การตัดสินใจ “โมฆะ” ของลีกดัตช์ กับความเจ็บปวดของ อาแซด อัลมาร์

25 April 2020
69 VIEWS

เหมือนที่หลายคนรู้ข่าวในช่วงเช้าที่ผ่านมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า เอเรดิวิซี ลีก ของ เนเธอร์แลนด์ส ตัดสินใจยกเลิกฤดูกาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หรืออาจจะพูดสั้น ๆ ง่าย ๆ ได้ว่าพวกเขาตัดสินใจให้ฤดูกาลนี้ “เป็นโมฆะ” หลังจากที่รัฐบาลของพวกเขาประกาศว่า จะไม่มีการจัดแข่งขัน หรือ จัดกิจกรรมต่าง ๆ จนกระทั้งเดือนกันยายน เนื่องจากยอดผู้ป่วยจากโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนยากแก่การควบคุมในระยะหลัง

การตัดสินใจดังกล่าว ส่งผลถึงการแข่งขันกีฬาทุกประเภทที่จะต้องมีขึ้นก่อนเดือนกันยายน นั่นรวมถึงฟุตบอล เอเรดิวิซี และ ลีกรอง ๆ ลงไป ที่ สมาคมฟุตบอลลีกดัตช์ หรือ เคเอ็นเวเบ พยายามยื้อและไม่ยอมใช้วิธีตัดจบเหมือนลีกเพื่อนบ้านอย่าง เบลเยียม จูปิแลร์ ลีก ที่ตัดจบไปก่อนหน้านี้ แต่สุดท้ายแล้วทางเลือกดังกล่าวก็ต้องสิ้นสุดลงเนื่องจากคำสั่งล่าสุดที่มาจากรัฐบาลของพวกเขานั่นเอง โดยการตัดจบในครั้งนี้ จะมีผลบังคับใช้ “ทันที” หลังจากการประกาศเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมาด้วย

การตัดสินใจครั้งนี้มาจากความเห็นชอบร่วมกันของทั้ง เอเรดิวิซี ลีก, เคเอ็นเวเบ และ สโมสรร่วมลีกที่เข้าประชุมกันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยพวกเขายังได้กำหนดรายละเอียดอื่น ๆ อย่างชัดเจนทั้งการกำหนดให้ไม่มีแชมป์ในฤดูกาลนี้ นอกจากนี้ยังไม่มีการ “เลื่อนชั้น และ ตกชั้น” รวมไปถึงยังกำหนดสโมสรที่จะได้ไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ซึ่งคือ อาแย็กซ์ อัมสเตอร์ดัม และ อาแซด อัลมาร์ และสโมสรที่จะได้ไป ยูโรปา ลีก อย่าง เฟเยนูร์ด ร็อตเทอร์ดัม, พีเอสวี ไอด์โฮเฟน และ วิลเลม ทเว ด้วย

อาแย็กซ์ ดูเหมือนทีมที่น่าจะเสียประโยชน์ที่สุด เพราะถ้าใช้กฎการตัดจบตามคำแนะนำของ ยูฟ่า ที่ออกมาเมื่อวันพฤหัสบดี ก็มีโอกาสสูงที่พวกเขาจะได้แชมป์ เพราะค่าเฉลี่ยคะแนนต่อเกมของพวกเขาจะอยู่ที่ 2.24 เท่ากับ อาแซด แต่พวกเขาจะคว้าแชมป์ได้ด้วยผลต่างประตูได้เสีย หรือถ้าแข่งขันต่อในโปรแกรมที่เหลือ พวกเขาก็มีโอกาสคว้าแชมป์มากกว่าเล็กน้อยอยู่ดี เพราะพวกเขาเหลือโปรแกรมหนักแค่การไปเยือน เดอ คุป ของ เฟเยนูร์ด นัดเดียวเท่านั้น ขณะที่คู่แข่งของเขาจากร็อตเทอร์ดัม ยังต้องทีมใหญ่เจอทั้ง เฟเยนูร์ด และ พีเอสวี ถึง 2 นัด

แต่ถึงอย่างนั้น ฝั่งอาแย็กซ์ กลับเป็นฝ่ายยอมรับสภาพ และ ยืนยันว่าความปลอดภัยต้องมาก่อนการแข่งขันเสียอย่างนั้น

“ในฐานะผู้เล่น และในฐานะสโมสร โดยธรรมชาติแล้ว คุณย่อมต้องการจะเป็นแชมป์” เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ซีอีโอของอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม กล่าว

“แต่คุณต้องการที่จะแสดงมันออกมาบนสนาม และเราเองก็เป็นทีมที่รั้งจ่าฝูงมาเกือบตลอดทั้งปีด้วยแต่หลังจากนั้นมันก็น่าเสียดายที่คุณไม่ได้ถูกประกาศรับรองให้เป็นแชมป์ แต่ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ มันย่อมเข้าใจได้ว่า มันมีสิ่งที่สำคัญกว่าการมาตัดสินปัญหาเกี่ยวกับฟุตบอลให้จัดการกัน”

ทว่าในทางตรงกันข้าม อาแซด อัลมาร์ ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่าพวกเขากำลังพิจารณาทางเลือกของทีมหลังจากนี้ เนื่องจากไม่พอใจกับการตัดสินให้ลีกเป็นโมฆะแบบที่ได้เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของการตัดสินของทางเอเรดิวิซี ลีก ที่เลือกให้พวกเขาได้ไป ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ในฐานะทีมรองจาก อาแย็กซ์เท่านั้น

โดยคำสั่งของ เคเอ็นเวเบ และ เอเรดิวิซี ลีก ระบุให้ อาแย็กซ์ จะได้ไปเล่นแชมป์เปียนส์ลีก ในรอบเพลย์ออฟ ซึ่งถ้าพวกเขาชนะได้ในเกมนั้นพวกเขาจะเข้ารอบแบ่งกลุ่มทันที โดยปกติแล้วพื้นที่ตรงนี้จะเป็นโควตาของแชมป์ ส่วน อาแซด จะได้ไปเล่นในรอบคัดเลือกรอบที่ 2 ซึ่งต้องผ่านอีก 3 รอบ หรือการเล่นเหย้า-เยือน รวม 6 นัดถึงจะได้ไปเล่นในรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งเป็นสิ่งที่แตกต่างกันอย่างมากทีเดียวในแง่การเตรียมทีมในฤดูกาลต่อไป

นอกจากนี้ อาแซด ยังต้องชวดโอกาสในการคว้าแชมป์ เอเรดิวิซี ลีกครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2008/09 หรือกว่า 10 ปี เนื่องจากการตัดจบฤดูกาลในครั้งนี้ด้วย แน่นอนถึงแม้ว่าโปรแกรมที่เหลือจะยากกว่าเล็กน้อย แต่ถ้าได้แข่งขันต่อไปพวกเขาก็ยังมีโอกาสที่จะคว้าแชมป์อยู่ แต่กระนั้น พวกเขาก็เข้าใจความจำเป็นที่เกิดขึ้น แต่ไม่พอใจมากกว่าที่โควตา แชมเปียนส์ลีกของแชมป์ถูกโยนไปให้ อาแย็กซ์ อย่างง่ายดายเพียงแค่ประตูได้เสียของพวกเขาเป็นรองเท่านั้น และถามในฤดูกาลปกติในปีนี้ พวกเขาสามารถเอาชนะ อาแย็กซ์ ได้ไป-กลับ ด้วย

อย่างไรก็ตาม เอเรดิวิซี ยังเป็นลีกที่ตัดสินแชมป์กันด้วยประตูได้เสียเป็นหลังถ้าคะแนนเท่ากัน นั้นทำให้ อาแซด คงทำอะไรไปไม่ได้มากกว่าแค่แสดงความ “ไม่พอใจ” ผ่านแถลงการณ์เท่านั้น

“เราได้พยายามเป็นเวลาหลายสัปดาห์ในการอธิบายถึงความซับซ้อนของเบื้องหลังของสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อป้องกันสถานการณ์ที่เราต้องเผชิญในตอนนี้” แถลงการณ์ของ อาแซด ระบุ

“อาแซด ได้ส่งคำถามถึงสถานการณ์ต่าง ๆ ไปในช่วงบ่ายวันศุกร์ โดยคำถามดังกล่าวครอบคลุมถึงการเลื่อนชั้น/ตกชั้น เพื่อตรวจสอบว่าเราควรสนับสนุนการโหวตครั้งนี้หรือไม่ แต่ เคเอ็นเวเบ ก็ปฏิเสธที่จะตอบเราในทันที

“เคเอ็นเวเบ ยังถามกับเราถึงการให้การสนับสนุนมติในช่วงบ่ายวันศุกร์ เมื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับการเลื่อนชั้น/ตกชั้น รวมถึงโควตาต่าง ๆ ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเราก็กำลังพิจารณาในการจัดการกับสถานการณ์นี้อยู่”

แน่นอนว่าดูเผิน ๆ เราอาจจะรู้สึกว่า การตัดสินใจครั้งนี้ของ เคเอ็นเวเบ และ เอเรดิวิซี ลีก อาจจะดูไม่แฟร์สักเท่าไหร่นัก แต่อย่าลืมว่า มติในครั้งนี้ สโมสรต่าง ๆ ในลีกก็เป็นผู้ร่วมกันโหวตขึ้นมาเพื่อจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น และแน่นอนมันอาจจะไม่ได้ถูกใจกับทุกฝ่าย และอาจจะมีผู้ที่เสียประโยชน์ แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นจบลงได้ เหมือนที่ ฟาน เดอร์ ซาร์ เพิ่มเติมในตอนท้ายของการให้สัมภาษณ์ของเขาดังนี้

“ในฐานะสโมสรที่ใหญ่ที่สุดในเนเธอร์แลนด์ส เราคิดว่ามันสมเหตุสมผลที่เราจะให้ความช่วยเหลือในอุตสาหกรรมนี้ฟุตบอลของเราตอนนี้” อดีตนายทวาร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าว

“ผมคิดว่าสิ่งนี้ควรได้รับจัดการอย่างถูกต้องเหมาะสม เรางดออกเสียงในการประชุมเพราะสโมสรของเราอาจจะได้เปรียบจากการลงคะแนนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ดังนั้นเราเชื่อว่าสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจควรจะอยู่ที่ เคเอ็นเวเบ จะเหมาะสมที่สุดแล้ว”