แฟนบอลหญิงอิหร่านกับชัยชนะครั้งแรกในรอบ 40 ปีที่แลกมาด้วย 1 ชีวิตของ Blue Girl

11 October 2019
116 VIEWS

ที่อิรักแฟนบอลต่างได้ต้อนรับการกลับมาของการแข่งขันรายการฟุตบอลระดับนานาชาติเป็นครั้งแรกในเกมกับทีมชาติฮ่องกง ซึ่งเป็นการกลับมาเล่นในกรุงแบกแดดอีกครั้งนับตั้งแต่ถูกฟีฟ่าสั่งลงโทษแบนเมื่อปี 2011

แต่ที่อิหร่านแฟนบอลกลุ่มนึงต้องรอคอยนานกว่านั้นมาก เพราะครั้งสุดท้ายที่แฟนบอลกลุ่มนี้ได้เข้ามาชมเกมที่สนามคือเมื่อ 40 ปีที่แล้ว

แฟนบอลกลุ่มดังกล่าวคือกลุ่มแฟนฟุตบอลหญิงที่ถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้ามาชมเกมของทีมชาติชายในสนามนับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามเมื่อปี 1979

ถึงแม้ว่าเรื่องการห้ามแฟนบอลหญิงเข้าชมเกมในสนามจะไม่ได้ถูกบัญญัติไว้ในกฏหมายแต่ในทางสังคมแล้วเป็นสิ่งที่เคร่งครัดอย่างมาก และหากใครฝ่าฝืนก็จะถูกลงโทษอย่างรุนแรงและไร้ซึ่งความยุติธรรม

ความเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้เกิดขึ้นก็เกิดขึ้นจากบทลงโทษที่ไม่ยุติธรรมต่อ ซาฮาร์ โคดายารี หญิงสาววัย 21 ปีที่ถูกจับกุมเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาหลังจากที่พยายามจะเข้าไปเชียร์ฟุตบอลในสนามด้วยการพยายามปลอมแปลงเป็นผู้ชาย ซึ่งเป็น 1 ใน 35 คนที่ถูกจับในวันนั้น

ซาฮาร์ ถูกขังคุกเป็นเวลา 3 วัน ก่อนจะได้รับการประกันตัวออกมา และรอการพิจารณาคดีอีก 6 เดือนด้วยกัน ซึ่งปรากฏว่าเมื่อถึงกำหนดแล้วศาลกลับขอเลื่อนการพิจารณาคดีออกไป “ด้วยเหตุผลความจำเป็นเร่งด่วนทางครอบครัว”

หลังจากนั้นซาฮาร์ เดินทางกลับไปที่ศาลอีกครั้งเพื่อรับโทรศัพท์มือถือของเธอและเธอได้ยินใครสักคนบอกว่าถ้าหากเธอยอมรับสารภาพเธอก็อาจจะติดคุก 6 เดือน ถึง 2 ปี

ด้วยความรู้สึกที่รับไม่ได้ต่อความอยุติธรรม เธอตัดสินใจจุดไฟเผาตัวเองตรงหน้าศาล ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

โลกฟุตบอลเศร้าสลดกับการจากไปของเธอ ผู้ได้รับสมญาว่า Blue Girl

ความตายของซาฮาร์ ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมอย่างรุนแรง ฟีฟ่าซึ่งเดิมเคยกำหนดเส้นตายให้อิหร่านต้องอนุญาตให้ผู้หญิงเข้าชมเกมในสนามได้ตั้งแต่ 31 สิงหาคมออกมากดดันอย่างรุนแรง และกล่าวแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่แอมเนสตี ก็ออกมาร่วมกดดันและชี้ให้เห็นถึงสภาพความกดขี่ของสตรีในอิหร่านที่ควรจะได้รับสิทธิ์และความเสมอภาคเท่าชาย

เมื่อถูกโลกล้อม อิหร่านจึงตัดสินใจที่จะอนุญาตให้แฟนบอลหญิงสามารถเข้ามาชมเกมในสนามได้เป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปีในเกมที่พบกับกัมพูชา ซึ่งตั๋วเข้าชมที่มีจำนวนจำกัด 3,500 ใบจากจำนวนผู้ชมทั้งหมดในสนามอซาดี สเตเดียม ที่มีความจุมากถึง 78,000 คน ถูกจำหน่ายหมดภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง ก่อนจะมีการเติมตั๋วเข้ามาอีก 1,100 ใบ

ในวันแข่งขันแฟนบอลหญิงต่างเข้ามาเฉลิมฉลองในสนามตั้งแต่ก่อนเกมจะเริ่มต้นขึ้นเป็นเวลา 3 ชั่วโมง 

นาซานิน แฟนบอลหญิงคนหนึ่งที่ได้เข้ามาในสนามเล่าว่า “ตอนที่ฉันเข้ามาถึงในสนาม ก็มีแฟนบอลทั้งสาวเล็กสาวใหญ่จำนวนมากเข้ามาในสนามแล้ว ทุกคนต่างร้องเพลงเชียร์ทีมชาติกันใหญ่ ความตื่นเต้นที่จะได้เข้ามาเชียร์เกมในสนามครั้งแรกทำให้ทุกคนรีบมา”

“ผู้ชายก็ปฏิบัติต่อพวกเราอย่างดีตั้งแต่ทางเข้าสนาม หลังจากที่เราได้พยายามนั่งรถมาที่สนามเอง พวกเรามีความสุขกันมากและตื่นเต้นที่ได้เห็นสนามจริงๆเป็นครั้งแรกในชีวิต เมื่ออยู่ในสนามก็แทบไม่ได้ยินเสียงตัวเอง มีเจ้าหน้าที่ฟีฟ่าเข้ามาตรวจตราและสำรวจพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่อิหร่าน”

“แฟนบอลสาวๆเข้ามาเชียร์กันก่อนเกมจะเริ่มเป็นชั่วโมง ขณะที่แฟนบอลผู้ชายยังไม่เข้าสนามเลยด้วยซ้ำ”

อย่างไรก็ดีแอมเนสตี ยังไม่พอใจกับการที่มีการจำหน่ายตั๋วเพียงแค่ 3,500 ใบ และยังไม่มีช่างภาพหญิงที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปถ่ายภาพในสนามได้ แต่ก็ถือเป็นก้าวสำคัญของเสรีภาพและความเสมอภาคที่แฟนบอลหญิงในอิหร่านเฝ้าฝันถึงมานานหลายสิบปี

ความฝันที่กลายเป็นความจริง แม้จะน่าเศร้าเพราะต้องแลกมาด้วยชีวิตของเด็กสาวคนหนึ่งก็ตาม