อธิบายความ “ฟีฟ่า” กับการให้ใช้สามัญสำนึก

3 June 2020
144 VIEWS

ผมชอบคำ ๆ นี้ และไม่ได้ยินมานานแล้วโดยเฉพาะในบริบทของ “ฟุตบอล” ล่าสุดก็ประมาณยุคต้น ๆ ปี 2000 แถว ๆ ฟุตบอลโลก 2002 ที่มีการพูดถึงผู้ตัดสิน ปิแอร์ลุยจิ คอลลิน่า ว่าใช้ “Common sense” ในการตัดสินได้ดีเยี่ยม

ประเด็นคือ คอลลิน่า ผู้ตัดสินชาวอิตาเลียน ไม่ได้ตีความกฎตรงตามตัวอักษร แต่ใช้ “Common sense” ส่วนตัวเข้ามาตัดสินควบคู่กับกฎฟุตบอลโดยมีพื้นฐานความเข้าใจฟุตบอลอย่างลึกซึ้งเข้ามาประกอบด้วย

ผลก็คือ นี่คือผู้ตัดสินที่ “ทันเกม” เป่าสนุก เข้าใจเกม และทำให้ฟุตบอลเป็นเกมที่ลื่นไหลที่สุดโดยผู้เล่นก็เคารพ และเข้าใจ

ล่าสุด คล้าย ๆ กันกับการที่ “ฟีฟ่า” สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติได้มีแถลงการณ์ถึงฟุตบอลลีกประเทศต่าง ๆ ให้รับมือกับเหตุการณ์ Justice for George Floyd คือ อีกครั้งที่คำว่า “Common sense” ถูกพูดให้ได้ยิน

“(ฟีฟ่า) เข้าใจอย่างที่สุดถึงการแสดงออกซึ่งความรู้สึก และกังวลอย่างยิ่งของนักฟุตบอลจำนวนมากต่อเหตุการณ์โศกนาฎกรรมกรณีเกี่ยวกับ จอร์จ ฟลอยด์”

“(ฟีฟ่า) ขอให้ใช้สามัญสำนึก (common sense) มาจัดการ และให้พิจารณาบริบทโดยรอบของเหตุการณ์ประกอบกัน”

“ฟีฟ่า ได้แสดงจุดยืนมาตลอดในการต่อต้านการเหยียดผิว และการแบ่งแยก (ชนชั้น และทุกชนิด) ฟีฟ่า เองก็ได้โปรโมตแคมเปญต่อต้านการเหยียดสีผิวมากมาย และก็บ่อยครั้งที่ได้เผยแพร่ข้อความต่อต้านดังก่าวในแมตช์แข่งขันที่จัดขึ้นภายใต้การรับรองของตนเอง”

ครับ การเคลื่อนไหวออกมามีประกาศแบบนี้ ไม่ได้หมายความว่า “ฟีฟ่า” จะเขียนด้วยมือ และลบด้วยเท้ากับจุดยืนเรื่องไม่ให้ฟุตบอลเข้าไปเกี่ยวข้องกับ การเมือง, ศาสนา หรือสโลแกน,ข้อความ และภาพลักษณ์ส่วนตัว โดยเฉพาะหากข้อความ สัญลักษณ์ หรือสิ่งเหล่านั้นไปปรากฎอยู่บนชุดแข่งขัน

เฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมาที่การ “ห้าม” ครอบคลุมไปถึงเสื้อตัวในเพื่อกันไม่ให้นักเตะถอดเสื้อแข่งเพื่อเปิดเผยข้อความผ่านเสื้อตัวในหลังทำประตูได้”

ล่าสุดกับบุนเดสลีกา ลีกใหญ่ลีกเดียวที่กำลังทำการแข่งขันก็มีรายงานแจ้งมาแล้วว่า ทางสมาคมฟุตบอลเยอรมัน (DFB) กำลังรีวิวเหตุการณ์อยู่ เฉพาะอย่างยิ่งที่ เจดอน ซานโช และอาคราฟ ฮาคิมี่ ถอดเสื้อเพื่อโชว์ข้อความ “Justice for George Floyd”

แม้ซานโช่จะโดนใบเหลือง แต่เบื้องต้นก็โดนลงโทษเพราะดีใจแล้วถอดเสื้อซึ่งผิดกฎ หาใช่เพราะข้อความบนเสื้อตัวใน

แน่นอนครับ เมื่อองค์กรสูงสุด “ฟีฟ่า” ออกโรงมาแบบนี้ ทางเดเอฟเบ และบุนเดสลีกา ก็คงทำอะไรไม่ได้

เพราะ “ฟีฟ่า” ไม่ได้ห้าม ไม่ได้บอกว่าผิด แต่ให้ใช้ “common sense”

ซึ่งกรณีนี้แน่นอนครับว่า สุดท้ายแล้ว Common sense prevails ครับ