การย้ายทีมครั้งที่ 14 ของเอโต้

15 August 2018
129 VIEWS

ซามูเอล เอโต้ ยังไม่ได้เลิกเล่นฟุตบอลไปไหน แม้ปัจจุบันชีวิตของเขาจะแห้งเหี่ยวโรยรา เมื่อเลขอายุมันเดินทางมาถึงหลักไมล์ 37 ปี และห่างหายจากระแสป๊อบปูล่าร์ฟุตบอลไปนานแล้วก็ตาม เพราะล่าสุดมีการเปิดเผยจากสื่อกีฬาจากทั่วทุกมุมโลก ระบุว่า อดีตกองหน้าแคเมอรูนกำลังจะย้ายทีมไปอยู่กับสโมสร ลำดับที่ 14 ในชีวิตกับสโมสร กาตาร์ สปอร์ต คลับ (หรือกาตาร์ เอสซี)

การย้ายทีมลำดับที่ 14 ของซามูเอล เอโต้ ในครั้งนี้ ถูกประกาศออกมาจากทางต้นสังกัดใหม่ในลีกกาตาร์ หลังจากเอโต้เองเพิ่งแยกทางกับคอนยาสปอร์ สโมสรในกลุ่มโซนหนีตกชั้นฤดูกาลที่แล้วในลีกตุรกีเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งก่อนที่เอโต้จะมาตกร่องปล่องชิ้นกับทีมในกาตาร์อย่างที่เป็นข่าว เขาเองเป็นคนเปิดเผยว่าแอบไปเจรจากับสโมสรในลีกเอิงฝรั่งเศสแต่สุดท้ายก็ดีลกันไม่ลงตัว

ไม่มีใครกล้าปฏิเสธความสามารถในการรับสวมวิญญาณเพฌฆาตจบสกอร์ หากย้อนเวลาไปสักราว 14-15 ปีก่อน เอโต้คือฝันร้ายสำหรับผู้รักษาประตูฝ่ายตรงข้าม นั่นคือความจริงแต่หนหลัง

แต่ ณ กาลปัจจุบันเขี้ยวเล็บต่าง ๆ ที่เคยมีอยู่ ตอนนี้อาจจะเสื่อมมนต์ลงไปและไม่เฉียบคมเหมือนเดิมอีกแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ยังการันตีได้ นั่นคือไฟของชายจากแคเมอรูนคนนี้ยังมีอยู่ เพราะไม่อย่างนั้นเขาคงน่าจะเลือกแขวนรองเท้าไปแล้ว

สำหรับ เอโต้ เริ่มมีความทรงจำอันหอมหวานเย้ายวน ตั้งแต่สมัยเขาค้าแข้งให้กับชาวเกาะ-มายอร์ก้า สโมสรที่เปิดโอกาสให้เขาล่าตาข่ายในฐานะตัวความหวังอย่างเต็มตัว จนกระทั่งคว้าแชมป์โกปา เดล เรย์ กับชาวเกาะได้ในฤดูกาล 2002-03 ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเขาคือนักเตะจากทีมเยาวชนของเรอัล มาดริด แต่ราชันชุดขาวเองก็ไม่เปิดโอกาสให้เอโต้แจ้งเกิดได้เลย มีทั้งปล่อยให้ทีมอื่น ๆ ยืม อาทิ เลกาเนส, เอสปันญ่อล และ มายอร์ก้า ซึ่งมายอร์ก้าติดอกติดใจจึงขอซื้อไปร่วมทีม ไปปั้นจากดินให้กลายเป็นดาว

พอฤดูกาล 2004-05 กราฟชีวิตของเอโต้ก็พุ่งเป็นกราฟหุ้นระดับ All Time High เมื่อเขามาอยู่กับบาร์เซโลน่า 5 ฤดูกาลในรังคัมป์ นู เขาได้แชมป์ทั้งยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัย และ ลาลีกา 3 สมัย ในฐานะตัวหลักทุก ๆ ปี

จากนั้น ย้ายไปอินเตอร์ มิลานในอิตาลี ชีวิตก็ยังเข้าขั้นดูดีมีทรง เมื่อสามารถพางูใหญ่ได้แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2009–10 และปีนั่นก็ควบแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา ด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่ออายุเข้าเลข 3 นำหน้า ชีวิตของเอโต้ ก็เริ่มฟอร์มตัวเป็นกราฟขาลงแบบช้า ๆ ซึ่งมันเป็นสัจธรรมของโลกที่ไม่มีใครอาจซ่อนเร้นหรือหลีกหนีได้ เริ่มตั้งแต่ย้ายไปอันจิ มาคัชคาล่าในรัสเซีย,โยกมาเชลซี, หนีไปเอฟเวอร์ตัน และ ซบนาโปลี

จากนั้น ชีวิตของซามูเอล เอโต้ ยังชีพจรลงเท้าไม่หยุดหย่อน โดยเขาเลือกไปหากินที่ประเทศตุรกี ดินแดนซึ่งความคลั่งไคล้ฟุตบอลอยู่ในสายเลือดแบบเข้มข้น โดยเขาอยู่กับ อันตัลยาสปอร์ เป็นเวลา 3 ฤดูกาล ซึ่งในช่วงแรกที่เขาอยู่กับทีมในฤดูกาล 2015 ยังรับงานเป็นนักเตะ-ผู้จัดการทีมไปในคราวเดียวกันด้วย และต่อมา เขาไปอยู่กับทีมลุ้นหนีตกชั้นคอนยาสปอร์ เป็นทีมลำดับที่ 13 ในชีวิต และเพิ่งก็แยกย้ายกันมาหมาด ๆ นั่นเอง

สำหรับการย้ายทีมลำดับที่ 14 ของเอโต้ บนวัย 37 ปี ด้วยการเลือกมายังลีกกาตาร์ครั้งนี้ อาจจะทำให้เขาได้เผชิญหน้ากับ ชาบี้ อดีตเพื่อนร่วมทีมบาร์ซ่าซึ่งปัจจุบันอยู่กับอัล ซาด และเวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์อดีตเพื่อนร่วมทีมในแคมป์งูใหญ่ซึ่งอยู่กับอัล การาฟ่า ในสมรภูมิแข้ง ณ ตะวันออกกลาง ในอนาคตอันใกล้นี้…

ส่วนเกียรติยศในการรับใช้ชาติ ซามูเอล เอโต้นับได้ว่าเป็นเพชรเม็ดงามของวงการฟุตบอลแคเมอรูนและคือสุดยอดนักฟุตบอลจากทวีปแอฟริกา จากการจูงมือเพื่อนร่วมทีมแคเมอรูนเป็นแชมป์ทวีป 2 สมัย ในปี 2000, 2002 เป็นดาวยิงสูงสุดของทีมชาติแคเมอรูน ด้วยจำนวน 56 ประตู จาก 118 นัด สถิติเหนือชั้นกว่าดาวยิงรุ่นพี่อย่างโรเจอร์ มิลล่าและแพทริก เอ็มโบม่า แบบไม่เห็นฝุ่น

นอกจากนี้ เอโต้ ยังเป็นนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของทวีปแอฟริกา 4 สมัย ในปี 2004-2006 และ 2010 เทียบเท่ากับ ยาย่า ตูเร่ ของไอวอรี่โคสต์ ซึ่งได้ 4 สมัยเท่ากัน

นับว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่นักเตะขิงแก่ วัย 37 ปี ยังสามารถหาต้นสังกัดใหม่ได้ แม้จะเป็นลีกเล็กๆของโลกก็ตาม เพราะการได้ใช้ชีวิตเป็นนักฟุตบอลอาชีพอยู่ น่าจะเป็นเรื่องที่ “มีความหมาย” กับชีวิตของชายที่ชื่อเอโต้เหมือนเดิม.