อังกฤษกับช่วงเวลาแห่ง “ความสุข”

25 June 2018
35 VIEWS

“6 ประตูที่ทำได้ เกิดจาก open play เพียง 2 ลูก และ 1 ใน 2 ยังเป็นการยิงแฉลบเปลี่ยนทิศทางแบบโชคช่วย”

ชัยชนะถล่มทลาย ทำลายสถิติมากมายในเกมเดียวเหนือปานามา 6-1 ของอังกฤษ ตีความได้ 2 ด้านนะครับ

ขึ้นอยู่กับว่า จะเลือกมองแบบไหน?

1.แบบร้าย

ยอดทีมจาก CONCACAF ไม่เคยมีประสบการณ์บอลโลก และผ่านเข้ามารัสเซียแบบกระท่อนกระแท่นนัดสุดท้าย แทบจะวินาทีสุดท้ายจากประตูชัยของกัปตันทีมเร็กเก้ โรมัน ตอร์เรส

โดยเขี่ยสหรัฐฯ ที่ช็อกแพ้ตรินิแดดฯ ตกรอบแบบช็อกโลก!

ผลงานที่แพ้เบลเยียมนัดแรก 0-3แบบน่าจะโดนมากกว่านั้น หรือนัดนี้ที่เสียเตะมุม 2 ครั้ง 2ประตู และ 5 ประตูในครึ่งแรกพร้อม ๆ กับจุดโทษง่าย ๆ 2ครั้งที่ 1 ในนั้นดูเหมือนจะเล่น “มวยปล้ำ” มากกว่าฟุตบอล

ไร้ประสบการณ์…

ครับ บอลระดับนี้ที่แค่ 20 นาทีโดนไป 2 ประตูง่าย ๆ มัน “บั่นทอน” และยิ่งทำให้ลูกทีม เฮอร์นัน ดาริโอ โกเมซ เล่นอย่างไม่เป็นรูปขบวน

ก่อนจะโดน 6-0 โดยเคน เป็นผู้เล่นคนที่ 3 ของอังกฤษที่ทำ “แฮตทริก” ได้ในบอลโลกรอบสุดท้ายหลัง ลอฟตัส-ชีค ทำได้สวย แตะบอลเข้ากลางแล้วยิงไปแฉลบส้นเท้าเคนเปลี่ยนทางเป็น “ประตูเฉย”

ถัดจากนั้น “ทันที” อังกฤษก็เปลี่ยน 2ตัว (วาร์ดี้ แทนเคน และเดลฟ์ แทนลินการ์ด) โดยปานามาก็เปลี่ยนตามแทบจะทันทีอีก 3 คน

ดังนั้น ทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติ ฟุตบอลนัดนี้เป็นเกมที่ขาด และจบลงอย่างรวดเร็วที่สุด

จะด้วยโชคชะตาฟ้าลิขิต หรือความอ่อนเชิงของปานามาก็ตามทีหากจะมองได้ใน “แง่ลบ”

 

2.แบบดี

ใน “แง่บวก” อังกฤษเริ่มเกมนี้อย่างดุดัน ได้ “เขี่ยก่อน” และไลน์ “แบ็คทรี” ยืนขึ้นมาสูง 35หลาจากแดนตัวเองทันที

ประหนึ่งพร้อม ยิ่งกว่าพร้อมรบ!

นี่คือ “จุดแข็ง” ของทีมพลังหนุ่มอายุเฉลี่ย 26ปี และมี “อาจารย์ยัง” แก่สุด 32ปีในชุด 11 คนแรก

ความกระหาย กระตืนรือร้น ดุดัน ก้าวร้าว จึงเป็นเสมือน “สิงโต” คำรามจริง ๆ

และไม่ว่าจะมอง ปานามา “อ่อน” หรืออะไรอย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ การต้องยอมรับว่า ชัยชนะถล่มทลาย 6-1นำก่อน 6-0 ตั้งแต่ 1 ชั่วโมงแรกไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ

ระบบ 3-5-2 ที่ใช้มาตั้งแต่ มี.ค.ปีก่อนดู “เวิร์ก” และมีสมดุล เหมาะสมภายในทีมชุดนี้ที่ทุกตำแหน่งดู “เอนจอย” และมีความสุขกับการครอบครองบอล เล่นกับบอล

หนำซ้ำ คือ มี “สปีด” ในการเล่นฟุตบอลที่ดี

ในแง่ดีอีกประการ คือ การไม่ต้องเจอคู่แข่งที่หินที่สุด เบลเยียม ตั้งแต่เกมแรก หรือเกมสอง

แตกต่างจากหลาย ๆ กลุ่ม เช่น โปรตุเกส– สเปน, โครเอเชีย – อาร์เจนติน่า หรือแม้แต่ บราซิล – สวิตเซอร์แลนด์ ที่ “ว่าที่” 2 ทีมเต็งของกลุ่มมาเจอกันที่นัดแรก หรือนัดที่สอง

สังเกตนะครับ กลุ่มเหล่านั้น “ตัวเต็ง” มาตัดกันก่อนสร้างความยากลำบาก และอาจเป็นเหตุให้พลิกล็อกตกรอบไปเลยก็ว่าได้

เยอรมัน ก็เข้าข่ายในดังกล่าวหลังโดนเม็กซิโก เชือดไปก่อน และแกว่งจนเป๋เกือบพิการในนัดล่าสุดกับสวีเดน

อังกฤษ และเบลเยียม “โชคดี” ที่เข้ารอบก่อนมาเจอกัน และไม่ต้องมาเจอกันก่อนนัดสุดท้ายที่ ณ ตอนนี้ต่างฝ่ายต่างมีประตูได้ 8 เสีย 2เหมือนกัน

นัดสุดท้าย 28 มิ.ย.หากเสมอต้องตัดสินที่คะแนน “แฟร์เพลย์” ว่าใครจะเป็นจ่าฝูงกลุ่ม

แกเร็ธ เซาธ์เกต ประกาศแล้วว่า จะเต็มที่ และไม่สนใจจะวางแผนหลบใครในรอบ 16 และ 8 ทีมสุดท้าย

แต่ผมก็ไม่เชื่อว่า แมตช์เบลเยียม จะพิสูจน์อะไรได้มาก เพราะก็ไม่จำเป็นนักในแมตช์ที่คำว่า “เต็มที่” อาจไม่เท่ากับ “เต็ม 100%”

เอาเป็นว่า นี่คือช่วงเวลาที่ดี มีโอกาสได้คิด ได้พัก ได้ทดลอง แต่พองาม

ก่อนเส้นทางจริง ๆ จะเริ่มตั้งแต่รอบน็อคเอ๊าท์เป็นต้นไปครับ