คลื่นระลอกแรกของ ‘เบล็กซิต’ ที่กำลังจะส่งผลกระทบถึงอนาคตของ ‘พรีเมียร์ลีก’

เบร็กซิต

สหราชอาณาจักร ประกาศตัวออกจาการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปไปแล้วก่อนหน้านี้ และประกาศดังกล่าวมีผลอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา แต่เคราะห์ดี ที่ช่วงนี้ ยังถือเป็นช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน ทำให้การติดต่อเรื่องราวต่าง ๆ ระหว่าง “ยูเค” และ “อียู” จะยังใช้กฎกติกาตามเดิมได้จนกว่าจะถึงสิ้นปีนี้ และทั้ง 2 ฝ่ายจะขาดต่อกันอย่างเป็นทางการจริง ๆ ในวันที่ 1 มกราคม 2021 ซึ่งแน่นอนว่า ช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ มันส่งผลกระทบต่อโลกของฟุตบอลด้วย

ซึ่งช่วงเปลี่ยนผ่านนี้เอง ที่ยังทำให้ทีมจากอังกฤษ โดยเฉพาะบรรดายักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีก ยังได้โอกาสในการดึงดาวรุ่งพรสวรรค์สูงที่อายุต่ำกว่า 18 ปีเข้ามาในทีมของพวกเขา เพื่อปั้นเด็กเกล่านี้ให้เติบโตมาในฐานะนักเตะ “โฮมโกร” และใช้งานได้ตามโควตาของลีกอังกฤษ แต่ทว่าข่าวร้ายที่ตามมาคือ ในซัมเมอร์นี้ จะเป็นโอกาสสุดท้ายที่พวกเขาจะสามารถทำแบบนี้ได้แล้ว และการดึงเด็กจากยุโรปมาร่วมทีมก่อนอายุ 18 จะเป็นไปไม้ได้อีกเลยหลังจากวันที่ 1 มกราคม 2021 เป็นต้นไป

ที่เป็นแบบนั้นเพราะว่า สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า มีกฎข้อห้ามชัดเจนเกี่ยวกับการห้ามซื้อขายนักเตะอายุต่ำกว่า 18 ปี แต่กระนั้น ฟีฟ่า ก็ยอมรับข้อยกเว้นในการให้นักเตะย้ายทีมได้ตามเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งจาก 3 ข้อ ดังต่อไปนี้

– พ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือ ผู้ดูแล นักเตะอายุต่ำกว่า 18 ปี มีอันต้องย้ายถิ่นฐานไปในประเทศอื่น ซึ่งเป็นที่ตั้งของสโมสรแห่งใหม่ โดยการย้ายถิ่นฐานดังกล่าว ต้องไม่เกี่ยวข้องกับฟุตบอล และ สโมสร

– ข้อยกเว้นพิเศษสำหรับเด็กอายุระหว่าง 16-18 ปี จากทางเขตเศรษฐกิจยุโรป ภายใต้เงื่อนไขที่ต้องมีการศึกษา อาชีพทางเลือก และ ที่อยู่อาศัยรองรับ

– การย้ายทีมอันเกิดจากการที่มีภูมิลำเนาห่างออกไปจากสโมสรใหม่ไม่เกิน 50 กิโลเมตร และผู้เล่นสามารถเดินทางไปกลับไป-กลับได้

ซึ่งที่ผ่านมา ทีมจากอังกฤษใช้ช่องว่างตามกฎข้อ 2 ในการดึงนักเตะพรสวรรค์สูงในประเทศต่าง ๆ จากสหภาพยุโรปเข้ามาในทีมกันมากที่สุด นั่นทำให้เราได้เห็นนักเตะอย่าง เชส ฟราเบกัส, โรบิน ฟาน เพอร์ซีย์ หรือ ปอล ป็อกบา เป็นต้น แต่ เมื่อสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป นั่นหมายความว่า สหราชอาณาจักรจะไม่สามารถใช้ช่องว่างตามกฎข้อ 2 ไอ้อีกต่อไป และการดึงเด็กเข้าทีมโดยใช้เงื่อนไขข้อ 1 หรือ 3 ก็ยากเกินความเป็นจริงที่จะทำได้ด้วย

ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลก ที่เราอาจจะเห็นทีมดังจากอังกฤษ โดยเฉพาะทีม ?อป 6 กระตือรือร้นเกี่ยวกับการคว้านักเตะดาวรุ่ง หรือ มีนักเตะดาวรุ่งอายุต่ำว่า 18 ปี เป็นข่าวกันบ่อย ๆ ในช่วงนี้ เพราะนี้เปรียบเสมือนโอกาสสุดท้ายที่พวกเขาจะได้ “กอบโกย” ทรัพยากรนักเตะจากยุโรปมากักตุนไว้ก่อนที่จะทำไม่ได้อีกตลอดกาล

ซึ่งนี่อาจจะส่งผลดี และ ผลเสียไปพร้อม ๆ กันในคราวเดียว โดยข้อดี คือเราจะได้เห็นการพัฒนาของนักเตะดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษที่บรรดาทีมใหญ่ อาจจะไปดูดมากจากทีมในลีกรองลงไปมาร่วมทีม แต่ข้อเสียนั้นอาจจะมีมากกว่า ทั้งในระยะสั้น และ ระยะยาว 

โดยในระยะสั้น ทีมในอังกฤษ อาจจะมีศักยภาพในการแข่งขันสู่กับลีกชาติอื่น ๆ ในยุโรป ลำบากยิ่งขึ้นจากการที่อาจจะขาดนักเตะพรสวรรค์หน้าใหม่ก้าวขึ้นมา และพวกเขาจำเป็นต้องใช้เงินซื้อมากขึ้น รวมไปถึงใช้นักเตะที่ซื้อมาได้น้อยลงเพราะนักเตะเหล่านี้ไม่ได้เป็นนักเตะ “โฮมโกร” ส่วนข้อเสียในระยะยาวนั้นน่าจะส่งผลถึงความเหลื่อมล้ำกันของการแข่งขันในลีก เนื่องจากทีมใหญ่ ๆ จะ “ดูด” เอานักเตะพรสวรรค์จากทีมเล็ก ๆ ไปใช้งานจนหมดนี่เอง!



RELATED POSTS

Thought

คุณค่าของคำว่าอาร์เซนอลที่หายไป

ลูกแม่กิ่ง

อาร์เซนอล ต้องเจอกับวิกฤตครั้งใหญ่อีกครั้ง และเป็นวิกฤตที่ดูน่าวิตกเพราะมันมาจาก “ปัญหาภายใน” ล้วน ๆ และปัญหานั้นอาจจะมาจากการหาคุณค่าของคำว่า “อาร์เซนอล” ไม่เจอก็ได้

Story

เมื่อ VAR ของ พรีเมียร์ลีก ตัดสินใจที่จะ ‘เปลี่ยน’ …แต่เหมือน ‘ไม่ได้เปลี่ยน’

SPORTDesk. Team

การประชุมเรื่อง VAR ระหว่างเจ้าของทีมพรีเมียร์ลีก และ ผู้ตัดสิน ลุล่วงลงไปแล้ว และนี่คือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

Story

คำอำลาของมูรินโญ่

SPORTDesk. Team

เมื่อควันหลงทุกอย่างเริ่มสงบลง ทุกอย่างก็ดูจะนิ่งลงแล้วสำหรับสถาณการณ์การแยกทางของโจเซ่ มูรินโญ่ กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะล่าสุดสโมสรได้แต่งตั้งให้โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ เป็นผู้จัดการทีม ‘ชั่วคราว’ ไปแล้ว