เอล ฮาดารี่ : ชายที่แก่ที่สุดในบอลโลกเลิกเล่นทีมชาติ

7 August 2018
262 VIEWS

ช่วงฟุตบอลโลก 2018 หากกล่าวถึงทีมชาติอียิปต์แฟนบอลทั่วโลก คงจับจ้องไปที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ สตาร์ดังจากลิเวอร์พูลเป็นส่วนใหญ่  แต่ในช่วงเทศกาลบอลโลกที่รัสเซียนั้น  หนึ่งในสนามชิกของทีม มัมมี่อิยีปต์ อย่าง เอสซาม เอล-ฮาดารี่ ก็ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการฟุตบอลโลก ด้วยการสถิติเป็นมนุษย์ที่อายุเยอะที่สุดในโลกที่ได้ลงสนามในศึกเวิลด์คัพรอบสุดท้าย  นับตั้งแต่มีการจดบันทึกมา  แต่เมื่อเข็มนาฬิกาเดินหน้าไปจนกระทั่งถึงตอนนี้ ล่าสุด เขาได้ขอยุติบทบาทกับทีมชาติไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว …และได้ทิ้งเรื่องราวเอาไว้ให้ ผู้รักษาประตูอิยิปต์รุ่นใหม่ ๆ ได้จดจำ 

ย้อนไปในช่วงฟุตบอลโลก เวอร์ชั่นรัสเซีย  อิยิปต์ผลงานไม่ดีใน 2 นัดแรก ที่ดวลกับรัสเซียและอุรุกวัย ทำให้ตอนนั้นมัมมี่ต้องตกรอบ ตีตั๋วกลับบ้านแน่ ๆ  ส่งผลให้นัดสุดท้ายที่อิยิปต์ดวลกับซาอุฯ เป็นนัดที่ไม่มีความหมายต่อการเข้ารอบแล้ว แต่อย่างน้อย ๆ วันนั้น ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่มีความหมายต่อชีวิตนักฟุตบอลคนหนึ่งที่เล่นฟุตบอลมาอย่างยาวนานเกิน 2 ทศวรรษ อย่าง เอสซาม เอล-ฮาดารี่  

โดยในวันนั้น เอสซาม เอล-ฮาดารี่  ต้องขอขอบคุณ เฮคเตอร์ คูเปร์ กุนซือของทีมด้วย ที่จัดการส่ง ผู้รักษาประตูรุ่นคุณลุงอย่างเขา ลงไปใช้ถุงมือเขียนเรื่องราวใหม่ ๆ ในประวัติศาสตร์ลูกหนัง  โดย ณ วันนั้น เขาลงเฝ้าเสาในฟุตบอลโลก ด้วยอายุ 45 ปี กับ 161วัน แม้ผลสุดท้าย อียิปต์จะเป็นฝ่ายปราชัยไป 1-2 ก็ตามที

เอล-ฮาดารี่ ได้กลายเป็นนักฟุตบอลที่แก่ที่สุดที่ลงสนามในฟุตบอลโลกทันที โดยทุบทำลายสถิติเดิมของ ฟาริด มอนดากอน ผู้รักษาประตูจอมเก๋าของโคลอมเบีย ที่เคยทำไว้ในฟุตบอลโลก 2014 ด้วยอายุ 43 ปีกับอีก 3 วัน 

แต่นี่ก็ไม่ใช่สถิติเดียวที่เอล-ฮาดารี่ ครอบครองบัลลังก์อยู่ เพราะเหตุการณ์ในวันนั้น ยังทำให้เขากลายเป็นกัปตันทีมที่อายุเยอะที่สุดที่ได้เล่นฟุตบอลโลก, รวมถึง เป็นนักฟุตบอลทีมติดทีมไปฟุตบอลโลกที่มีอายุเยอะที่สุด 

เจ้าของฉายา ‘ไอ้เขื่อนสูง’ ที่มาพร้อมความสูง 190 เซนติเมตร เริ่มเข้ามารับใช้ทีมชาติ เป็นนายทวารอียิปต์ตั้งแต่ปี 1996 นับแต่นั้นเป็นต้นมา จนกระทั่งถึงศึกฟุตบอลโลก 2018 รวมเวลาทั้งสิ้น 22 ปี 

โดย  เอล-ฮาดารี่ ติดทีมชาติไปทั้งสิ้น 159 นัด มากที่สุดเป็นลำดับที่ 3 ในประวัติศาสตร์ชาติอียิปต์ เป็นรองแค่รุ่นพี่อย่าง อาห์เหม็ด ฮาสซัน 184 นัด และ ฮอสซัม ฮาสซัน 169 เกม โดยเอล-ฮาดารี่ มีเกียรติยศร่วมกับทีมชาติ คือ คว้าแชมป์ทวีปแอฟริกา 4 สมัย ในปี 1998, 2006, 2008, 2010 

อย่างไรก็ตาม กับคำพูดที่ว่า งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเสมอในโลก และกับการรับใช้ทีมชาติของ เอล-ฮาดารี่ ก็เช่นกัน…เมื่อวันนี้มันเดินทางมาถึง “ปลายทาง”แล้ว

“หลังจากรับใช้ทีมชาติอียิปต์มา 22 ปี 4 เดือน 12 วัน ผมมีห้วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะขอประกาศแขวนถุงมือจากการรับใช้ทีมชาติ”

“ผมภาคภูมิใจมากกับการได้เล่นทีมชาติ 159 เกม และได้อยู่ร่วมประสบความสำเร็จในหลายช่วงเวลา…” เอล-ฮาดารี่ กล่าวขอบคุณทุกๆอย่างที่ทำให้เขาเดินทางกับอียิปต์มาถึง 22 ปี 

ลองจินตนาการดูว่า การที่ใครคนหนึ่ง ทำอะไรได้นาน ๆ ถึงขั้น 10 ปี, 20 ปี หากไม่มีใจที่รัก ภักดี ซื่อตรง ก็คงจะทำหน้าที่นั้นนาน ๆ ไม่ได้  แต่ เอล-ฮาดารี่ ก็พิสูจน์หน้าที่ของตัวเอง ด้วยขันอาสาเป็นปราการด่านสุดท้ายมายาวนาน จากฟุตบอลตั้งแต่ยุคถ่ายทอดสดทางทีวี จนมาถึงวันนี้ ฟุตบอลสามารถดูออนไลน์กันได้แล้ว ก็นับได้ว่าเขา เป็น ปูชนียบุคคล คนหนึ่งที่น่าเอาแบบอย่างสำหรับนักเตะอียิปต์เจเนอเรชั่นยุค Gen Z  

อย่างไรก็ตาม ในเกมระดับสโมสร บนวัย 45 ปีของเอล-ฮาดารี่ นายประตูรุ่นคุณลุงก็ยังไม่มีทีท่าว่าเขาจะเลิกรา เพราะปีนี้เขาเองก็เพิ่งกลับมาย้ายซบ สโมสรอู่ข้าวอู่น้ำส่วนตัวอย่าง อิสไมลี่ เป็นรอบที่ 3 ในชีวิต และน่าจะยังมีบทบาทคอยกระตุ้นรุ่นน้อง ๆ ในทีมอยู่ 

แม้ ทีมชาติอียิปต์ในอนาคตจะไม่มีชายคนที่ชื่อ เอสซาม เอล-ฮาดารี่ แล้ว

แต่ สิ่งที่หลงเหลืออยู่ จากหน้าประวัติศาสตร์ที่เขาได้เขียนขึ้นนั้น…อย่างน้อย ๆ ก็คงมีแฟนบอลทั่วโลกกล่าวขานขนานนามสถิติของเขาไปเรื่อยๆ ตราบใดที่ยังไม่มีใครมาทำลายลง…