แผนการสุดท้ายในการหาผู้ตกชั้นเผื่อไว้ในวันที่คาดไม่ถึง

16 May 2020
42 VIEWS

แสงสว่างปากอุโมงค์เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับการกลับมาของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกที่ทุก ๆ คนรอคอย แม้จะยังไม่มีรายละเอียดในหลาย ๆ เรื่องซึ่งยังตกลงกันไม่ได้ระหว่างสโมสรสมาชิกทั้ง 20 ทีมก็ตาม และนั่นก็สร้างความกังวลเล็ก ๆ ให้กับแฟนบอลและผู้ที่เกี่ยวข้องว่าพรีเมียร์ลีก อาจจะกลับมาไม่ได้ในเวลาที่กำหนด อย่างไรก็ตาม สโมสรสมาชิกในพรีเมียร์ลีก ก็ยังเดินหน้าต่อเพื่อสร้าง “แพลนบี” ไว้ในกรณีที่หาข้อสรุปที่ลงตัวไม่ได้ และสิ่งที่พวกเขาพยายามสรุปมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ เหมือนจะได้คำตอบแล้ว

รายงานจากอังกฤษล่าสุดดูเหมือนพวกเขาจะตกลงเดินหน้าตีตราผู้ที่จะตกชั้นได้แล้ว หากพรีเมียร์ลีกไม่สามารถกลับมาแข่งขันได้ตามเวลาที่กำหนดตาม “โปรเจค รีสตาร์ต” โดยมตินี้จะถูกนำไปให้สโมสรสมาชิกลงคะแนนกันอีกทีในการประชุมในวันจันทร์นี้ แต่เบื้องต้นพวกเขาจะต้องการระบุตัวสโมสรที่จะต้องตกชั้นลงไปใน เดอะ แชมเปียนชิพ หากลีกไม่สามารถแข่งขันต่อไปได้ในเกมที่เหลือจริง

การเจรจาอันยาวนานนี้เป็นเรื่องเป็นราวมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา และดูเหมือนจะได้ข้อยุติแล้วว่า พวกเขาจะยึดหลักการ “คะแนนเฉลี่ยต่อเกม” เป็นข้อชี้เป็นชี้ตายในการคัดเลือกทีมตกชั้น หลังจากได้รับการเสนอตัวเลือกนี้มาจาก อิงลิชฟุตบอลลีก หรือ อีเอฟแอล ว่าพวกเขาจะใช่มาตรการเดียวกันนี้ในการคัดเลือกทีมขึ้นชั้นกับตกชั้นในเดอะ แชมเปียนชิพ และลีกรองลงไปเช่นกัน

มตินี้ ทำให้ นอริช, แอสตัน วิลลา และ บอร์นมัธ จะกลายเป็นทีมที่ต้องตกชั้นลงไปเล่นในเดอะ แชมเปียนชิพ ทันทีถ้ามีการประกาศยุติการแข่งขันในเกมที่เหลือ แต่สโมสรอย่าง วัตฟอร์ด และ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด รวมถึง ไบรจ์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน ก็นิ่งแน่นอนใจไม่ได้เช่นกัน เนื่องจากพรีเมียร์ลีก ไม้ได้เตรียมจะใช้มาตรการนี้ เฉพาะกรณีที่ลีกกลับมาแข่งขันไม่ได้เท่านั้น หากแต่มตินี้จะถูกใช้ในกรณีที่ลีกกลับมาแข่งขันแล้ว แต่ไม่สามารถแข่งขันจนจบด้วย

โดยนั่นหมายความว่า ถ้าหากมีการกลับมาแข่งขันไปได้ 3 นัด แล้วมีการระบาดของโควิด-19 ในหมู่นักเตะ หรือทีมงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องจนเกินการควบคุม จนถึงขั้นที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรต้องออกมาประกาศตัดจบการแข่งขันจริง ๆ พวกเขาก็จะยึดเอาคะแนนในเวลานั้นเป็นที่ตั้ง แล้วหารด้วยจำนวนนัดที่ลงสนาม ซึ่งโอกาสที่ทีมตกชั้นจะไม่ใช่ 3 อันดับท้ายตารางในตอนนี้ก็ยังมีเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม บรรดาสโมสรในพรีเมียร์ลีกไม่ได้ยืนยันว่า กฎนี้จะถูกเอามาตัดสินโควตาฟุตบอลยุโรปในท่อนบนของตารางหากเกิดกรณีการตัดจบฤดูกาลจริง แม้ว่ากฎการหารคะแนนต่อเกม จะเป็นกฎที่สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า เสนอให้ใช้ในกรณีที่ฟุตบอลลีกในประเทศแข่งขันต่อไปไม่ได้ก็ตาม โดยการยืนยันและยอมรับเงื่อนไขนี้ จะเกิดขึ้นในการประชุมวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม และจะมีการคอนเฟิร์มเงื่อนไขการตกชั้นทั้งหมดในพรีเมียร์ลีก ภายในวันที่ 22 ถึง 26 พฤษภาคมนี้ตามรายงานล่าสุดด้วย

มีการวิเคราะห์กันว่า พรีเมียร์ลีก พยายามเร่งเรื่องมติการตกชั้น เนื่องจากต้องการกดดันบรรดาสโมสรในโซนท้ายตารางที่มีเป็นแกนนำในการยื่นข้อเสนอให้พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ไม่มีทีมตกชั้นหลังจากที่เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา มีรายงานว่า 6 สโมสรในพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็น 6 สโมสรจากโซนล่างของตารางทั้ง นอริช ซิตี, แอสตัน วิลลา, บอร์นมัธ, วัตฟอร์ด, เวสต์แฮม ยูไนเต็ด และ ไบรจ์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน กำลังเดินหน้าเรียกร้องสิ่งนั้นอยู่

อย่างไรก็ตาม ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา พรีเมียร์ลีก ที่มีความต้องการชัดเจนในการจบเกมในสนาม ถึงขั้นมีข่าวว่าพวกเขาจะยอมยกเลิกการเล่นสนามกลางที่มีการพูดคุยอย่างยาวนานเพื่อเอาใจสโมสรโซนท้ายตารางที่รวมตัวกันดังกล่าว ให้กลับมาแข่งขันกันตามปกติ แต่พวกเขาจะไม่มีทางยกเลิกการตกชั้นอย่างแน่นอน เพราะนั่นจะส่งผลกระทบต่อระบบลีกในระยะยาวมากกว่า

โดย เกร็ก คลาร์ก ประธานของสมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือ เอฟเอ ออกมาแสดงความชัดเจนในเรื่องนี้ว่า เขาจะไม่ยอมให้ฟุตบอลลีกไม่มีการตกชั้นอย่างแน่นอน แม้จะมีการก่อหวอดกันขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา และเขาเชื่อว่า สโมสรในพรีเมียร์ลีก จะมีการตัดสินใจที่มีน้ำหนักพอที่จะมองเห็นประโยชน์ของวงการฟุตบอลในระยะยาวมากกว่าเห็นแค่ประโยชน์ส่วนตัวที่จะเกิดขึ้นในฤดูกาลนี้

อันที่จริงแล้ว ประเด็นเรื่องการขอให้ไม่มีการตกชั้นของสโมสรโซนล่างทั้ง 6 ทีม ถูกจุดขึ้นมาหลังจากที่พรีเมียร์ลีก แสดงความต้องการที่จะให้มีการเล่นอีก 92นัดที่เหลือในสนามกลาง และสโมสรท้ายตารางมองว่าพวกเขาเสียเปรียบมากหากเป็นเช่นนั้น ทำให้พวกเขารวมตัวเพื่อเสนอให้ไม่มีการตกชั้นเกิดขึ้น ซึ่งถ้าสุดท้ายพรีเมียร์ลีกเลือกจะยกเลิกการเล่นสนามกลางจริง ๆ มติการโหวตให้ทีมตกชั้นถูกตัดสินตามกฎที่ว่า อาจจะไม่ได้ยากตามที่ใครหลายคนคาดคิดก็ได้

เพราะอันที่จริงแล้ว ทุกทีมแม้แต่ทีมโซนล่างเองก็ต้องการที่จะให้ฟุตบอลกลับมาเตะกันตามเดินเนื่องจากมีผลประโยชน์เป็นตัวเงินมหาศาลรออยู่ ดังนั้นถ้าเงื่อนไขในการกลับมาเตะไม่ได้ทำร้ายกันเกินไป การยอมรับกฎที่ออกมาเพื่อใช้แก้ไขอะไรที่ช่วยไม่ได้จริง ๆ ก็คงไม่ใช่เรื่องยากเกินจะยอมรับหรอก…