การต่อสู้เพื่อกลับมาลงสนามอีกครั้งของพรีเมียร์ลีก

6 April 2020
16 VIEWS

บรรดาสโมสรในพรีเมียร์ลีก เพิ่งคุยกันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาถึงสถานการณ์โควิด-19 และมีข้อตกลงในการเลื่อนการแข่งขันออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพื่อให้สถานการณ์คลายก่อนถึงจะกลับมาเตะกันอีกครั้ง โดยพวกเขายืนยันว่าการลงสนามในครั้งนี้ต้องได้รับไฟเขียวจากรัฐบาลอังกฤษก่อนเท่านั้น ถึงจะสามารถกลับมาแข่งขันต่อได้และนั่นทำให้หลายคนชื่อว่ากว่าจะกลับมาแข่งขันกันได้น่าจะต้องถึงเดือนกรกฎาคมเลยทีเดียว

แต่ระหว่างไม่กี่วันที่ผ่านมาผลกระทบจากการประชุมนั้นเริ่มขยายวงกว้าง การไม่มีเกมเตะเริ่มส่งผลกระทบที่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ และการลดเงินเดือนนักเตะตามที่ตกลงกันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาราว 30% ก็เป็นเพียงนโยบายที่ยังไม่ได้บังคับใช้เท่านั้น ทำให้ล่าสุด ลิเวอร์พูล เป็นอีกทีมแล้วที่ต้องเลือกใช้มาตรการในการพักงานพนักงานที่ไม่ใช่นักฟุตบอลเพื่อรักษางานของคนส่วนมากเอาไว้ และถ้ายังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เชื่อว่าจะมีทีมอื่น ๆ ที่เลือกใช้มาตรการนี้ตามมาในเร็ว ๆ นี้

อย่างไรก็ตามถึงแม้จะเริ่มมีลีกในยุโรปใช้ทางเลือกในการตัดจบไปบ้างแล้วอย่าง จูปิแลร์ โปร ลีก ของเบลเยียม และมีบางลีกจ้องจะทำตามอย่าง สก็อตติช พรีเมียร์ลีก ของสก็อตแลนด์ แต่หนทางนั้นยังไม่ใช่ทางเลือกสำหรับพรีเมียร์ลีก เพราะตัวเลขเงินมหาศาลที่จะมีผลเกี่ยวข้องหากลีกเตะไม่จบ ทั้งรายได้ของสโมสรสมาชิกที่จะหายไป รวมถึงเงินชดเชยที่ทางลีกต้องเสียให้กับเจ้าของลิขสิทธิ์ที่จะถ่ายทอดเกมที่เหลือ ๆ ทำให้ลีกสูงสุดของอังกฤษยังมองหาวิถีทางในการทำให้ฤดูกาลนี้จบโดยการเตะให้ครบตามโปรแกรมอยู่ดี

โดยอ้างอิงจาก เดอะ มิลเลอร์ ที่มีรายงานออกมาวันนี้ พวกเขายืนยันว่า พรีเมียร์ลีก กำลังดำเนินการเพื่อให้พวกเขาสามารถสั่งให้สโมสรสมาชิกแข่งขันกันได้ในสนามที่ไม่มีคนดู ภายใต้คำสั่งพิเศษ โดยพวกเขาพยายามเข้าพบกับคนของฝั่งรัฐบาล โดยเฉพาะผ่านทาง เกร็ก คลาร์ก ประธานสมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือ เอฟเอ ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับโอลิเวอร์ โดวเด้น รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม ที่ดูแลทางด้านกีฬาในประเทศด้วย

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลของอังกฤษ ยังคงใช้มาตรการณ์ที่เข้มข้นในการพยายามยับยั้งโควิด-19 และล่าสุดดูเหมือนสถานการณ์จะแย่ลงเล็กน้อยเมื่อ นายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน ถูกหามเข้าโรงพยาบาลเพราะโรคระบาดดังกล่าวไปอีกคน ทำให้แนวทางในการให้ฟุตบอลกลับมาเตะกันอีกครั้ง ไม่น่าจะใช่เรื่องง่าย และอาจจะถูกดูแลอย่างเข้มงวดกว่าเดิมด้วยซ้ำไป

แต่ความน่าสนใจของเรื่องนี้คือการหารือเกี่ยวกับมาตรการต่าง ๆ ในลีก โดยบรรดาทีมต่าง ๆ พยายามจะหาทางให้นักเตะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดจากการระบาด และ ห่างไกลจากผู้คนให้มากที่สุด เพราะถ้าหากมีนักเตะคนหนึ่งติดเชื้อไปไม่ว่าจะทีมใดก็ตาม โอกาสที่พรีเมียร์ลีก จะได้กลับมาเตะกันอีกครั้งในเร็ววันนี้ก็เรียกได้ว่าแทบบจะหมดไปเลยทีเดียว เพราะแม้ โควิด-19 จะไม่ใช่โรคระบาดที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง แต่จากการแพร่ระบาดได้ง่ายทำให้ยากต่อการควบคุม และถ้ามีนักเตะติดเชื่อขึ้นมาจริง ๆ คำอนุมัติให้ลีกกลับมาเตะจากรัฐบาลนั้นเรียกว่าเป็นไปไม่ได้เลย

นอกจากนี้รัฐบาลยังมีความกังวลอีกข้อในกรณีที่ถ้าพวกเขายอมให้มีการกับมาเตะกันของฟุตบอลลีก พวกเขาเกรงว่า ประชาชนอาจจะไม่สนใจการล็อกดาวน์ตามคำสั่งของรัฐบาล และออกเดินทางเพื่อไปให้กำลังใจทีม แม้ว่าพวกเขาจะเข้าสนามไม่ได้ แต่ก็อาจจะรวมตัวกันร้องเพลงสนับสนุนที่หน้าสนามแบบที่เกิดขึ้นใน บาเลนเซีย ก่อนหน้านี้ ซึ่งจะส่งผลให้โควิด-19 มีโอกาสแพร่กระจายรวดเร็วกว่าเดิม

โดยพรีเมียร์ลีกเอง ก็ออกมายอมรับก่อนหน้านี้ว่าการแข่งขันไม่น่าจะดำเนินต่อไปได้ หากสถานการณ์ของโควิด-19 ยังไม่บรรเทาเบาบางลงแต่ตอนนี้พวกเขาก็หวังจะเห็นพรีเมียร์ลีกกลับมาแข่งขันกันอีกครั้งในเดือนมิถุนายน ซึ่งน่าจะเป็นเดือนที่เร็วที่สุดเท่าที่พวกเขาสามารถคาดหวังได้ และถ้าลีกสามารถกลับมาเตะในเดือนนี้ได้จริง ฟุตบอลลีกอังกฤษก็มีโอกาสที่จะจบฤดูกาลได้ก่อนที่มันจะส่งผลกระทบไปถึงฤดูกาลหน้า แม้นักเตะอาจจะมีเวลาพักน้อยลงบ้างก็ตาม

โดยมีรายงานว่า พรีเมียร์ลีก ได้บอกกล่าวกับสโมสรให้เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการกลับมาแข่งขันกันอีกครั้งในช่วงกลางเดือนมิถุนายน ซึ่งพรีเมียร์ลีกได้บอกกับสโมสรต่าง ๆ ว่า มีความเป็นไปได้ที่จะอนุญาตให้พวกเขาเรียกนักเตะกลับมารวมตัวซ้อมกันกลางเดือนพฤษภาคมนี้เลยด้วย

การกลับมาในช่วงเวลาดังกล่าวดูเหมือนว่าจะเป็นไปได้มากที่สุด และถ้ามีการกลับมาเตะกันต่อจริง ก็เป็นโอกาสที่ลิเวอร์พูล จะจบฤดูกาลของพวกเขาได้ในที่สุด เพื่อที่จะยุติการอคอยอันยาวนานถึง 30 ปี ลง และเถลิงแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกได้สักที