ความกลัวในจิตใจของ ‘ก็องเต’ กับดีเลย์การการันตีความปลอดภัยใน พรีเมียร์ลีก

21 May 2020
252 VIEWS

หลังจากคำพูดของ ทรอย ดีนีย์ เกี่ยวกับความกลัวที่จะกลับมาซ้อม เนื่องจากความเสี่ยงเกี่ยวกับความปลอดภัยในชีวิตของคนผิวสี, เอเชีย และคนกลุ่มน้อย หรือ BAME เพียงวันเดียวเท่านั้น ผลของมันสะท้อนรุนแรงไปยังนักเตะคนอื่น ๆ ในพรีเมียร์ลีกแทบจะทันที โดยวันนี้ นักเตะระดับ 5 ดาวอย่าง เอ็นโกโล ก็องเต ก็ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมซ้อมกับทีม เชลซี ที่ ค็อบแฮม เช่นกัน และยังไม่มีวี่แววว่าจะเปลี่ยนใจในเร็ววันนี้

จะว่าไปแล้ว ปัญหาการไม่ยอมกลับมาซ้อมของนักเตะบางส่วน ไม่ได้เป็นปัญหาแค่ในเชิงของความกังวลต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเท่านั้น หากแต่มันยังมีปัญหาทางสภาวะจิตใจที่เกิดขึ้นในระหว่างที่โรคระบาดเจ้าปัญหาทวีความรุนแรงขึ้นในสหราชอาณาจักรด้วย และปัญหาด้านสุขภาพจิตก็ทยอยก่อตัวหลังจากที่บรรดานักเตะต้องเจอกับความเครียดในการรับมือเรื่องราวเหล่านี้

ก่อนหน้านี้ เดยัน ลอฟเรน เคยออกมายืนยันว่า เขาเองก็มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิตระหว่างที่โควิด-19 ระบาด และปัญหานี้ จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขก่อนที่จะให้ฟุตบอลกลับมาเตะกันอีกครั้ง

“มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยในการที่เราต้องกักตัวเองในบ้านมาตลอด 46 วันจนถึงตอนนี้” ลอฟเรน กล่าวเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

“ในด้านสุขภาพจิต มันคือสิ่งที่ยากที่สุดที่จะต้องก้าวข้ามไปให้ได้ ผมพยายามออกกำลังด้วยตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ ผมเตะบอลไปรอบ ๆ สนามหญ้าในบริเวณบ้านกับลูกชายของผม แต่การลงซ้อมกับทีมนั้นเป็นเรื่องที่แตกต่างออกไปอย่างมาก

“ผมพยายามจะสร้างแรงจูงใจทุกอย่างที่ผมทำได้ ผมบอกกับตัวเองในทุก ๆ เช้าที่ตื่นมาว่า ‘ผมจะต้องซ้อมจนปวดเมื่อยให้ได้ในวันนี้’ และอย่างน้อยผมต้องจัดการตัวเองเพื่อลดน้ำหนักลงให้ได้บ้าง แต่ผมก็เสียมวลกล้ามเนื้อที่ขาของผมไปบ้าง เพราะว่าในการซ้อมกับทีม 90 นาที มันไม่มีตัวสำรองให้เปลี่ยน แต่ในที่ร่มเราไม่สามารถจะออกกำลังขาได้ตลอด 90 นาที”

“เราต้องการเวลาตั้งสติ นี่ยังไม่ใช่เวลาที่เราต้องทำแบบนั้น เพราะว่า นักเตะต้องการเวลาในการเยียวยาสภาพจิตใจจากโรคระบาด และ ผลกระทบที่เราได้รับจากการกักตัว”

ปัจจัยเหล่านี้มันนำไปสู่ปัญหาที่ละเอียดอ่อนของบรรดานักเตะที่ไม่ต้องการกลับมาซ้อม ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่อยากกลับมาเล่นฟุตบอล กลัวตาย หรือกลัวคนในครอบครัวได้รับผลกระทบเท่านั้น แต่มันยังมีประเด็นที่ละเอียดอ่อนอย่างสภาวะจิตใจอย่างที่กล่าวไปมาเกี่ยวด้วย

ก็องเต อาจจะเข้าข่ายกรณีนั้น เพราะในวันแรกที่มีกำหนดการซ้อมที่ ค็อบแฮม เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่มารายงานตัวซ้อมที่สนาม และซ้อมจนครบในวันอังคารที่ผ่านมา แต่เขากลับปฏิเสธที่จะกลับมาอีกครั้งในวันพุธ ซึ่งเป็นวันหลังจากที่ ทรอย ดีนีย์ กล่าวเรื่องปัจจัยเกี่ยวกับผู้เล่นในกลุ่ม BAME นั่นเอง

สภาพจิตใจของนักเตะในช่วงโควิด-19 ย่ำแย่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และการต้องมาซ้อมในสภาวะที่พวกเขายังไม่แน่ใจในเรื่องความปลอดภัยทำให้หลายคนน่าจะรู้สึก “ไม่โอเค” และเชื่อได้เลยว่า ก็องเต ไม่น่าจะใช่คนสุดท้ายที่เลือกจะไม่กลับมาซ้อมร่วมกับทีม ซึ่ง แฟรงก์ แลมพาร์ด เข้าใจเรื่องนี้ได้ดี และ ยอมรับการตัดสินใจของห้องเครื่องชาวฝรั่งเศสที่เลือกจะหายไปในวันพุธที่ผ่านมา

ทางด้านเชลซี เองก็ยืนยันว่าพวกเขาจะไม่กดดันเหล่านักเตะในกลุ่ม BAME ถ้าพวกเขายังไม่สบายใจที่จะกลับมา และยินดีที่จะให้นักเตะเหล่านี้ฝึกซ้อมที่บ้านของตัวเองตามโปรแกรมไปก่อน 

ปัญหาของนักเตะในกลุ่ม BAME มาจากรายงานล่าสุดของสหประชาชาติ ที่มีการเปิดเผยตัวเลขว่า ผู้ป่วยผิวสี เสียชีวิตจากโควิด-19 เป็น 2 เท่าของคนผิวขาวตามรายงานเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อโต้แย้งว่า ที่เป็นเช่นนั้นหาใช่ปัญหาเรื่องสภาพร่างกาย แต่เป็นเพราะประเทศในแอฟริกา มีความพร้อมทางด้านการแพทย์น้อยกว่าในยุโรปต่างหาก แต่อย่างไรก็ตามนั้นก็สร้างข้อกังวลแก่ผู้เล่นบางส่วนที่เป็นผู้เล่น BAME อย่างช่วยไม่ได้

นอกจากนี้ พรีเมียร์ลีก เองยังทำตัวให้พวกนักเตะไม่น่าไว้ใจจากการไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน แถมยังทำงานกันอย่างชักช้า นอกจากที่ ดีนีย์ ออกมาแฉเรื่องการที่พวกเขาไม่มีคำตอบให้ผู้เล่นในกลุ่ม BAME แล้ว พรีเมียร์ลีกยังมีปัญหาในการตรวจการติดเชื้อของนักเตะดาวดังอีกหลายคนด้วย โดยรายงานระบุว่า ผู้เล่นสตาร์หลายสิบคน ถูกเรียกตัวมาตรวจเชื้อไวรัสอีกครั้ง และยังไม่มีการอนุญาตให้พวกเขาเข้าร่วมการซ้อมประเภทกลุ่มย่อยที่เริ่มมีขึ้นในตอนนี้

นั่นเองที่สร้างความกังขา และ กังวลให้กับบรรดานักเตะมากขึ้นกว่าเดิมเกี่ยวกับความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือของผลตรวจจากองค์กรในพรีเมียร์ลีก แม้จะมีรายงานออกมาว่า ตัวอย่างการตรวจกว่า 748 คน จาก 19 สโมสรที่ถูกตรวจ จะพบว่ามีผู้ที่ติดเชื้อเพียง 6 คน หรือ 0.8% เท่านั้นก็ตาม แต่การเรียกตัวนักเตะกว่า 10 คนไปตรวจเชื้ออีกครั้งย่อมสร้างผลกระทบต่อความเชื่อมั่นไม่ทางใดก็ทางหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย

จนกว่าจะสร้างความมั่นใจให้บรรดานักเตะได้มากกว่าที่เป็น มันยังเป็นไปไม่ได้เลยที่จะให้นักเตะกลับมาซ้อมกันอย่างครบถ้วนในตอนนี้ เพราะนักเตะหลาย ๆ คน อาจจะต้องการเวลาในการปรับสภาพจิตใจเสียก่อน

และเมื่อเครื่องหมายคำถามจากไป และความไม่แน่ใจถูกคลี่คลายได้แล้ว ความพร้อมของนักเตะในการกลับมาอาจจะเพิ่มขึ้นเอง…