอบ “เสียดสี” ความผิดหวังต่าง ๆ ก่อนจะลงเอยว่าก็ยังแอบหวัง (ฮา ๆ) มันจึงโดนซะเหลือเกิน เช่น

Three lions on a shirt! Jules Rimet still gleaming. Thirty years of hurt. Never stopped me dreaming. I know that was then, but it could be again.

สิงโต3 ตัวบนอกเสื้อ ภาพถ้วยจูลส์ ริเมต์ ยังคงแวววาวกับตา ผ่าน 30 ปีแห่งความเจ็บช้ำที่ยังไม่เคยหยุดฝัน เพราะฉันรู้ว่าเมื่อถึงเวลามันอาจเกิดขึ้นอีกครั้ง

ครับ ร้องมันอยู่นั่นแหละ แต่มันก็ไม่เคยเกิดขึ้นอีกสักครั้ง

30 ปีนับจาก 1966 ถึงตอนแต่งเพลง 1996 ต่อเนื่องมาเรื่อยจนถึงปัจจุบัน หรือ 52 ปีเข้าไปแล้วนับจากอังกฤษได้แชมป์เมเจอร์ครั้งแรก และครั้งเดียว

แฟนบอลผู้ดีจึงกลายเป็น “ชาชิน” กับการร้องเพลง “ฟุตบอลกลับบ้าน ๆ ๆ ๆ” โดยเกือบจะลืมทุก “ความหมาย” ของมันไปหมดแล้ว

สำคัญสุด คือ ร้องไปแบบนกแก้วนกขุนทอง ไม่เคย “เชื่อมั่น” ว่ามันจะเกิดขึ้นอีกครั้ง

กระทั่งครั้งนี้ 2018 ที่เสียงเพลงบทนี้กระหึ่มดังขึ้น ดังขึ้น และดังขึ้น…จากเกมแล้วเกมเล่าตั้งแต่ตูนีเซีย ถึงสวีเดน

แบบมี “นัยยะ” แห่งความเชื่อชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเป็นเวลายาวนาน…