อำลา ‘นอร์แมน ฮันเตอร์’ ไอคอนยูงทองผู้ยิ่งใหญ่

18 April 2020
41 VIEWS

ความสูญเสียที่เราไม่ได้มีส่วนร่วม เรามันจะแทบไม่รู้สึกอะไรกับมัน ยิ่งเป็นความสูญเสียในยุคที่คนตายรายวันหลักหมื่นแบบยุคโควิด-19 ในช่วงเวลานี้ด้วยแล้ว ข่าวการตายของใครสักคนที่เราไม่ได้รู้สึก หรือ มีส่วนร่วม อาจจะทำให้เราแค่รู้สึกแย่เบา ๆ ก่อนที่ความรู้สึกนั้นมลายหายไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก ตรงกันข้าม มันเป็นเรื่องปกติเสียด้วยซ้ำเพราะถ้าเรามามัวเสียใจให้กับใครไม่รู้ในทุก ๆ วัน ชีวิตเราคงได้เป็นซึมเศร้ากันไปก่อนพอดี

แต่บุคคลหนึ่งที่เพิ่งเสียชีวิตจากโควิด-19 ไปไม่ถึง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ชายที่มีชื่อว่า “นอร์แมน ฮันเตอร์” เขาอาจจะไม่ใช่ที่รู้จักของแฟนบอลรุ่นใหม่ หรือโด่งดังอะไรในยุคสมัยนี้…ช่วยไม่ได้ เพราะเขาเล่น และ เลิกเล่นฟุตบอลมาก่อนทั้ง ซีเอ็ม, เอฟเอ็ม, วินนิง, เปส หรือ ฟีฟ่า จะเกิดขึ้นมาเสียอีก ชื่อของเขาเลยไม่ได้เป็นที่จดจำเหมือนโรแบร์โต คาร์ลอส, โรนัลโด, ซีเนดีน ซีดาน หรือ โรมาริโอ แต่ถ้าพูดถึงความยิ่งใหญ่ เขาไม่ได้น้อยหน้านักฟุตบอลเหล่านั้นเลย

นอร์แมน ฮันเตอร์ เกิดที่ เกตส์เฮด และเติบโตขึ้นโดยมีแววดีในฐานะนักฟุตบอล ชีวิตตอนเด็กของเขาไม่ง่ายนัก เพราะเติบโตขึ้นมาท่ามกลางสงครามโลก ถึงแม้เขาจำอะไรไม่ได้มากนักเพราะยังเด็ก แต่เขาก็จำได้ว่าสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของเขาตลอดมาคือลูกหนังกลม ๆ ลูกนั้น ก่อนที่เขาจะย้ายไปเล่นฟุตบอลจริงจังกับทีมเยาวชนของ ลีดส์ ยูไนเต็ด ตอนอายุ 15 ปี และได้แจ้งเกิดในฐานะผู้เล่นชุดใหญ่ในถิ่น เอลแลนด์ โรด ในเดือนกันยายน ปี 1962 ซึ่งตอนนั้นเขามีอายุ 18 ปีกว่าเท่านั้น

ฮันเตอร์ เป็นกองหลังสายแข็งสมกับชื่อของเขา เขาไล่ล่าฟุตบอลในแนวรับอย่างยอดเยี่ยม และทำได้ดีมากเมื่อจับคู่กับ แจ็ค ชาร์ลตัน คู่หูของเขาในแนวรับของทีม “ยูงทอง” และนั้นทำให้เขาได้ลงเล่นใน เอลแลนด์ โรด ยาวนานถึง 15 ปี และลงสนามไปกว่า 726 นัด ซึ่งมีนักเตะ ลีดส์ ที่ลงสนามให้ทีมมากกว่าเขาแค่ 3 คนเท่านั้น คือตัวคู่หูเขาอย่าง ชาร์ลตัน, บิลลี เบรมเนอร์ และ พอล รีนีย์

ตลอดอาชีพกับ “ยูงทอง” เขาสร้างชื่อในฐานะ “นอร์แมน ไบต์ส เยอร์ เลกส์” กลายเป็น สโลแกนที่สื่อความหมายถึงหนึ่งในกองหลังที่แข็งแกร่งที่สุด และไม่ยอมแพ้ในการแย่งบอลคู่แข่ง ซึ่งบ้างก็ยกย่องให้เขาเป็นหนึ่งในกองหลังอังกฤษที่ดีที่สุดตลอดกาลในยุคหลังสงครามโลกเลยทีเดียว และจากความยอดเยี่ยมนั้น นอร์แมน พาทีมคว้าแชมป์ทั้ง ฟุตบอลลีกสูงสุดของอังกฤษ 2 สนาม ในฤดูกาล 1968-69 และ 1973-74 และแชมป์ เอฟเอ คัพ 1 สมัย ในปี 1972 รวมถึง ลีก คัพ ในปี 1968 ทั้งยังมี อินเตอร์ ซิตีส์ แฟร์ส คัพ (เทียบเท่า ยูฟา คัพ) ในปี 1968 ด้วย

ฮันเตอร์ มีชื่อเสียงขึ้นมาถึงขีดสุดในยุค 60 โดยว่ากันว่านี่เป็นยุคที่ทีมชาติอังกฤษมีกองหลังที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งประกอบด้วย ตัวเขา ที่ทำงานร่วมกับ “แอนฟิลด์ ไอร์ออน” ทอมมี สมิธ ของ ลิเวอร์พูล และ รอน “ช็อปเปอร์” แฮร์ริส กัปตันทีมเชลซี ซึ่งความแข่งแกร่งนั้นถูกยืนยันด้วยการก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งแรก และครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ของทัพ “สิงโตคำราม” ในปี 1966 ด้วย

อย่างไรก็ตาม สิ่งเดียวที่ ฮันเตอร์ ทำไม่สำเร็จ คือการพา ลีดส์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ฟุตบอลสโมสรยุโรป และมันเป็นเรื่องน่าเจ็บปวดมาก ๆ ที่เขาเคยพาทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้ถึง 2 ครั้ง แต่ทั้ง 2 ครั้งกับต้องพ่ายต่อ ยักษ์ใหญ่ในยุโรป โดยครั้งแรก ใน คัพ วินเนอร์ส คัพ ปี 1973 พวกเขาพ่ายต่อ เอซี มิลาน 0-1 และอีก 2 ปีต่อมา ในยูโรเปียนส์ คัพ รอบชิงชนะเลิศ พวกเขาก็ต้องพ่ายต่อบาเยิร์น มิวนิค 0-2

หลังจากนั้น ฮันเตอร์ ต้องอำลาทีมที่เขารักไปในปี 1976 เมื่อ ลีดส์ ปล่อยตัวเขาให้ บริสตอล ซิตี ด้วยค่าตัว 40,000 ปอนด์ ซึ่งเป็นเงินจำนวนที่มากในสมัยนั้น และเขาก็ลงเล่นให้บ้านหลังที่ 2 แห่งนี้ไปมากกว่า 100 เกม ในช่วงเวลา 3 ปี กับทีมแห่งนี้ ก่อนที่เขาจะย้ายทีมอีกครั้งไปเล่นกับ บาร์นสลีย์ ซึ่งเป็นสโมสรสุดท้ายในอาชีพการค้าแข้ง โดยลงเล่นไป 31 นัด และเลิกเล่นหลังผ่านไป 3 ปี

ข่าวการเสียชีวิตในวัย 76 ปี โดยการติดเชื้อ โควิด-19 ของ ฮันเตอร์ นำความ “ช็อค” และ “เศร้าใจ” มาสู่แฟนบอลของ “ยูงทอง” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเขาถูกตรวจว่าติดเชื้อไวรัสดังกล่าวในวันที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมา และได้รับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลโดยการเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด แต่ก็อย่างที่เราทราบกันว่าไวรัสชนิดนี้ส่งผลที่รุนแรงต่อผู้สูงอายุ นั่นทำให้ ฮันเตอร์ มีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว และจากไปในวันที่ 17 เมษายน ที่ผ่านมา

หลังการเสียชีวิตของเขาได้ไม่นาน สโมสรลีดส์ ยูไนเต็ด ออกแถลงการณ์เพียงสั้น ๆ แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหมาย และเคารพต่อความยิ่งใหญ่ที่เขาเคยทำไว้กับสโมสร โดยพวกเขายืนยันว่า

“การจากไปของเขานั้น ทิ้งหลุมลึกและใหญ่หลวงไว้กลางจิตใจของครอบครัว ลีดส์ ของเรา แต่ สิ่งที่เขาสร้างไว้ พวกเราจะไม่มีวันลืมแน่นอน”

การจากไปของ นอร์แมน ฮันเตอร์ อาจจะไม่ทำให้หลายคนที่ไม่ทันในยุคของเรารู้สึกเศร้าอะไรมากมาย แต่อย่างน้อยในวันที่เขาจากไป ก็อยากให้รู้ว่า ผู้ชายคนนี้คือนักฟุตบอลที่เคยยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของยุคมาก่อน และ ชื่อของเขาจะกลายเป็นตำนานต่อไป…