ความฝันที่เปิดเผย ความจริงที่ไกลห่าง

แวร์เนอร์
24 February 2020
116 VIEWS

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้เห็นข่าวและภาพข่าวที่เหมือน déjà vu 

ราฮีม สเตอร์ลิง พาดเสื้อสีขาวของทีมเรอัล มาดริดเอาไว้บนบ่าข้างหนึ่ง ส่วนบ่าอีกข้างหนึ่งเป็นเสื้อของแมนเชสเตอร์ ซิตี ซึ่งปรากฏเป็นภาพปกของหนังสือพิมพ์ as ในสเปน

ผมไม่รู้ว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี รู้เกี่ยวกับการที่สเตอร์ลิงไปให้สัมภาษณ์กับ as หรือไม่ และหากรู้พวกเขารู้แค่ไหน? รู้ว่าจะมีการให้ถ่ายภาพโดยมีเสื้อของสโมสรอื่นปรากฏด้วย และสัมภาษณ์ถึงสโมสรที่ไม่ใช่ต้นสังกัดด้วยน้ำหนักที่มากกว่าแค่การยกย่องแต่เป็นการ “หยอด” ด้วยหรือไม่

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม มันชวนให้หวนคิดย้อนกลับไปถึงวันที่จู่ๆก็มีบทสัมภาษณ์ของเขาปรากฏใน BBC เกี่ยวกับเรื่องอนาคต และแน่นอนว่ามันส่งสัญญาณถึงข่าวการย้ายทีม ในขณะที่ผู้คนในทีมลิเวอร์พูลทำอะไรไม่ได้กว่าการอ้าปากค้างที่เห็นบทสัมภาษณ์นี้

สำหรับนักฟุตบอลอาชีพสักคน – การกล่าวถึงสโมสรที่มีข่าวเชื่อมโยงกันไม่ใช่เรื่องที่ดีครับ

ต่อให้หลังฉากการเจรจาจะรุดหน้าไปมากสักแค่ไหนก็ตาม ซึ่งปกติแล้วแทบทุกครั้งการเจรจาได้เกิดขึ้นแล้ว แต่เมื่อความลับไม่ใช่ความลับอีกต่อไปผลกระทบของมันก็อาจทำให้สิ่งที่หวังอาจจะไม่สมหวังก็เป็นได้

ผมกำลังหมายถึงในหลายกรณีที่การย้ายทีมที่เหมือนจะง่ายกลายเป็นเรื่องยากขึ้นมาทันที

สโมสรผู้ขายอาจจะเปลี่ยนใจ ไม่ว่าจะด้วยความหมั่นไส้หรืออะไรก็ตาม เกิดการเรียกร้องที่มากขึ้นและสุดท้ายบทสรุปอาจจะจบลงด้วยความผิดหวัง

มันเคยเกิดขึ้นมาแล้ว และมันมีโอกาสจะเกิดขึ้นได้อีกครับ แม้สุดท้ายมันจะเป็นเรื่องต่างกรรมต่างวาระก็ตาม

เอ่ยถึงสเตอร์ลิงขึ้นมาก่อนก็จริง แต่เขาไม่ใช่คนเดียวที่มีการให้สัมภาษณ์ในทำนองนี้

ติโม แวร์เนอร์ เป็นอีกคนที่ให้สัมภาษณ์ในลักษณะที่หากพูดตรงๆคือค่อนข้างเปิดเผย

ถ้อยคำของเขาทำให้เรารู้ว่าเขาต้องการจะย้ายมาเล่นให้กับลิเวอร์พูล หนึ่งในสโมสรที่ดีที่สุดในโลกเวลานี้

และเขาอยากจะเล่นในทีมที่มีเยอร์เกน คล็อปป์ เป็นผู้จัดการทีม ด้วยความเชื่อว่าตัวเขาเองน่าจะเข้ากับระบบการเล่นของลิเวอร์พูลยุคนี้ได้ไม่ยาก

สิ่งที่น่าสนใจในเรื่องนี้คือการที่แวร์เนอร์​ให้สัมภาษณ์เชื่อมโยงถึงลิเวอร์พูลถึง 2 ครั้งในระยะเวลาห่างกันไม่ถึง 1 สัปดาห์

กลางสัปดาห์หน สุดสัปดาห์หน

การเอ่ยปากของเขามันทำให้แฟนบอลเดอะ ค็อป ตื่นเต้นครับ และผมเองเชื่อว่าตัวเขาก็คงตื่นเต้นไม่ได้แตกต่างกัน

อย่างไรก็ดีคนที่ไม่ตื่นเต้นด้วยก็มีครับ

เป็นคนสำคัญที่เป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งด้วย

จากคำพูดล่าสุดของคล็อปป์ บางคำผมคิดว่าเขากำลังตั้งคำถามกับกองหน้าทีมชาติเยอรมัน ในเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่าความสามารถ หรือผลงาน – ซึ่งปีนี้แวร์เนอร์ ร้อนแรงอย่างมากยิงไปแล้ว 21 ประตูจากการเล่น 23 นัด

ผมเชื่อว่าคล็อปป์กำลังตั้งคำถามในเรื่องของ “ทัศนคติ” ของแวร์เนอร์อยู่ครับ

ไม่ว่าการเอ่ยปากของกองหน้าทีมชาติเยอรมันจะเป็นเพราะเขาเป็นคนชอบพูด หรือเป็นคนที่ซื่อตรงเกินไป ไม่สามารถสะกดอารมณ์ให้ตอบคำถามต่อสื่อที่ยิงคำถามแบบหวังผลได้ แต่นายใหญ่ฟันขาวดูจะไม่ค่อยชอบกับสิ่งที่ได้รู้ได้ยินนัก

การบอกว่าลิเวอร์พูลเป็นทีมที่ดีที่สุดในโลก สำหรับคล็อปป์มันนำไปสู่คำถามที่ตอบได้ยาก โดยเฉพาะกับคนที่อยากจะเข้ามาใหม่ 

“แบบนี้จะได้เล่นตรงไหน และจะได้เล่นตอนไหน?”

ขณะที่คุณสมบัติที่ดีที่สุดสำหรับนักฟุตบอลที่คล็อปป์ต้องการ ซึ่งใครก็ตามที่อยากจะผ่านบททดสอบและเข้ามาอยู่ในทีมลิเวอร์พูลเวลานี้ คล็อปป์บอกชัดอยู่ครับ

“เราต้องการผู้เล่นที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของทีมนี้ คนที่พร้อมจะสู้เพื่อชิงตำแหน่ง คนที่พร้อมจะก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับเรา คนที่อยากจะพัฒนาและดีขึ้น มีแค่นี้ เรามีผู้เล่นเหล่านี้อยู่และใครก็ตามที่อยากจะมาอยู่กับเราจำเป็นที่จะต้องมีทัศนคติแบบนี้”

ดังนั้นสิ่งที่แวร์เนอร์ควรจะทำหลังจากนี้หากคิดอยากจะย้ายมาอยู่ที่แอนฟิลด์จริง คือการทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และนั่นหมายถึงการรักษาสมาธิของตัวเองเอาไว้ให้ได้จนจบฤดูกาล ไม่หวั่นไหวไปกับโอกาสที่อยู่ตรงหน้า

ช้าหรือเร็วเขาจะต้องย้ายออกจากอาร์บี ไลป์ซิกอยู่แล้วครับ ในความเป็นจริงแล้วเขาควรจะย้ายตั้งแต่ปิดฤดูกาลที่แล้วแต่ได้เปลี่ยนใจมีการต่อสัญญาใหม่กับสโมสรโดยเพิ่มเงื่อนไขในการปลดสัญญา ซึ่งจะทำให้สโมสรเองได้รับเงินเต็มเม็ดเต็มหน่วยจากการย้ายทีมของเขา และในเวลาเดียวกันก็เพื่อซื้อเวลาให้ตัวเองได้พัฒนาฝีเท้าจากการลงเล่นต่อเนื่อง และได้โอกาสในการพิจารณาทีมที่ดี

ลิเวอร์พูลเป็นหนึ่งในทีมที่แวร์เนอร์สนใจ – บางทีอาจจะบอกได้ว่าเขาสนใจมากที่สุด

แล้วลิเวอร์พูลสนใจในตัวเขาไหม? คำตอบเวลานี้คือมีบ้างแต่ยังไม่ถึงกับจะเป็นเป้าหมายที่ชัดเจน ยังไม่มีการตัดสินใจที่เด็ดขาดว่าจะทำการยื่นข้อเสนอเพื่อจ่ายเงินตามเงื่อนไขภายในระยะเวลาที่กำหนดหรือไม่

สิ่งที่ดีคือเงื่อนไขนั้น – ไม่ว่าจะมีจริงหรือไม่ – และสายสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งระหว่างลิเวอร์พูลและทีมในครอบครัว “เรดบูล” นั้นดีมาก ทำให้พวกเขายังพอมีเวลาที่จะคิดและไตร่ตรองให้ถ้วนถี่ว่าแวร์เนอร์ คือนักเตะที่ทีมต้องการจริงๆหรือไม่

ไม่จำเป็นเลยที่นักเตะต้องป่าวประกาศ ไม่จำเป็นต้องทำเหมือนในสิ่งที่หลุยส์ ซัวเรซ, ราฮีม สเตอร์ลิง หรือคูตินโญ เคยทำ

ถ้าแวร์เนอร์พิสูจน์ให้เห็นได้ว่าเขาดีจริงและดีพอ เขาจะถูกเชิญมาร่วมทีมเอง เหมือนนาบี เกตา, อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, ซาดิโอ มาเน, โม ซาลาห์, อลิสซัน หรือแม้แต่เวอร์จีล ฟาน ไดค์ ที่ใครก็รู้ว่าอยากย้ายมาลิเวอร์พูลแค่ไหนก็ไม่เคย “ออกตัวแรง” ขนาดนี้

ส่วนตัวผมเองชอบแวร์เนอร์นะครับ ชอบมาก เป็นกองหน้าที่เร้าใจ และถ้าใครถามผมตลอดช่วงที่ผ่านมาถึงเขา ผมก็ตอบว่าผมชอบและเชื่อว่าเขามีโอกาสที่จะได้ย้ายมาลิเวอร์พูลหลังจบฤดูกาลนี้

แต่วันนี้ผมเริ่มไม่ค่อยแน่ใจ