‘El Guaje’ ดาวิด บียา ซานเชซ ตำนานศูนย์หน้ากระทิงดุและการผจญภัยครั้งใหม่ของเขา

ดาบิด บีญา
14 November 2019
98 VIEWS

19 ปี 14 แชมป์ และมากกว่า 400 ประตู รวมถึงการเป็นเจ้าของสถิติดาวซัลโวสูงสุดของทีมชาติสเปนที่ 59 ประตู

สำหรับดาวิด บียา ซานเชซ เขาพอแล้วและคิดว่าการผจญภัยในโลกลูกหนังของเขาควรจะถึงบทสุดท้ายได้แล้ว

“ผมอยากจะจากไปฟุตบอลไปก่อนที่ฟุตบอลจะละทิ้งผม”

“นี่เป็นการตัดสินใจที่ผมคิดมาเป็นอย่างดี ผมได้คุยกับคนรอบกายที่รักผม ผมได้คุยกับครอบครัวของผม กับคนที่อยู่เคียงข้างผมมาตลอดชีวิต” บียา ซึ่งปัจจุบันลงเล่นให้กับทีมวิสเซิล โกเบ ยืนยันอย่างหนักแน่นถึงเจตนารมณ์ครั้งนี้

เช่นนั้นก็ไม่มีใครจะห้ามเขาได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นการประกาศที่ค่อนข้างช็อกเพราะไม่ได้มีสัญญาณใดๆมาก่อนเลยก็ตาม แต่เมื่อคิดถึงวัยของเขาที่ล่วงเข้า 37 ปี สังขารที่ร่วงโรยทำให้ “เอล กวาเฮ” (สมญาของเขาที่มีความหมายว่า “ไอ้หนู”) ไม่ปราดเปรียวและอันตรายเหมือนเก่า

บวกกับเขามีเป้าหมายใหม่กับสิ่งที่ต้องการจะทำอยู่ในใจและไม่อยากจะเสียเวลาไปมากกว่านี้ การจากลา ณ ตรงนี้จึงเป็นเรื่องที่ดีสำหรับทุกฝ่าย

อย่างน้อยเราก็เหลือความทรงจำดีๆของดาวยิงคนนี้อยู่ไม่น้อย

ชื่อของ ดาวิด บียา ในความรู้สึกของแฟนฟุตบอลทั่วโลกไม่เฉพาะแฟนฟุตบอลสเปนอาจจะไม่ใช่ชื่อที่เด่นหรือดังเหมือนดาวยิง cult hero อย่าง “เอล นินโญ” เฟร์นานโด ตอร์เรส สุดยอดดาวยิงรุ่นราวคราวเดียวกันที่เพิ่งจะประกาศอำลาวงการไปก่อนหน้านี้ไม่นานเช่นกัน

แต่หากว่ากันด้วยผลงานและความสามารถจริงๆ บียา เป็นกองหน้าที่ได้รับการยกย่องว่าเหนือยิ่งกว่าตอร์เรส และอาจจะเหนือยิ่งกว่า ราอูล กอนซาเลซ บลังโก หรือคนอื่นๆด้วยซ้ำไป

บียา อาจจะไม่ใช่กองหน้าที่มีสไตล์การเล่นหวือหวา แต่การเล่นของเขาเต็มไปด้วยประสิทธิภาพ ความเฉียบคมในการจบสกอร์ที่ไม่แพ้ใครในโลก ที่สำคัญเขาทำประตูได้จากทุกระยะและทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการยิงด้วยเท้าซ้าย เท้าขวา ลูกโหม่ง ยิงใกล้ ยิงไกล 

แม้กระทั่งลูกฟรีคิกก็ทำได้

ความครบเครื่องที่อัดแน่นในตัวนี้เกิดขึ้นจากความโชคร้ายที่กลายเป็นความโชคดีในเวลาต่อมา เมื่อบียา ขาขวาหักในวัย 4 ขวบ ทำให้ในระหว่างที่ต้องถูกจับใสเฝือก โฮเซ มานูเอล พ่อของเขาซึ่งเป็นคนงานในเหมืองตัดสินใจสอนให้เขาเตะบอลด้วยเท้าซ้ายแทน และทำให้เขากลายเป็นนักฟุตบอลที่เล่นได้สองเท้าดีเท่าๆกัน

และเพราะความตั้งใจจริงของพ่อ ที่อาจจะเคยมีความสงสัยในตัวลูกชายบ้าง แต่สุดท้ายแล้วก็ช่วยให้ ดาวิด ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไปถึงจุดที่ทั้งพ่อและลูกฝันไว้ กับการได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพ

“ฟุตบอลนั้นมอบอะไรมากมายให้มากกว่าที่ผมเคยคิดเอาไว้” บียา เคยให้สัมภาษณ์ไว้

“ต่อให้เป็นในความฝันของผมในสมัยเด็กๆ ผมก็ไม่ได้ฝันว่าผมจะได้สิ่งมหัศจรรย์เหล่านี้”

เด็กหนุ่มจากอัสตูเรียส เมืองทางตอนเหนือของสเปน 

กองหน้าร่างกะทัดรัดเริ่มต้นเส้นทางชีวิตการเล่นของเขาที่ เรอัล ซาราโกซา ก่อนจะถูกบาเลนเซีย ดึงตัวไปร่วมทีมในเวลาต่อมา ซึ่งที่เมสตายา นี่เองที่เขาได้แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในฐานะดาวยิงระดับท็อปของประเทศ

แต่จุดสูงสุดในชีวิตการเล่นระดับสโมสรของเขาคือการได้มาเล่นให้กับ บาร์เซโลนา ในยุคของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา โดยมี ลิโอเนล เมสซี ในช่วงที่ท็อปพีคที่สุดเป็นคู่หูในแดนหน้า

สำหรับนักฟุตบอลสักคน ไม่มีอะไรจะดีไปกว่านี้อีกแล้ว และที่คัมป์ นู เขาคว้าแชมป์ลาลีกาได้ 2 สมัยกับแชมเปียนส์ ลีก อีก 1 สมัย

ที่เหนือยิ่งกว่าระดับสโมสรคือการรับใช้ทีมชาติสเปน บียา คือดาวยิงคู่บุญของทีม “ลา โรฮา” ช่วยพาทีมทลายคำสาปที่ไม่เคยประสบความสำเร็จในรายการระดับนานาชาติลงได้สำเร็จ

ไม่ใช่แค่รายการเดียว แต่เป็นถึง 2 รายการ!

ตอร์เรส อาจจะเป็นดาวเด่นที่ถูกจับตามองก่อนฟุตบอลยูโร 2008 แต่เป็น บียา ที่ทำผลงานได้ร้อนแรงที่สุด ก่อนจะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการพาทีมคว้าแชมป์ทวีปยุโรป ซึ่งเป็นแชมป์ระดับชาติครั้งแรกของสเปน

หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยฟุตบอลโลก 2010 ที่เขามีส่วนในการช่วยพาทีมชาติสเปนคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยแรกได้สำเร็จ

จากนั้นถึงแม้เส้นทางลูกหนังของเขาจะค่อยๆต่ำลง แต่ไม่ว่าบียา จะเล่นให้กับสโมสรไหนเขาก็เป็นดาวยิงคนสำคัญที่ทีมขาดไม่ได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็น แอตเลติโก มาดริด ที่มีส่วนในการพาทีมพิชิตแชมป์ลาลีกา มาครองได้แบบเหลือเชื่อ เช่นกันกับ นิวยอร์ค ซิตี เอฟซี ที่แม้จะเป็นช่วงไม้ใกล้ฝั่งแต่เขาก็ดีพอจะเป็นผู้เล่นระดับท็อปของ MLS

ก่อนที่เขาจะตัดสินใจลาสหรัฐอเมริกา เพื่อมาเล่นในบั้นปลายกับ อันเดรส อิเนียสตา เพื่อนสนิทในทีมวิสเซิล โกเบ ในฟุตบอลเจลีกฤดูกาลนี้

และตัดสินใจจะยุติทุกอย่างแค่สิ้นสุดฤดูกาลนี้

บียา มีแผนการสำหรับอนาคตแล้ว กับความท้าทายครั้งใหม่ในฐานะเจ้าของสโมสร ควีนส์โบโร เอฟซี สโมสรในเขตควีนส์ นิวยอร์ค ซึ่งจะลงแข่งใน USL แชมเปียนชิพ ลีกระดับ 2 ของสหรัฐอเมริกาในปี 2021 

“ผมอาศัยอยู่ในนิวยอร์คมา 4 ปี ผมรู้ดีว่าควีนส์เป็นที่พิเศษแค่ไหน ผมรักวัฒนธรรม อาหาร ผู้คน และแพสชันในการใช้ชีวิตของพวกเขา และแน่นอนฟุตบอลด้วย!”

เส้นทางลูกหนังในฐานะนักเตะของ ดาวิด บียา ซานเชซ อาจจะจบลงแค่ตรงนี้

แต่เรื่องราวของเขาจะอยู่ตลอดไปและความท้าทายใหม่ของเขาก็น่าติดตามเช่นกัน