ดรูว์ บรีส์ – จากชายไม่ได้มาตรฐาน สู่ผู้ปาทัชดาวน์มากที่สุดประวัติศาสตร์ NFL

ดรูว์ บรีส์
18 December 2019
301 VIEWS

สัปดาห์ที่ผ่านมา เรื่องราวที่ใหญ่ที่สุดในศึกอเมริกันฟุตบอล NFL หนีไม่พ้นการทำลายสถิติปาทัชดาวน์มากที่สุดตลอดกาลในฤดูกาลปกติของ เพย์ตัน แมนนิง ตำนานควอร์เตอร์แบคทีม อินเดียนาโปลิส โคลท์ส และ เดนเวอร์ บรองโกส์ ลงโดย ดรูว์ บรีส์ จอมทัพของ นิวออร์ลีน เชนต์ส ยอดทีมแห่งสาย NFC ของศึกอเมริกันฟุตบอล NFL

บรีส์ ปาทัชดาวน์ระยะ 5 หลาให้ จอช ฮิลล์ ปีกในมือ 2 ของทีม ทำลายสถิติของ แมนนิง ในควอร์เตอร์ 3 ของเกมที่ เชนต์ส เอาชนะ อินเดียนาโปลิส โคลท์ส 34-7 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

แม้จะผ่านมา 1 วัน แต่คิดว่าคงจะไม่ช้าเกินไป ถ้าเราจะพูดถึงเรื่องราวของยอดควอร์เตอร์แบคไซส์มินิคนนี้ และนี่คือเรื่องราวฉบับย่อของเขา…

ชายผู้ไม่ได้มาตรฐานของ NFL

ดรูว์ บรีส์

ส่วนสูง 6 ฟุต หรือราว 183 เชนติเมตร ของ ดรูว์ บรีส์ ถูกมองว่าเป็นจุดด้อยในวันดราฟต์ ทำให้ชื่อของตกมาถึงรอบที่ 2 ในการดราฟต์ปี 2001 ทั้งที่ถ้าว่ากันตามฝีมือแล้ว ควอร์เตอร์แบคของ เพอร์ดู รายนี้ ควรจะถูกดราฟต์ตั้งแต่รอบแรกด้วยซ้ำไป โดยทีมที่ดราฟต์​เขาไปร่วมทีมในปีนั้น คือ ซานดิเอโก ชาร์จเจอร์ส

ส่วนสูง 6 ฟุต สำหรับตำแหน่งควอร์เตอร์แบคในยุคนั้น ถือเป็นข้อเสียถึงตาย และทำให้ บรีส์ โดนหักคะแนนไปเยอะมาก ในสายตาแมวมอง แม้ทุกวันนี้สถานการณ์เรื่องการมองข้ามส่วนสูงจะดีขึ้นบ้าง หลังจากที่ทั้งเขา และ รัสเซลล์ วิลสัน พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ควอร์เตอร์แบคตัวเล็ก ก็พาทีมคว้าแชมป์ซูเปอร์โบวล์ได้ และทำให้ ควอร์เตอร์แบค อย่าง ไคเลอร์ เมอร์รีย์ ที่มีส่วนสู่งแทบไม่ต่างจาก บรีส์ ถูกดราฟต์ในอันดับ 1 ของปีที่ผ่านมาได้สำเร็จ แต่ในยุคนั้นเขากลายเป็นควอร์เตอร์แบคที่ “ต่ำกว่ามาตรฐาน” ตั้งแต่เข้ามาในลีกแล้ว

การเข้ามาในลีกปีแรกของ บรีส์ เขาต้องรับบทตัวสำรองของ ดัก ฟลูตี โดยในปีนั้น เขาได้ลงเล่นเพียงเกมเดียวคือเกมสัปดาห์ที่ 8 ซึ่ง ฟลูตี มีอาการคอนคัชชันระหว่างเกม เขาได้ลงไปเล่นและจบเกมด้วยการทำระยะ 221 หลา และมีทัชดาวน์แรกในอาชีพ ด้วยการปา 20 หลา ให้ เฟรดดี โจนส์ รับทัชดาวน์ได้ด้วย

สามปีแรกที่ ชาร์จเจอร์ส ชีวิตของ บรีส์ เรียกได้ว่า ลุ่ม ๆ ดอน ๆ โดยเคยมีช่วงหนึ่งในฤดูกาล 2003 หลังพ้นสัปดาห์ที่ 8 เมื่อทีมออกสตาร์ตด้วยสถิติ ชนะ 1 แพ้ 7 เขาถูกถอดออกจากตำแหน่งตัวจริง และถูกแทนที่ด้วย ฟลูตี และกว่าเขาจะได้ตำแหน่งตัวจริงกลับมืออีกครั้งคือในสัปดาห์ที่ 15 เลยทีเดียว

โดยหลังจบฤดูกาล 2003 บรีส์ ยังเป็นเพียงควอร์เตอร์แบค “กลาง ๆ” ไม่ดีโดดเด่น ไม่แย่จนเข้าขั้นห่วยแตก แต่ก็ไม่มีใครพูดชื่อเขาในฐานะสุดยอดควอร์เตอร์แบค และถ้าตอนนั้นมีใครบอกว่า ‘ชายคนนี้จะกลายมาเป็นคนที่ปาทัชดาวน์มากที่สุดตลอดกาลของ NFL’ คนคงหาว่า “บ้า” อย่างไม่ต้องสงสัยเลย

บาดเจ็บ-เสียงาน-สู่บ้านใหม่

ดรูว์ บรีส์

จุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพของ ดรูว์ บรีส์ เกิดขึ้นในปี 2004 เมื่อชาร์จเจอร์ส ได้ตัว ฟิลิป ริเวอร์ส เข้ามาในทีม หลังจากดราม่า กับ อีไล แมนนิง แน่นอนว่าในฤดูกาลแรก ริเวอร์ส ไม่ได้จะมาแย่งตำแหน่งของ บรีส์ ในทันที และก็เหมือน ควอร์เตอร์แบครูกี ทั่วไปที่จะต้องมานั่งศึกษางานก่อน ทว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการย้ายไปสู่ นิวออร์ลีน ของ บรีส์ ในปีต่อมาอย่างแน่นอน

โดยหลังจากฤดูกาล 2004 ผ่านไป ฤดูกาล 2005 บรีส์ ก็ยังได้เป็นควอร์เตอร์แบคตัวจริง แต่นี่เป็นปีสุดท้ายในสัญญาของเขากับ ชาร์จเจอร์ส และถึงแม้จะไม่ไช่ปีที่ยอดเยี่ยม แต่ก็ไม่ใช่ปีที่เลวร้าย จนกระทั่งเกมสุดท้ายของฤดูกาล เมื่อเขาถูก จอห์น ลินซ์ เชฟตี ของ เดนเวอร์ บรองโกส์ ในตอนนั้น อัดจนได้รับบาดเจ็บ กระดูกอ่อนลาบรัมไหล่ขวาฉีกขาด

การบาดเจ็บไหล่ข้างที่ใช้ปาบอล ทำให้เขาถูกตั้งเครื่องหมายคำถามทันที ว่าเขาจะกลับมาเล่นได้ดีแค่ไหนเมื่อเขาหายกลับมา และ ชาร์จเจอร์ส ทีมของเขาเป็นคนตั้งคำถามนั้นเป็นเจ้าแรก เมื่อตัดสินใจยื่นสัญญาฉบับใหม่ให้แบบ “กั๊ก ๆ” ด้วยระยะเวลา 5 ปี 50 ล้านเหรียญฯ แต่ในปีแรกจะจ่ายแค่ 2 ล้านเหรียญฯ เท่านั้น เหมือนการบีบให้ บรีส์ ย้ายทีมกลาย ๆ

หลังจากเจรจาแล้ว ทีมพลังสายฟ้าปฏิเสธที่จะเพิ่มข้อเสนอ ทำให้ บรีส์ ต้องมองไปที่ตลาด ฟรีเอเยนต์ โดยในตอนนั้นมี 2 ทีมที่ให้ความสนใจในตัวเขา ได้แก่ นิวออร์ลีน เชนต์ส และ ไมอามี ดอลฟินส์ แต่ เป็น เซนต์ส ที่ใจป้ำมากกว่า เพราะทีมจากแดนใต้ ยื่นข้อเสนอถึง 60 ล้านเหรียญ สำหรับสัญญา 6 ปี แต่พวกเขาการันตีปีแรกให้บรีส์ ถึง 10 ล้านเหรียญฯ และ การันตีปีที่ 2 อีก 12 ล้านเหรียญฯ นั่นเองที่ซื้อใจ บรีส์ ได้ และทำให่ว่าที่ ฮอล ออฟ เฟม ที่ตอนนั้นยังไม่มีใครรู้ ย้ายไปยังเมืองแห่งวูดูและคำสาปแห่งนี้ในที่สุด 

เกิดใหม่ในนิวออร์ลีน

คงไม่ต้องบอกว่า บรีส์ ประสบความสำเร็จขนาดไหนที่ นิวออร์ลีน เขาพาทีม เชนต์ส เข้าเพลย์ออฟได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่เขาย้ายมาร่วมทีม และเกือบไปถึงซูเปอร์โบวล์ หลังไปแพ้ในรอบชิงแชมป์สายต่อ ชิคาโก แบร์ส ที่โชลเดอร์ ฟิลด์ นั่นหมายความว่า พวกเขาห่างจาก ซูเปอร์ โบวล์ แค่เกมเดียวเท่านั้น

เหนือไปกว่านั้น บรีส์ กลายเป็นที่รักของชาวเมืองแทบจะทันทีที่เขาย้ายมา จากบทบาทการช่วยชาวเมือง ฟื้นฟู นิวออร์ลีน หลังเหตุการณ์เฮอร์ริเคน คาทรินา ที่ส่งผลให้เมือง นิวออร์ลีน แทบจะ “ราบ” ไปในปี 2005 ด้วย ซึ่งนั่นทำให้ บรีส์ กลายเป็นส่วนหนึ่งของ นิวออร์ลีน ต้องแต่ก่อนฤดูกาลเปิดด้วยซ้ำ

บรีส์ ใช้เวลาเพียง 3 ปี หลังจากที่เขาย้ายมาร่วมทีม ในหารเข็นทีมไปถึงซูเปอร์โบวล์ จะว่าไปการคว้าแชมป์ ซูเปอร์ โบวล์ ครั้งที่ 44 ในฤดูกาล 2009 ของเชนต์ส เป็นเหมือนการคืนความสุขให้ชาวเมือง นิวออร์ลีน หลังจากที่เมืองฟื้นฟูมาจากพิษเฮอร์ริเคนไปในคราวเดียวกันด้วย

การต้องมาเจอกับ อินเดียนาโพลิส โคลท์ส ของ เพย์ตัน แมนนิง ในปีนั้น ทำให้ เชนต์ส ดูเป็นรองในสายตาแฟน ๆ ไม่น้อยเลย แต่ในรอบชิงฯ ที่ใคร ๆ ต่างลุ้นให้ เพย์ตัน ได้แหวนอีกวง กลับเป็น บรีส์ ที่เล่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้จะปาบอลไม่ถึง 300 หลา แต่เขาไม่มีทั้ง อินเตอร์เส็ป และได้ถึง 2 ทัชดาวน์ โดยปาบอลไปถึง 39 ครั้ง แต่รับไม่ได้เพียง 7 ครั้งเท่านั้น และได้ระยะรวม 288 หลา

จะว่าไป การได้แชมป์ซูเปอร์โบวล์นี่เอง ที่ทำให้ บรีส์ ก้าวขึ้นมาเป็นควอร์เตอร์แบคแถวหน้าของลีกอีกคน และหลังจากนั้นชื่อของเขาก็ถูกพูดถึงในฐานะ 1 ใน 4 ควอร์เตอร์แบคที่ยอดเยี่ยมที่สุดเสมอมา

จตุรเทพควอร์เตอร์แบค

ดรูว์ บรีส์

ทอม เบรดี-เพย์ตัน แมนนิง-แอรอน ร็อดเจอร์ส-ดรูว์ บรีส์ คือ จตุรเทพควอร์เตอร์แบค ของ NFL ในยุคสมัยหนึ่ง โดยทั้ง 4 คนคือสุดยอดอย่างปฏิเสธไม่ได้ และต่างถือครองความยอดเยี่ยมในมุมที่ต่างกันไป โดยในสาย เอเอฟซี แฟน ๆ จะได้เห็นการขับเคี่ยวกันของ เบรดี และ แมนนิง ที่ไม่ว่าจะดูกันสักกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ ขณะเดียวกัน บรีส์ และ ร็อดเจอร์ส ก็อาจจะคล้าย ๆ กัน ในสาย เอ็นเอฟซี

บรีส์ ก้าวขึ้นมาในทำเนียบนี้หลังจากที่เขาพาทีมคว้าแชมป์ ซูเปอร์โบวล์ ได้ และหลังจากนั้น บรีส์ ก็กลายเป็นควอร์เตอร์แบค “ปากระจาย” ที่เชนต์ส ไปโดยปริยาย เพราะเกมรับที่ยวบลงหลังจากนั้น ทำให้หลายครั้งเขาต้องพาทีมกลับมาเอาชนะให้ได้โดยการทิ้งเกมวิ่งและปาบอลสู้

สไตล์การเล่นของ บรีส์ สอดคล้องกับสถิติที่เขาทำหลังจากปี 2009 เพราะหลังจากนั้นมา จนถึงปี 2016 ไม่มีปีไหนเลยที่เขาได้ระยะต่ำกว่า 4,500 ต่อฤดูกาล และปาบอลทะลุ 600 ครั้งมา 7 ปีติด และมีทัชดาวน์เกิน 30 สกอร์มาตลอด จนกระทั่ง อัลวิน กามารา เข้ามาสู่ทีมในปี 2017 ภาระของ บรีส์ ก็ลดลง เพราะมีเกมวิ่งที่มีมิติมาเสริม แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า เชนต์ส จะดร็อปลงแต่อย่างใด

จากการเลิกเล่นของ เพย์ตัน แมนนิง หลังจบฤดูกาล 2016 ทำให้ จตุรเทพ เหลือเพียงแค่ 3 แต่ทั้ง 3 คนก็ยังทำผลงานได้สมกับชื่อ “บิ๊กทรี” ทั้ง บรีส์ และ ร็อดเจอร์ส ก็พาทีมเข้าเพลย์ออฟได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ เบรดี เมื่อไม่มี “ก้าง” คนสำคัญ ก็พาทีมคว้าแชมป์ ซูเปอร์โบวล์ เพิ่มอีก 2 สมัยจากการเข้าชิง 3 ครั้งหลังจากที่ไม่มี แมนนิง

แต่ถึงแม้แหวนแชมป์ และ ความสำเร็จตลอดอาชีพ บรีส์ จะดูเป็นรอง เบรดี อยู่ไม่น้อย แต่ถ้าเป็นสถิติส่วนตัวแล้ว ควอร์เตอร์แบคตัวเล็กที่สุดใน จตุรเทพคนนี้ กลับครองมันมากที่สุดอยู่เพียงผู้เดียว

ผู้ครองทุกสถิติสำคัญของควอร์เตอร์แบค

ดรูว์ บรีส์

ในยุคแรกของการคิดค้นกีฬาอเมริกันฟุตบอล การทำทัชดาวน์ ต้องเอาบอลไปวางกับพื้นแบบการวาง “ทรัย” ของรักบี้ นั่นเองที่เป็นที่มาของคำว่า “ทัชชิง – ดาวน์” (Touching – Down) คือการสัมผัสลูกแล้วดาวน์ลงในเอ็นด์โซน ก่อนถูกทอนคำจนเหลือแค่ ทัชดาวน์ ในปัจจุบัน และชายผู้ปาทัชดาวน์มากที่สุดในปัจจุบันคือ ดรูว์ บรีส์ นี่เอง

บรีส์​ ปาทัชดาวน์ไปแล้ว 541 สกอร์ หลังจากจบเกมที่เขาเอาชนะ อินเดียนาโพลิส โคลท์ส แต่นั่นไม่ใช่ความสุดยอดเดี่ยวของเขา เพราะควอร์เตอร์แบคของ เชนต์ส ยังถือสถิติปาบอลทำระยะมากที่สุด 76,858 หลา และ มีควอร์เตอร์แบคเรตติงสูงสุดถึง 98.0 อีกด้วย

ในวัย 40 ปี นี่อาจจะไม่ใช่ “ไฟนอลสกอร์” ที่จะเกิดกับสถิติของ NFL เพราะทั้ง บรีส์ และ เบรดี ก็ยังคงเล่นอยู่แม้จะวัยล่วงเลยหลัก 4 มาแล้วทั้ง 2 คน แต่ที่พูดได้เลยในตอนนี้ คือ ทั้งคู่ คือสุดยอดควอร์เตอร์แบค ของยุคอย่างไม่ต้องสงสัย และเมื่อครบ 5 ปี หลังจากที่ทั้งคู่เลิกเล่นไปเมื่อไหร่ ชื่อของเขาจะเข้าไปอยู่ใน ฮอล ออฟ เฟม ทันที แน่นอน!