คุ้มค่าคอย…ฟาบินโญ่

26 October 2018
2,263 VIEWS

ก่อนเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก กับเร้ด สตาร์ เบลเกรด หนึ่งคำถามยอดนิยมในหมู่เด็กหงส์ คือเมื่อไหร่ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะถีบฟาบินโญ่ ลงน้ำโดยไม่โยนห่วงยางตามไปด้วย

หลายคนอยากเห็นว่านักเตะรายนี้มีดีขนาดไหน ลิเวอร์พูล ถึงยอมประเคนเงินกว่า 43 ล้านปอนด์ ให้โมนาโกในช่วงซัมเมอร์

กว่าสองเดือนผ่านไป แฟนบอลได้เห็นฝีเท้าเพียงวับ ๆ แวม ๆ แม้มิดฟิลด์แซมบ้า เคยเป็นตัวจริงในคาราบาว คัพ กับเชลซี และเล่นเกือบจบเกม แต่ทีมชุดนั้่นเป็นส่วนผสมของบรรดาแข้งใหม่กับตัวสำรอง

ฟาบินโญ่ ยังไม่เคยออกสตาร์ตในทีมที่คราคร่ำไปด้วยนักเตะตัวหลัก ในแมตช์ที่จำเป็นต้องชนะ ไม่ใช่เกมลองของ แพ้ก็ได้ ชนะก็ดี อย่างถ้วยลีก คัพ

ด้วยความเคารพต่อสปอนเซอร์ที่มีคนไทยเป็นเจ้าของอย่างคาราบาว  แต่ความพ่ายแพ้ในคืนนั้น เด็กหงส์ส่วนใหญ่เป่าปากโล่งอกมากกว่าเสียใจที่เห็นทีมตกรอบ

นอกเหนือเกมนั้นแล้ว ฟาบินโญ่ มีส่วนเพียงครึ่งชั่วโมงเศษในสนามฤดูกาลนี้

นักข่าวที่แอนฟิลด์ คอยจี้ถามความคืบหน้าเสมอ คำตอบของคล็อปป์ในช่วงแรกคือนักเตะยังต้องการเวลาปรับตัว ทั้งฟุตบอลอังกฤษ ภาษา และสไตล์การเล่นของลิเวอร์พูล

นี่คือทีมที่เรียกร้องอย่างมากจากผู้เล่นในตำแหน่งเบอร์ “6” คนที่เป็นศูนย์กลางในการคุมจังหวะเกมทั้่งรุกและรับ

มันคือตำแหน่งที่ผมเคยบอกว่าลิเวอร์พูล จำเป็นต้องอัพเกรดคุณภาพให้สูงขึ้น พอ ๆ กับเซนเตอร์แบ็ก และผู้รักษาประตู

ไม่มีใครลืมว่าจอร์แดน เฮนเดอร์สัน มีความมุ่งมั่นพยายามพัฒนาตัวเองขนาดไหน เขาคือสมาชิกคนสุดท้ายจากทีมของเคนนี่ ดัลกลิช เมื่อ 7 ปีก่อน ที่เหลือรอดมาถึงปัจจุบัน

เฮนโด้ จัดเป็นแมวเก้าชีวิต เคยทำท่าจะหมดอนาคตในแอนฟิลด์ ถูกบอกให้ย้ายทีม แต่ดื้อแพ่ง ไม่ยอมไปไหน พร้อมจะต่อสู้เพื่อโอกาสในทีมหงส์

หัวจิตหัวใจ ความเป็นนักสู้ ทำให้เขาได้รับปลอกแขนกัปตันทีมในที่สุด

อย่างไรก็ตาม นั่นคือลิเวอร์พูล ในห้วงที่การคว้าแชมป์ลีก คัพ กับรองแชมป์เอฟเอ คัพ ภายใต้ดัลกลิช อาจถูกนับเป็นความสำเร็จที่สามารถฝันถึงได้

ส่วนในลีก จบเพียงอันดับ 8

เฮนโด้ อยู่ต่อในทีมของเบรนแดน ร็อดเจอร์ส ที่บุกน้ำลุยไฟจนเกือบปลดแอกได้แชมป์พรีเมียร์ ลีก สมัยแรก แต่อย่างที่ทุกคนยอมรับว่าทีมในปี 2013/14 มีช่องว่างห่างเป็นมหาสมุทรแปซิฟิกระหว่างเกมรุกกับเกมรับ

ขณะที่นักเตะหลายคนเริ่มทยอยจากทีมไปเมื่อคล็อปป์ เข้ามาเซ้งงานต่อเมื่อสามปีก่อน เฮนโด้ ยังพาตัวเองรอดมาได้ตามเคย มันไม่ใช่เพราะฟลุ๊ค หรือเป็นลูกรัก แต่เฮนโด้ ยืนหยัดอยู่รอดด้วยความสามารถ บวกกับบุคคลิก ความเป็นนักสู้ผู้นำ

ไม่น่าจะมีใครเถียงตรงนี้

ตราบเมื่อคล็อปป์ สร้างทีมมาถึงจุดหนึ่ง จุดที่เข้าชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก และมองเห็นความแตกต่างแบบกว้างใหญ่ไพศาลในแดนกลางของเรอัล มาดริด กับลิเวอร์พูล

จุดที่เป้าหมายวันนี้ ไม่ใช่ความสำเร็จในถ้วยลีก คัพ หรือการจบท็อปโฟร์เพื่อการันตีโควตายุโรป

ลิเวอร์พูล เดินทางถึงอีกเฟส ที่ต้องเน้นคุณภาพ ไม่ใช่แค่ 5-6 ตำแหน่ง แต่อาจต้องครบทั้ง 11 ตำแหน่ง

หรือลามไปถึงคุณภาพตัวสำรองข้างสนามเลยด้วยซ้ำ

นั่นคือประเด็นที่มาของการคว้าเวอร์กิล ฟาน ไดค์, อลิสซอน เบ็คเคอร์ รวมไปถึงฟาบินโญ่

 

หลังเกมถล่มเร้ด สตาร์ เบลเกรด 4-0  ความรู้สึกของเด็กหงส์คงคล้ายเพิ่งดูหนังระดับมาสเตอร์พีซสักเรื่อง อารมณ์ยังกรุ่น อิ่มเอม ประทับใจกับผลงานของนักเตะใหม่ ทั้งฟาบินโญ่ และเชอร์ดาน ชาคิรี่

การรอคอยที่คล็อปป์ พยายามบอกเด็กหงส์ให้อดทน ช่างคุ้มค่าเหมือนตอนรอคอยแอนดี้ โรเบิร์ตสัน กับอเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน ว่าเมื่อไหร่จะเปิดตัว

ผมเคยกังวลว่าในฐานะนักเตะบราซิเลียน ฟาบินโญ่ อาจมีจุดอ่อนในจังหวะแท็กเกิ้ล หรือเข้าปะทะ แต่เกมนี้ เขาโชว์ให้เห็นว่าโหดสัสรัสเซีย

และจุดที่เหนือกว่าเฮนโด้ อย่างไม่ต้องเทียบ คือการออกบอล ฟาบินโญ่ กล้ากว่า นิ่งกว่า และหลากหลายกว่าในการผ่านบอล

ทั้งแปด้วยข้างเท้าด้านใน ปั่นไซด์ก้อยเปิด ลูกหยอด คล้องหนีคู่แข่งแล้วเลือกช็อตที่ดีที่สุด มาครบจัดเต็ม

ไม่ใช่หันทางไหน แปะทางนั้น บอลไม่คืบหน้า ไม่กดดัน

หลักฐานยืนยันว่าไม่ได้รับจ้างมาอวย คือสถิติผ่านบอลของฟาบินโญ่ ในซีซั่นนี้  เป็นการเปิดให้แนวรุกหรือกองหน้า คิดเป็นสัดส่วนถึง 31 เปอร์เซนต์

ขณะที่ไวนัลดุม แค่ 13 เปอร์เซนต์

และเฮนโด้ น้อยสุด 12.6 เปอร์เซนต์ที่ผ่านบอลให้แนวรุก

ยังไม่นับตัวเลขใน 90 นาทีกับเร้ด สตาร์ ที่ฟาบินโญ่ แท็คเกิ้ลแย่งบอลได้ 9 จาก 12 ครั้่ง ดวลโหม่ง 6 ครั้งชนะรวด

ผ่านบอล 80 ครั้ง บนความแม่นยำ 90 เปอร์เซนต์ สูงสุดในทีม

เปิดบอลสร้างโอกาสทำประตูได้ 2 หน และผ่านในพื้นที่สุดท้ายของคู่แข่ง 20 ครั้ง มากที่สุดเช่นกัน

ผลงานคุ้มค่ากับการรอคอย….