จุดสิ้นสุดประวัติศาสตร์ 83 ปี ของชื่อ ‘เรดสกินส์’ | by SPORTDesk. Team

15 July 2020
93 VIEWS

ในที่สุด วอชิงตัน เรดสกินส์ ก็ยอมถอยและเลิกใช้ชื่อเฟรนไชส์ ‘เรดสกินส์’ กับ ตราสัญลักษณ์ ที่อยู่คู่กับทีมมามาเกือบศตวรรษหลังจากโดนกดดันอย่างหนักในช่วง 4-5 ปีหลัง นับตั้งแต่กระแสเรื่องการรณรงค์ความเท่าเทียมทางด้านสีผิว และ เชื้อชาติกลายเป็นเรื่องสำคัญในสังคมอเมริกา แม้ก่อนหน้านี้พวกเขาจะยืนกรานไม่ยอมเปลี่ยนแปลงมาตลอด แต่ในครั้งนี้พวกเขาต้านไม่ไหวจริง ๆ

แรงกดดันจากกระแสสังคมที่มีต่อ แดน ชไนเดอร์ เจ้าของทีมว่าหนักแล้ว แต่นั่นย่อมไม่ใช่เหตุผลหลักที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ถ้าเหล่าสปอนเซอร์รายใหญ่ที่ให้การสนับสนุนทีมอย่าง ไนกี, อมาซอน, เป็ปซี และ เฟ็ดเอ็กซ์ ที่ซื้อสิทธิ์เหนือชื่อสนามเหย้าของทีมดังจากเมืองหลวงไม่ขู่ว่าจะถอนการสนับสนุนหากทีมไม่ยอมเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้ โดยเฉพาะแบรนด์อุปกรณ์กีฬาตราสวูช ที่สนับสนุนเรื่องนี้มาตลอดที่ชัดเจนคือการดึง โคลิน แคเปอร์นิค มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ในปีก่อนและออกแคมเปญมากมายที่ต่อต้านการเหยียดทุกรูปแบบ

“ในวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา เราได้ประกาศการเริ่มต้นการพิจารณาอย่างละเอียดเกี่ยวกับชื่อของทีม” แถลงการณ์ของทีมดังจากกลุ่ม เอ็นเอฟซีตะวันออกระบุ “ในส่วนหนึ่งของกระบวนการนี้เราต้องการให้สปอนเซอร์ แฟน ๆ และชุมชนของเราตระหนักถึงความคิดของเราเมื่อเราเลือกที่จะก้าวเดินต่อไป

“วันนี้เรากำลังประกาศว่าเราจะยกเลิกชื่อและโลโก้ของ เรดสกินส์ หลังจากที่มีการพิจารณาอย่างละเอียดแล้ว แดน สไนเดอร์ และโค้ช (รอน) ริเวร่า กำลังทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อพัฒนาชื่อใหม่และรวมไปถึงออกแบบโลโก้ใหม่ที่จะยกระดับสถานะของความภาคภูมิใจของเรา”

แถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา คือคำมั่นสัญญาของ วอชิงตัน ในการเปลี่ยนชื่อ เฟรนไชส์ แต่ตอนนี้ยังไม่แน่ว่าพวกเขาจะเลือกใช้ชื่อไหนมาเป็นชื่อใหม่ โดยชื่อที่ว่ากันว่าเป็นตัวเต็งเนื่องจากแฟน ๆ ชอบที่สุดอย่าง เรดเทลส์ (Redtails) ซึ่งเป็นชื่อเครื่องบินรบในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็มีปัญหา หลังมีการตรวจสอบพบว่าชื่อนี้ถูกจดลิขสิทธิ์ไปแล้ว รวมถึงมันยังถูกจดสิทธิ์ในการใช่เชิงพาณิชย์ไปแล้วด้วย ทำให้ชื่ออื่น ๆ อย่าง วอร์ริเออร์ส (Warriors), ฮ็อกส์ หรือ เรด ฮ็อกส์ (Hogs / Red Hogs), เรดฮอว์คส์ (RedHawks) และ เรดวูล์ฟส์ (RedWolves) มีเอี่ยวว่าอาจจะถูกเลือกมาใช้ก็ได้

จริง ๆ แล้วมันพอมีเหตุผลที่พอจะอธิบายได้อยู่ที่ วอชิงตัน ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงเฟรนไชส์ของพวกเขามาตลอดจนกระทั้งมาโดนกดดันอย่างหนักจากสปอนเซอร์ในคราวนี้ สาเหตุนั่นคือ โลโก้ ของพวกเขาถูกออกแบบโดนชนพื้นเมืองอเมริกันที่มีชื่อว่า วอลเตอร์ ‘แบล็กกี’ เวตเซล หนึ่งในสมาชิกของชนเผ่า แบล็กฟีต เขาออกแบบเพื่อเชิดชูอดีตหัวหน้าเผ่า แบล็กฟีต อย่าง จอห์น ไวท์ ปืนคู่ ซึ่งต้นแบบของเขาก่อนจะมาเป็นโลโก้ของทีม เอามาจากด้านหลังของเหรียญ 5 เชนต์ ในปี 1971 หรือที่เรียกว่าเหรียญ บัฟฟาโล นิกเกิล

โดยเรื่องราวนี้ได้รับการยืนยันจาก แลนซ์ วิตเซล ลูกชายของ วอลเตอร์ ว่าบิดาของเขาไม่ได้ต้องการจะโจมตีหรือดูถูกชนพื้นเมือง แต่โลโก้ดังกล่าวถูกแสดงออกในแง่ของ เกียรติยศ และ ศักดิ์ศรีเสียมากกว่า

“ทุกคนค่อนข้างหัวเสีย (เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น)” แลนซ์ กล่าว “ทุกคนเข้าใจว่าความจำเป็นของการเปลี่ยนชื่อเพราะเราทั้งหมดอยู่ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมนตอนนี้

“มันยากมากนะ มันเหมือนเอาทุกอย่างออกไปจากความเป็นชนพื้นเมืองอเมริกัน เมื่อพวกเราเห็นโลโก้ ผมรู้สึกถึงเกียรติยศในนั้น คุณดูโลโก้ของเรดสกินส์สิ มันเป็นชนพื้นเมืองอเมริกันที่แท้จริง ผมมักจะรู้สึกว่ามันเป็นตัวแทนของคนของผม และมันกำลังจะจากไป”

นอกจากเรื่องโลโก้ และ ชื่อใหม่ที่ยังไม่ลงตัวแล้ว แดน ชไนเดอร์ ยังมีเรื่องให้ต้องปวดหัวถึงการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ เพราะความที่มันเกิดขึ้นอย่างกระชั้นชิดกับฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง ครั้งสุดท้ายที่มีการเปลี่ยนชื่อทีมคือเมื่อ ฮิวสตัน ออยเลอร์ส ย้ายมายังเทนเนสซี และเปลี่ยนชื่อเป็น เทนเนสซี ไททันส์ ในตอนนั้นมันใช้เวลาทั้งกระบวนการราว 1 ปีเต็ม แต่วอชิงตันมีเวลาเพียงแค่ราว 2-3 เดือน ซึ่งนั่นยังไม่นับว่าพวกเขาต้องเปลี่ยนแปลงทุกอย่างใหม่หมด ทั้งโลโก้และชื่อในสนาม ในเมือง รวมไปถึงสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ทั้งยังมีเรื่องของ ชุดแข่งขันและยูนิฟอร์มใหม่ให้ปวดหัวอีกต่อด้วย

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเหตุการณ์สำคัญหน้าหนึ่งในวงการกีฬาของสหรัฐอเมริกา เพราะหลังจากนี้ความเปลี่ยนแปลงในทำนองเดียวกันนั้นจะทะยอยเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะยังมีอีกหลายเฟรนไชส์ในสหรัฐฯ ที่มีโลโก้ หรือ ชื่อทีมสุ่มเสี่ยงเช่นเดียวกับที่เรดสกินส์ มี อาทิ แคนซัส ซิตี ชีฟส์ ทีมร่วมศึก NFL, คลีฟแลนด์ อินเดียนส์ ในเมเจอร์ลีก เบสบอล, ชิคาโก แบล็กฮอว์คส์ ในฮอกกี้น้ำแข็ง NHL และรวมถึงทีมในระดับมหาวิทยาลัยอย่าง ฟลอริดา สเตท เซมิโนลส์ เป็นต้น

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ มันจึงเป็นมากกว่าการเปลี่ยนแปลงชื่อเฟรนไชส์ธรรมดา แต่มันคือการพยายามก้าวข้ามความขัดแย้งในสังคมที่คุกรุ่น เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถเดินหน้าต่อไปได้ด้วยสันติ แม้ว่ามันจะต้องแลกมาด้วยการทิ้งประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 80 ปี และความภาคภูมิใจของกลุ่มคนที่คนส่วนมากเชื่อว่าเขากำลงโดน “เหยียด” อยู่ก็ตาม

ที่เหลือก็แค่รอดูชื่อใหม่เท่านั้น และไม่ว่าชื่อนั้นจะออกมาเป็นอะไร มันก็ต้องใช้เวลาอีกเกือบร้อยปี กว่าจะให้มันขลัง และ มีเรื่องราวเหมือนกันชื่อ ‘เรดสกินส์’ ที่เพิ่งโดนลบออกไป…