อังกฤษแพ้เชคไม่ใช่ถึงกับวัน “สิ้นโลก” แต่เล่นแบบนี้คือ “สิ้นใจ”

ทีมชาติอังกฤษ

ทีมชาติสิงโตคำราม อังกฤษ ประสบความพ่ายแพ้เกมแรกในรอบ 10 ปีนับรวม 44 เกมฟุตบอลคัดเลือกรายการเมเจอร์ ให้กับสาธารณรัฐเชค 1-2 พร้อมเครื่องหมายคำถามแรง ๆ ถึง “ศักยภาพ” ทัพนักเตะชุดนี้ของแกเร็ธ เซาธ์เกต และลูกทีมทั้งที่ประเด็นนี้ควรจะถูกมองข้ามไปแล้ว ดังนั้นผลงานสะดุดเพียงนัดเดียว ควรจะถูกประเมินอย่างไรกันแน่!

ภาพรวม:

เกมนี้ ในแมตช์บุกเยือนกรุงปราก นครหลวงแห่งเชค รีพับบลิก ขุนพลสิงโตคำราม และเซาธ์เกต สามารถถูกประเมินได้ว่า กำลังคึกคะนองด้วยมั่นใจ และมีความกระหายจะกระซวกกินเลือดกินเนื้อข้าศึก

ภาพรวมผลงานอันดับ 4 จาก “บอลโลก 2018” และอันดับ 3 จากศึก “ยูฟ่า เนชั่นส์ คัพ” เมื่อต้นปีตามหลังเพียง โปรตุเกส และเนเธอร์แลนด์ แสดงให้เห็นถึงการเติบโตแบบเป็นรูปธรรมของทีม

ขณะที่แคมเปญคัดเลือก “ยูโร 2020” ที่เกมเมื่อคืนวันศุกร์คือนัดที่ 5 อังกฤษก็ทำได้ดีระดับชนะ 4 นัดรวม และยิงกระจายทุกนัดรวมถึงเคยถล่มเชคมาแล้ว 5-0 ในบ้านตนเอง

2 นัดล่าสุดเดือนที่ผ่านมาก็อัดบัลแกเรีย 4-0 ตามด้วยปราบ โคโซโว ดาวรุ่งประจำกลุ่มที่ ณ เดือนก่อน ทีมคู่แข่งหัวตารางกลุ่ม A ด้วยกัน 5-3 พร้อมส่งดาวรุ่งทั้ง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เจดอน ซานโช และเดแคลน ไรซ์ ลงสนามได้แบบไม่เคอะเขิน

กล่าวคือ ประเมินตามหน้ากระดาษ อังกฤษไม่ควรมีปัญหาใด ๆ ในการปะทะกับเชคซึ่งก็แพ้โคโซโวมาด้วยก่อนหน้านี้ โดยมี “ตั๋ว” การันตีการเข้ารอบสุดท้าย “ยูโร 2020” เป็นใบเดิมพัน

หากชนะก็จะเข้ารอบทันที!

ภาพจริง:

เซาธ์เกต ใช้ระบบ 4-2-3-1 แตกต่างจาก 4-3-3 เหมือนแมตช์ที่ยิงได้มากมาย และก็เสียเยอะเหนือโคโซโว 5-3

ใจความสำคัญอยู่ที่การใช้ มิดฟิลด์ ตรง “2” ไรซ์ + เฮนเดอร์สัน ที่มีความคล้ายมากเกินไป และสื่ออังกฤษหลายเจ้าใช้คำเดียวกันกับลักษณะการเล่นของทั้งคู่ว่า “pedestrian” หรือเล่นแบบเดินเล่น (บนฟุตบาธ)

เซาธ์เกตนั้นมีเหตุผล เพราะนัดนี้กุนซืออังกฤษต้องการโปรโมต เมสัน เมาต์ ที่ได้ประเดิมทีมชาติในเสื้อหมายเลข 11 ในตำแหน่งตรงกลางของ “3” เพื่อสนับสนุนหน้าเป้า “1” แฮร์รี เคน โดยมี ราฮีม สเตอร์ลิง และซานโช อยู่ซ้าย และขวาของ “3” ในระบบ 4-2-3-1 ตามลำดับ

เซาธ์เกตต้องการจำลองภาพคร่าว ๆ ของระบบการเล่นเชลซี ที่เมาท์ทำได้ดี แต่อาจลืมไปว่า ไรซ์ และเฮนโด้ ไม่ใช่ หรือเทียบไม่ได้กับ จอร์จินโญ่ + กองเต้/โควาซิช

ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่า ลูกทีมของยาโรสลาฟ ซิลฮาวี เตรียมตัวมาดีทั้งการเพรสซิ่ง การเคลื่อนที่ทั้งตอนมี/ไม่มีบอล และความคล่องตัวของนักเตะกับการทำงานหนักตลอด 90 นาทีแบบน่าชื่นชม

ขณะที่ “4” แนวรับ ทริปเปียร์-ไมเคิล คีน-แม็คไกว์ร-แดนนี่ โรสส์ เห็นแค่ชื่อก็ทราบแล้วว่า ไม่ใช่ “แบ็คโฟร์” ที่น่าไว้ใจเช่นเดียวกับนายทวาร จอร์แดน พิคฟอร์ด

ผลลัพธ์การเสียประตูแรกจากคอร์เนอร์ และประตูที่ 2 จากการ play out from the back พลาดในช่วง 10 นาทีแรก และ 10 นาทีสุดท้ายบ่งบอกประสิทธิภาพในเกมรับทีมชุดนี้ได้เป็นอย่างดี

ภาพปัญหา:

ทริปเปียร์ แม้จะทำได้ดีกว่า โรสส์ แต่ชั่วโมงนี้ก็ไม่ดีเหมือนเดิม และเกมรับยังคงมีปัญหา ขณะที่ คีน และพิคฟอร์ด คือ 2 นักเตะจากเอฟเวอร์ตันซึ่งเสียประตูมากที่สุดจากลูกตั้งเตะในพรีเมียร์ลีก และไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด

จะว่าไปแล้ว แฮร์รี แม็คไกว์ร ก็ไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดี และสภาพความมั่นใจสูงกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และป้ายราคาค่าตัว 70 ล้านปอนด์มากนัก

โรสส์ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงกับสเปอร์สที่แพ้มากกว่าชนะ และผมเคยเขียนถึงไปแล้วว่า ดาวเตะรายนี้เล่นประคอง เคลื่อนที่น้อย ไม่เติม ไม่อ้อมหลัง ไม่ซัพพอร์ต อะไรใด ๆ

เมื่อมาประสานรวมตัวกัน มันจึงเป็นระเบิดเวลาดี ๆ นี่เอง

แดนกลางในครึ่งหลังดีขึ้นหลังเซาธ์เกตปรับระบบกลับมาเป็น 4-3-3 โดยให้ ไรซ์ ยืนต่ำ และเฮนโด้ ยืนขวาเหมือนที่เล่นกับลิเวอร์พูล ส่วนเมาท์ไปยืนฝั่งซ้าย เกมจึงมีบาลานซ์ที่ดีขึ้น และอาจตอบคำถามว่า จริง ๆ แล้ว ไรซ์ กับเฮนโด้ ก็อาจอยู่ในทีมเดียวกันได้ หากระบบโอเคร

อันเป็นคำถามเหมือนยุคก่อนระหว่าง เอริค ดายเออร์ กับเฮนเดอร์สัน ที่บอกว่า เล่นด้วยกันไม่ได้!

รวมถึงพิสูจน์คอมเมนต์ รอย คีน ตอนพักครึ่งว่า หากเล่นได้แค่นี้ก็มานั่งบนโซฟาด้วยกันดีกว่า จะไปเตะทำไมให้รู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อย

แฮร์รี เคน กับจุดโทษที่ 9 ในนามทีมชาติเทียบเท่า แฟรงค์ แลมพาร์ด ยังไงก็ทำลายสถิติการยิงจุดโทษสูงสุดได้แน่ ขณะที่สเตอร์ลิง แม้ไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด แต่ก็เรียกจุดโทษต้นเกมได้ และทำได้ดีตามมาตรฐานในเกมที่ ซานโช จะเงียบ ๆ ไปเล็กน้อย

ภาพอนาคต:

วันอังคาร อังกฤษมีคิวเยือนกรุงโซเฟีย เตะกับบัลแกเรีย ที่เหมือนตัวแจกแต้มในกลุ่มนี้มากกว่า และหากชนะ พร้อม ๆ กับลุ้นผลอีกคู่ให้โคโซโวไม่ชนะมอนเตเนโกร อังกฤษก็จะผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้สำเร็จ

โดยรายชื่อตัวสำรองที่เหลืออยู่ เบน ชิลเวลล์ ควรได้รับโอกาสแทน โรสส์ และแดนกลางไม่ควรเล่น ไรซ์+เฮนโด้ คู่กันในระบบ 4-2-3-1 นอกนั้นไม่น่าจะมีประเด็นมากนัก

ตัวสำรองอย่าง เทรนท์, แฮร์รี วิงค์, รอสส์ บาร์คลีย์, มาร์คัส แรชฟอร์ด ฯลฯ ไม่น่าจะสร้างความแตกต่างอะไรได้มาก

โดยประเด็นทั้งหลายทั้งปวง ผมไม่อยากให้รีบ “ด่วนสรุป” เข้าตำราพอชนะก็ชมกันนักชมกันหนา แต่พอแพ้นัดเดียวก็ด่าทำลายกันไม่ยั้ง

อังกฤษเล่นเกมนี้ได้แย่จริง และแย่ที่สุดในรอบไม่น่าจะต่ำกว่า 2 -3 ปียุค แกเร็ธ เซาธ์เกต ก็จริง แต่มันไม่ถึงขึ้น “สิ้นโลก” หรือจู่ ๆ ก็มาด่ากันทั้งที่เดือนก่อนเพิ่งชมเชยกันมา

แต่ fact ที่ต้องยอมรับ คือ อังกฤษยังดีไม่ถึงขั้นจริง และหากเจอคู่แข่งมีระดับขึ้นมา ทัพสิงโตคำรามลำบากแน่นอน

รอบคัดเลือก หรือรอบแรก ๆ ของรอบสุดท้ายจะโอเคร แต่รอบ 8 ทีมไปแล้ว ทีมชุดนี้ยังดีไม่พอ และ “สิ้นใจ” แน่ ๆ ครับ



MOST POPULAR

Thought

หงส์สุกงอม ?

อ่าน 23,230 ครั้ง

Thought

หงส์สุกงอม (2) ?

อ่าน 15,877 ครั้ง

Thought

หงส์แดงชนะเพราะ?

อ่าน 14,059 ครั้ง

RELATED POSTS

Story

เกราร์ด ปีเก กับการตกม้าตายไม่ได้ น็อตต์ส เคาน์ตี้ เพราะ ภาษีที่เลี่ยงไว้

SPORTDesk. Team

เรื่องราวการ “เกือบ” จะได้ น็อตต์ส เคาน์ตี ของ เกราร์ด ปีเก ที่พลาดไปในช่วงโค้งสุดท้าย เพราะคดีเลี่ยงภาษีที่เขาก่อขึ้นไว้เองเสียอย่างนั้น

Story

เมื่อโมดริชรอดพ้นคุก…

SPORTDesk. Team

ย้อนเข็มนาฬิกากลับไปในช่วงต้นปี และคาบเกี่ยวมาจนถึงช่วงฟุตบอลโลก 2018 เวอร์ชั่นรัสเซีย ลูก้า โมดริช กองกลางทีมชาติโครเอเชีย และสโมสรเรอัล มาดริด มีเรื่องกระทบกระเทือนและรบกวนจิตใจให้ว้าวุ่นตลอดเวลา เพราะว่าเขาถูกศาลโครเอเชีย ตั้งข้อหาและสอบสวนโมดริช ว่า “อาจ” มีความผิดฐานเบิกความเท็จ

Feature

โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ : การเข้ามาเพื่อเปลี่ยนแปลง สู่การเปลี่ยนแปลงที่กำลังเข้ามา

Mr.BOSTON

วันที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่งตั้ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ เข้ามารับตำแหน่งรักษาการณ์ผู้จัดการทีม แทนที่ของ โชเซ่ มูรินโญ่ ทุกคนคาดหวังเพียงความเปลี่ยนแปลงในทีมเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น ในการประครองทีมให้เล่นได้ตลอดรอดฝั่งจนจบฤดูกาล