ศึกชิงบัลลังก์เพื่อจ้าวสโมสรเอเชียครั้งแรก

27 October 2018
137 VIEWS

หลังจากต่อสู้ห่ำหั่นกันมากว่าแรมปีในที่สุดศึกฟุตบอลระดับสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทวีปเอเชียอย่าง เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีกก็ได้ทีมแกร่งตัวแทนจากฝั่งตะวันออก และฝั่งตะวันตก ที่จะเผชิญหน้ากันในรอบชิงชนะเลิศเพื่อแย่งชิงถ้วยแชมป์ประกาศศักดาความเป็นจ้าวสโมสรเอเชียกันแล้ว

โดยตัวแทนจากฝั่งตะวันออกได้แก่ กวางเขาเหล็กคาชิมะ แอนท์เลอร์ส ยอดทีมจากเจลีกของญี่ปุ่น ส่วนฝั่งตะวันตกเป็น เรด อาร์มี่เพอร์เซโปลิส สโมสรยักษ์ใหญ่ของอิหร่าน

นี่จะเป็นครั้งที่3 ในการเผชิญหน้ากันของตัวแทนจากญี่ปุ่นและอิหร่านในรอบชิงชนะเลิศศึกฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรเอเชีย โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในฤดูกาล 1998-99 สมัยยังเป็นฟุตบอลเอเชี่ยน คลับ แชมเปี้ยนชิพ ซึ่งจูบิโล อิวาตะ เป็นฝ่ายเอาชนะ เอสเตกลัล ไปได้ ส่วนครั้งที่2 เกิดขึ้นเมื่อปี 2007 ที่เปลี่ยนชื่อและรูปแบบการแข่งขันเป็นเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก แบบในปัจจุบัน ซึ่งอุราวะ เร้ด ไดมอนดส์ เป็นฝ่ายเอาชนะ เซปาฮาน คว้าถ้วยแชมป์ไปครอง

อย่างไรก็ตามถึงแม้การพบกันระหว่าง คาชิมะ แอนท์เลอร์ส และ เพอ์เซโปลิส จะเป็นการเผชิญหน้ากันครั้งที่ 3 ของตัวแทนจากญี่ปุ่นและอิหร่านในรอบชิงชนะเลิศของศึกชิงจ้าวสโมสรเอเชีย แต่เกมคู่นี้ก็เต็มเปี่ยมด้วยความสำคัญแห่งเกียรติยศ

เพราะทั้ง 2 ทีม ที่ล้วนแล้วแต่ประสบความสำเร็จมาอย่างโชกโชนบนแผ่นดินเกิดของตัวเอง กลับยังไม่เคยได้สัมผัสถ้วยแชมป์จ้าวสโมสรเอเชียอันทรงเกียรติเลยสักครั้ง

มิหนำซ้ำนี่จะเป็นรอบชิงชนะเลิศในถ้วยใบใหญ่สุดของทวีปเอเชีย ครั้งแรกของพวกเขาอีกต่างหาก

เจ้าของสมัญญานามกวางเขาเหล็กยอดทีมอันเกรียงไกรในจังหวัดอิบะระกิ ซึ่งคว้ามาครบทุกแชมป์บนแผ่นดินญี่ปุ่น (เจลีก 8 สมัย ,เอ็มเพอร์เรอร์ คัพ 5 สมัย และ เจลีกคัพ 6สมัย)  ไม่เคยผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศถ้วยสโมสรเอเชียได้เลยแม้แต่ครั้งเดียวก่อนหน้านี้

ด้านคู่ต่อกรอย่างเจ้าของฉายา เร้ด อาร์มี่ยอดทีมจากกรุงเตหะราน ซึ่งสัมผัสมาครบทุกแชมป์บนแผ่นดินอิหร่าน ( แชมป์ลีกสูงสุดอิหร่าน 11 สมัย และแชมป์ฟุตบอลถ้วยอิหร่าน 5  สมัย) ก็ไม่เคยก้าวล่วงผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้เช่นกัน ผลงานดีสุดคือการเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้เมื่อปีที่แล้ว แม้พวกเขาจะเคยคว้าแชมป์ เอเชี่ยน คัพ วินเนอร์ส คัพ ได้เมื่อปี 1991 แต่นั่นก็เป็นเพียง ถ้วยรองที่นำแชมป์บอลถ้วยของแต่ละชาติในเอเชียมาแข่งขันกันเพียงเท่านั้น และหยุดทำการแข่งขันไปตั้งแต่ฤดูกาล 2001-02 แล้ว

ดังนั้นไม่ว่าทีมใดจะเป็นฝ่ายมีชัย มันจะเป็นการก้าวขึ้นไปเถลิงบัลลังก์ตำแหน่งแชมป์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร ซึ่งด้วยเดิมพันอันทรงเกียรตินี้ สามารถการันตีได้เลยว่าทั้ง 2 ทีมจะต้องสู้กันอย่างเต็มที่ด้วยดีกรีความมันส์เพื่อให้ได้บัลลังก์แชมป์มาครอบครอง

ทว่ารอบชิงชนะเลิศหนแรกของพวกเขาก็ดูจะเป็นทางที่ไม่ราบรื่นสักเท่าไหร่ เนื่องจากระหว่างหนทางที่ทั้ง 2 ทีมจะก้าวผ่านเพื่อไปห่ำหั่นกันในรอบชิงชนะเลิศนั้นมี อุปสรรคที่เป็นบททดสอบสำคัญขวางทางอยู่ ซึ่งสิ่งนั้นก็คือโปรแกรมการแข่งขันภายในประเทศ

โดยในช่วงระหว่างเกมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศที่จะแข่งกันระบบเหย้า-เยือนคือวันที่3 และ 10 พฤศจิกายนนั้น คาชิมะ แอนท์เลอร์ส ต้องลงเตะในเกมลีกกลางสัปดาห์กับ เซเรโซ โอซา ก้า ในวันที่ 31  ตุลาคม และ คาชิวะ เรย์โซล ในวันที่  6  พฤศจิกายน หรือถ้าหากนับเป็นจำนวนแมทช์คือพวกเขาต้องลงเตะถึง 4 เกมใน 11 วัน และที่สำคัญทีมกวางเขาเหล็กกำลังอยู่ในช่วงทำแต้มเพื่อลุ้นโควต้าเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีกในปีหน้าอีกด้วย ส่วน เพอร์เซโปลิส เองก็มีเกมลีกที่จะพบกับ ซ็อบ อฮาน ในวันที่  5  พฤศจิกายน  รออยู่เช่นกัน

น่าติดตามครับว่าในท้ายที่สุดแล้วระหว่าง คาชิมะ แอนท์เลอร์ส และ เพอร์เซโปลิส ทีมใดจะสามารถก้าวขึ้นเถลิงบัลลังก์แชมป์จ้าวสโมสรเอเชียได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร พร้อมทั้งจารึกประวัติศาสตร์บทใหม่ให้แก่ถ้วยฟุตบอลระดับสโมสรใบใหญ่ที่สุดของทวีปเอเชียนี้