กองหน้า False 9, เบอร์ 9 ครึ่ง และ 10 ครึ่ง

5 September 2018
2,084 VIEWS

วันก่อนที่เขียนเรื่อง “กองหน้าต่างชาติที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก” (ไม่นับที่กำลังเตะอยู่) พาลได้พาดพิงไปถึงหลายคนแบบมี “นัยยะ” เหมือนกัน

เฮอร์นัน เครสโป ที่บางคนบอกว่า ผมเลือกมาได้อย่างไร หรือเฟอร์นันโด ตอร์เรส ยุคโดดเด่นยังไม่เสียความเร็วกับหงส์แดง ลิเวอร์พูล หรือดิดิเยร์ ดร็อกบา ที่มีความแข็งแกร่ง ดุดัน เฉกเช่น ดิเอโก้ คอสต้า ที่โหด ดุ และคลาสสิคหน่อยก็ รุด ฟาน นิสเตอรอย

เพิ่มเติมลองอ่านย้อนดูนะครับ คลิก!! 

ทั้งหมดข้างต้น 5 ชื่อผมหยิบออกมาเป็นตัวอย่างเพราะความเป็น “No.9” หรือกองหน้าหมายเลข 9 แบบดั้งเดิม และเล่นตาม Job ของหมายเลข 9 ค่อนข้างชัดเจน

ปัจจุบันที่เห็นชัดก็มี โรเมลู ลูคาคู และล่าสุดอันเป็นเหตุให้ผมต้องมาเขียนเรื่องนี้วันนี้ คือ อัลบาร์โร โมราต้า หัวหอก เชลซี

โมราต้า ซึ่งประสบความสำเร็จกับเรอัล มาดริด และช่วงไปอยู่ ยูเวนตุส ให้สัมภาษณ์สื่อสเปนว่า ฤดูกาล 2017/18 ที่ผ่านมาเป็น “Disaster” หรือ “หายนะ” สำหรับเขา

หลัก ๆ คือ ผลงานแย่ด้วยสถิติ 3 ประตูจาก 23 เกมสุดท้ายจนหลุดโผทีมชาติสเปนไปเตะ บอลโลก 2018 ที่รัสเซีย

ขณะที่ฤดูกาลนี้เริ่มต้นมาก็ไม่สู้ดีนัก และเหมือน โอลิวิเยร์ ชิรูด์ จะดูมีบทบาทกว่าด้วยซ้ำในฐานะ “ซูเปอร์ซับ” ตอนได้รับโอกาสลงมาแทน

สุดท้าย กองหน้าวัย 25 ปีถึงกับเปรย ๆ ว่า คิดถึงอนาคตการกลับไปเล่นในสเปน หรืออิตาลี อีกครั้งแล้ว!

ประเด็นเรื่องนี้อยู่ตรงไหน?

1.มนุษย์อย่างผมไม่ชอบนักเตะพูดแบบนี้ หรือ “ยอมแพ้” อะไรง่าย ๆ และพูดเรื่องละเอียดอ่อนแบบนี้กับสื่อ

มันไม่เป็นผลดีกับตัวเอง และทีม หรือแฟนบอล หรือแม้แต่ “มูลค่า” ราคาของตัวเอง ณ จุดที่เพิ่งเริ่มฤดูกาลเพียง 4 เกม และจริง ๆ เชลซีก็ชนะรวด 100% ด้วยผลงานที่มีแต่จะดีขึ้นได้อีก

การได้เล่นกับกุนซือ “บอลบุก” เมาริซิโอ ซาร์รี่ และระบบบุกสุด ๆ 4-3-3 แล้วทำไม่ได้ดี โมราต้าจะเอา “เหตุผล” ข้อใดมา justify ตัวเอง?

เฉพาะอย่างยิ่ง สงครามเพิ่งเริ่ม แต่เหมือน “ทหารเอก (คนหนึ่ง)” ท้อแท้เสียแล้ว…

2.จุดนี้นำไปสู่หัวข้อเรื่อง “False9” หรือ “9 and a half” (9 ครึ่ง) หรือ “10 ครึ่ง” หรือจะเรียกว่า หน้าต่ำ/หน้าเป้า/หน้าสูง/หน้าสมัยใหม่/หน้าริมเส้น ฯลฯ

————————————-
(9 ครึ่ง และ 10 ครึ่ง จะเหมือน “หน้าต่ำ” สนับสนุนหน้าเป้า แต่เรียกให้ชัดเจนขึ้นเท่านั้น)
————————————–

คือ จะบอกว่า “ตำแหน่ง” อาจเป็นเพียงแค่การ “อุปโลก” ขึ้นมาของสื่อ หรือคิด (นอกกรอบ) สร้างเป็นองค์ความรู้ขึ้นมาของโค้ช หรือผู้สันทัดกรณี

แต่ประเด็นมันอยู่ที่ ฟุตบอลสมัยใหม่ ณ ค.ศ.2018 มันเปลี่ยนไปมาก เปลี่ยนไปจากยุคสมัยผมเด็ก ๆ (80s) ที่เราเรียกผู้เล่นเบอร์ 10 ว่า “ในซ้าย”

หรือผู้เล่นกองหน้าคนที่ 2 ในระบบ 4-4-2 ยุคกระโน้นกว่า “หน้าต่ำ”

เมื่อวานผมเองก็ได้พูดถึงเรื่อง “Half-Space” ไป

วันนี้ก็ไม่ต่างกันกับองค์ความรู้เรื่อง “ตำแหน่ง” ตัวรุกรวมถึง “ศูนย์หน้า” เบอร์ 9 ที่บทบาทเปลี่ยนไปหมดแล้ว

โรแบร์โต้ เฟียร์มิโน่ ได้รับคำชมเชยมากกับการเล่น “False 9” ไม่ต่างกับ เมสซี่, เชส ฟาเบรกาส ก็เคยเล่นให้ทีมชาติสเปน ฯลฯ

———————————————————-
(“False 9” คือ การดร็อปตัวของกองหน้าตัวเป้าลงต่ำไปเชื่อมบอล หรือมีส่วนร่วมในการสร้างเกมกับกองกลาง ทำให้ “เพิ่ม” ผู้เล่นในแดนกลางให้มากกว่าคู่แข่งเป็น 5 หรือ 6 ตัวโดยปริยาย โดยที่เซนเตอร์ฮาล์ฟ ไม่กล้าตัดสินใจตามไปประกบ เพราะจะเป็นการออกจากตำแหน่ง หรือทำให้ “ฟันหลอ” กับคู่ขา ขณะที่การดร็อปตัวลงมา อาจมีนักเตะแนวรุกคนอื่น ๆ พุ่งไปรับบอลแทงทะลุ หรือสอดไปทำหน้าที่กองหน้าตัวเป้าแทนได้ ซึ่งสร้างความยากลำบากให้กับคู่แข่งอย่างยิ่ง)
———————————————————–

นักเตะหัวหอกคนอื่น ๆ ในยุคปัจจุบันที่ “โดดเด่น” และเอาตัวรอดได้อาจไม่ใช่ “False 9” แต่ก็ต้องผสมผสานการเล่น ความเข้าใจในเรื่อง “แท็คติก” และเทคนิค วิธี

จะมารอเข้าฮอร์สเหมือน แกรี่ ลินิเกอร์, ฟิลิปโป้ อินซากี้, เกิร์ด มุลเลอร์, เครสโป ฯลฯ ไม่ได้แล้ว

หาไม่คุณก็ต้อง “ควาย” เรียกพี่อย่าง ลูคาคู, ดร็อกบา หรือโหดแบบ คอสต้า

หรือมีความว่องไวรวดเร็ว ปานจรวด เช่น ปิแอร์ เอเมริค โอบาเมอยอง (แต่ก็ยังไม่โดนนัก)

คาริม เบนเซม่า ก็เล่นได้หลากหลายใน “หน้า 3” ของ เรอัล มาดริด

กุน อเกวโร่ ตัวเล็กนิดเดียวกับ แมนฯซิตี้ แต่ก็ชาญฉลาดในการหาพื้นที่ว่าง

ครับ นอกจากนักเตะแล้ว มันอยู่ที่ตัวกุนซือด้วย และหากเอ่ยชื่อ เป๊ป, คลอปป์, ซาร์รี คือ “ผู้นำ” จริง ๆ ในพรีเมียร์ลีกตอนนี้ และไม่ใช่แค่เรื่อง “Half-Space” หรือ “False 9” เท่านั้น

แต่มันยังมี “โททัล ฟุตบอล” (การทดแทนตำแหน่งผู้เล่นแบบอัตโนมัติ เข้าใจกันในทีม) หรือการเพรสซิ่งแบบต่าง ๆ หรือการเคาเตอร์แอคแทค หรือการเล่น Transitional Play (รับเป็นรุก, รุกเป็นรับ) อย่างมีประสิทธิภาพ

กุนซือเหล่านี้ “ก้าว” ไปอีกขั้นแล้วครับ

ทำไม ฮวน มาตา, พอล ป๊อกบา, อเล็กซิส ซานเชส, อองโตนี มักซิญัล ฯลฯ เล่นแบบที่เห็นทุกวันนี้?

ส่วนหนึ่งมาจาก โจเซ่ มูรินโญ่ ยังอยู่ในกรอบเดิมอยู่ค่อนข้างมาก เช่น กองหน้าก็ต้องแบบ No.9

มิดฟิลด์เบอร์ 6, เบอร์ 8 หรือตัวรุกเบอร์ 7 ฯลฯ ก็ต้องแบบนั้น ๆ

“น้ามู” จะไม่มีความยืดหยุ่นแบบ 3 กุนซือข้างต้น

หรืออาจจะมี แต่ผมก็ต้องขออภัยแฟน ๆ ทีมปิศาจแดงที่ผมก็มองไม่เห็นนะครับ

ดังนั้นในทางตรงข้าม ทำไม เจมส์ มิลเนอร์, จิจี้ ไวจ์นัลดุม, อเล็กซ์ ออกเลด-แชมเบอร์เลน, ซาดิโอ มาเน่, โม ซาลาห์, เฟียร์มิโน่ ฯลฯ >>> ถึงเล่นได้ดี

นักเตะซิตี้ตอนนี้ กับเชลซี ตอนนี้ก็ไม่ต่างกัน

สุดท้าย ฟุตบอลสมัยใหม่ นอกจากความยืดหยุ่นของ “กองหน้า” ตามที่พูดมาแล้วทั้งหมด

ทุกตำแหน่ง ยังยืดหยุ่น และเปลี่ยนไปมากเพื่อเป็นความ “ได้เปรียบ” ตั้งแต่ผู้รักษาประตูที่ทำหน้าที่ “เริ่มต้น” เกมรุก หรือคือ “เพลย์เมคเกอร์” คนหนึ่งในทีม เช่น เอแดร์สัน

คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ ดันสูงทะลุเส้นกลางสนามไปต่อบอล ครองบอล พักบอล ทำเกมรุก

ฟูลแบ็ก เติมเข้ากรอบเขตโทษเป็นผู้เล่นคนที่ 6, 7 หรือ 8 ในเกมรุก เช่น มาร์คอส อลองโซ่

หรือชัด ๆ แองเจโล่ กองเต้ ตอนนี้ “บทบาท” อะไร?

เอาแค่ขำ ๆ มันส์ ๆ เท่านี้ก่อนนะครับวันนี้…