พรีเมียร์ ลีก ยึดรัสเซีย

9 July 2018
134 VIEWS

ถ้าใครบอกก่อนทัวร์นาเมนท์ว่ารอบตัดเชือกฟุตบอลโลก 2018 จะไม่มีแชมป์เก่า เยอรมัน ไม่มีเต็ง 1 บราซิล ไม่มีสเปน ไม่มีลิโอเนล เมสซี่, โรนัลโด้ รวมถึง เนย์มาร์

หลายคนคงรู้สึกในตอนนั้นว่างานน่าจะกร่อยพิลึก

แต่เอาเข้าจริง มันก็ไม่ได้กร่อยหรือขาดสีสันอะไรอย่างว่า ทุกคนยอมรับว่าเยอรมัน, อาร์เจนตินา, สเปน หรือแม้แต่บราซิล เอง ไม่ดีพอจะฝ่าดงลวดหนามเล็ดรอดเข้ามาถึงสัปดาห์สุดท้าย

ทุกทีมข้างต้น ส่อปัญหามาตั้งแต่แรก บอลโลกเป็นอีเวนท์ระยะสั้น ตัดสินแชมป์ภายในเดือนเดียว ไม่ได้ยืดยาวเป็น 8-9 เดือนเหมือนบอลลีกสโมสร ฉะนั้น การเตรียมตัวให้พร้อมสมบูรณ์สุดเท่าที่จะทำได้ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

เปรียบเทียบกับสี่ทีมเดนตายที่เหลืออยู่เวลานี้ ทั้งฝรั่งเศส เบลเยี่ยม, อังกฤษ และโครเอเชีย พวกนี้ดีมาแต่ต้น อาจยังไม่เพอร์เฟ็กต์ แต่เพียงปรับนู่นจูนนี่ ทุกอย่างก็เข้าที่เข้าทาง

ในบรรดาสี่ทีมสุดท้ายกับ 92 นักเตะที่ยังปักหลักในรัสเซีย เกือบครึ่งทีเดียวถูกอิมพอร์ตมาจากพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ

นับไปนับมามีมากถึง 40 คน จำแนกคือทั้งทีม 23 คนของอังกฤษเล่นอยู่ในพรีเมียร์ ลีก

อีก 11 คนในทีมเบลเยี่ยม, 5 คนของฝรั่งเศส และหนึ่งเดียวจากโครอเชีย คือเดยัน ลอฟเรน กองหลังสังกัดทีมลิเวอร์พูล

สัดส่วนของนักเตะพรีเมียร์ ลีก ในรอบรองฯ ฟุตบอลโลก ถือว่าสูงขนาดไหน ให้เทียบว่าพวกที่เล่นในลา ลีกา สเปน, กัลโช่ เซเรีย อา, บุนเดสลีกา และลีก เอิง ฝรั่งเศส รวมกันสี่ลีกใหญ่ มีทั้งหมด 41 คน

จำนวนมากกว่าลีกอังกฤษ แค่คนเดียว

ถามว่าสำคัญอย่างไร สะท้อนอะไรบ้าง สมมุติถ้าอังกฤษ ไม่หลุดมาถึงรอบนี้ และกลายเป็นสวีเดน เข้าแทน โควตาแข้งจากพรีเมียร์ ลีก จะลดฮวบจาก 40 ลงมาเหลือแค่ 22 คน (สวีเดน มี 5 คนเล่นในลีกอังกฤษ)

แต่ถึงอย่างนั้น มันก็มากกว่าอย่างชัดเจนอยู่ดี เมื่อลีก เอิง จะมีแค่ 15 คน, ลา ลีกา 13 ส่วนบุนเดสลีกา 12 คน เท่ากับเซเรีย อา อิตาลี ต่อให้เปลี่ยนตัวจากอังกฤษ เป็นสวีเดน ในรอบสี่ทีมสุดท้าย

และเพราะอิทธิพลของพรีเมียร์ ลีก ไม่ใช่หรือที่นำพาเบลเยี่ยม มาถึงจุดนี้ เช่นเดียวกับความสามารถที่เก่งขึ้น แกร่งขึ้นของนักบอลอังกฤษ หลังจากสู้รบปรบมือกับบรรดาหัวกะทิตลอดสัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่า

บางที มันถึงจุดสุกคาต้นให้เก็บเกี่ยวผลผลิตสำหรับทีมชาติอังกฤษ หลังจากหลายปีที่ผ่านมา ความบูมของพรีเมียร์ ลีกถูกตั้งคำถามว่านักเตะอิงลิชแท้ๆ โดนคนต่างชาติเข้ามาแย่งงานจนแทบไม่เหลือที่ยืนในสังคมหรือไม่

พรีเมียร์ ลีก และเอฟเอ พยายามร่วมกันหาทางออก ทั้งปรับแก้กฏโควตาผู้เล่นท้องถิ่น ไปจนรื้อโครงสร้างการแข่งขันของลีกสำรองออกมาเป็นรุ่นเยาวชนตามอายุ

นักเตะอังกฤษ ชุดนี้ จึงเห็นว่ายังสด หนุ่มแน่น แต่ความสามารถหรือประสบการณ์ดูเกินตัว

ผิดกับยุคก่อนหน้า ถูกเรียกมาติดทีมชาติแต่เป็นตัวหลักในสโมสรก็หาไม่ เคยเล่นเวทีใหญ่อย่างแชมเปี้ยนส์ ลีก หรือก็เปล่า พอมาเจอของจริง  มีแต่พวกเสือสิงห์กระทิงแรด  ถึงจอดไม่แจว เล่นไม่ได้ ไปไม่เป็น

ครั้งหนึ่งเคยมีอาถรรพ์ว่านับตั้งแต่ทีมสิงโตคำรามได้แชมป์โลกบนแผ่นดินตัวเองในปี 1966 ก็ไม่ปรากฏแชมป์ฟุตบอลโลกชาติไหนอีกเลยที่มีนักเตะค้าแข้งในลีกอังกฤษ เป็นเวลากว่าสามทศวรรษ

จนกระทั่งฝรั่งเศส มาทำลายอาถรรพ์นี้ลงหลังชนะบราซิล คว้าแชมป์ฟร้องซ์ 98

เดลี่ มิร์เรอร์ ถึงกับพาดหัว “อาร์เซน่อล ได้แชมป์โลก” ทั้งที่มีเพียงเอ็มมานูเอล เปอตีต์ ออกสตาร์ตตัวจริง ส่วนปาทริซ วิเอร่า ลงมาสำรองตอนท้าย

แต่เที่ยวนี้ ไม่ว่าแชมป์โลกมาจากชาติไหนในสี่ทีมที่เหลือ พรีเมียร์ ลีก ขอขึ้นเวทีแจกทองในฐานะผู้สนับสนุน…