เมื่อนัดชิงฯโคปาลิเบอร์ตาดอเรส ต้องเล่นนอกอาร์เจนฯ

เมื่อศึกซูเปอร์กลาซิโก้ ระหว่าง ริเวอร์เพลท-โบคา จูเนียร์ ต้องโคจรมาพบกันในนัดชิงฯ ฟุตบอลถ้วยที่ใหญ่ที่สุดของทวีปอเมริกาใต้ อย่างโคปา ลิเบอร์ตาดอเรส ทุกฝ่ายต่างจับตามองถึงความแคลสสิคและความดุเดือดของคู่นี้อยู่แล้ว เพราะ ตำนานแห่งความขัดแย้งของสโมสรนี้ต่างดำเนินเรื่องราวมาอย่างยาวนาน แถมมีเดิมพันที่เกียรติยศถ้วยแชมป์ที่สำคัญที่สุดด้วย

ผ่านพ้นนัดชิงนัดแรกด้วยการที่โบค่า จูเนียร์ เปิดบ้าน ลา บอมโบเนร่า เสมอกับริเวอร์เพลท 2-2 เมื่อ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แม้จะต้องเลื่อนกำหนดการออกไปจากเดิม 1 วัน เพราะฝนตกหนัก สภาพสนามไม่พร้อม และแฟนบอลต่างลุ้นว่าจะมีความรุนแรงหรือไม่ แม้สุดท้ายจะมีการปะทะกันระหว่างแฟนบอลแบบประปราย แต่ทว่าทุกฝ่ายก็ผ่านพ้นกันมาได้

พอถึงคิวเลคที่ 2 ริเวอร์เพลท มีคิวต้องเปิดบ้าน ณ สนามแห่งความแคลสสิคที่สุดของอาร์เจนติน่าอย่างโมนูเมนทัล ในวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่กลับกลายเป็นว่าเกมนี้ไม่อาจฟาดแข้งตามกำหนดการเดิมได้ เพราะมีแฟนหัวรุนแรง ภาพความรุนแรงเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่บริเวณรอบๆสนามโมนูเมนทัล ของสโมสรริเวอร์เพลท ก่อนเกมนัดชิงฯโคปา ลิเบอร์ตาดอเรส นัดที่ 2 ถูกถ่ายทอดผ่านภาพข่าวออกไปทั่วโลก

เกมต้องเลื่อนจากวันเสาร์ กลายเป็นวันอาทิตย์ และต้องเลื่อนอีกครั้งจนกระทั่งไม่ได้เตะตามโปรแกรมเดิม…

สิ่งที่ฉายออกมากระแทกสายตาแฟนบอลที่ติดตามการแข่งขันคู่ชิงฯ ความเป็นเลิศของสโมสรจากอเมริกาใต้ กลายเป็นภาพความรุนแรงเกินลิมิตควบคุม และสร้างความกังวลใจให้กับคนที่ติดตามความเคลื่อนไหวของคู่นี้…เมื่อแฟนบอลริเวอร์เพลท ในกลุ่มหัวรุนแรงและฮาร์ดคอร์ รวมตัวกันปาก้อนหินและไม้ เข้าใส่รถบัสของนักเตะทีมโบค่า จูเนียร์ระหว่างเดินทางเข้าสนาม จนทำให้รถบัสกระจกแตก รวมถึงมีนักเตะเจ็บอย่างน้อย 6 คนรวมถึงปาโบล เปเรซกัปตันโบค่า จูเนียร์ที่บาดเจ็บที่ตา ขณะที่คนอื่นก็ได้รับผลกระทบจากแก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทยที่ตำรวจอาร์เจนติน่า นำมาใช้สลายแฟนบอลริเวอร์ เพลท ในวันนั้น…

นอกจากนี้ ที่บริเวณด้านนอกของสนาม ยังมีการปะทะกันระหว่างแฟนบอล ริเวอร์ เพลท กับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกด้วย เนื่องจากแฟนบอลริเวอร์เพลท ไม่อยากให้มีการเลื่อนโปรแกรมการแข่งขันออกไป

แต่ในสถานการณ์อันคลุมเครือมาตลอด 2-3 วัน อย่างไรก็ตามล่าสุด คอนเมโบล(CONMEBOL) หรือสมาพันธ์ฟุตบอลอเมริกาใต้ ได้ตัดสินใจฟันธงแล้วว่า เกมนัดชิงฯ เลคที่สองจะเลื่อนไปลงแข่งขันในวันที่ 8 หรือไม่ก็วันที่ 9 ธันวาคมนี้ โดยใช้สนามนอกประเทศอาร์เจนติน่าอย่างแน่นอน ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภันเป็นหลัก แต่ยังไม่ได้ตัดสินว่าเป็นที่ไหน

โดยล่าสุด มีประเทศ ปารากวัย, บราซิลและอิตาลี เสนอตัวพร้อมจัดการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศนัดที่ 2 แล้ว แต่ทางสมาพันธ์ฟุตบอลอเมริกาใต้ ต้องใช้เวลาในการประมวลผล และตัดสินใจอีกเล็กน้อย

โดยในรายละเอียดการประชุมที่สมาพันธ์ฟุตบอลอเมริกาใต้ ยังมีการเปิดเผยออกมาอีกว่า ฝั่งโบค่า จูเนียร์ที่มีนักเตะบาดเจ็บจากเหตุความรุนแรง อยากให้ฟาก ริเวอร์ เพลท โดนตัดสิทธิ์จากการแข่งขันไปเลยในการพิจารณาที่สำนักงานใหญ่ของคอนเมโบล

ทั้งนี้คณะกรรมการด้านระเบียบวินัยของสมาพันธ์ฟุตบอลอเมริกาใต้ จะมีการประชุมอีกครั้ง เพื่อตัดสินว่าริเวอร์ เพลทจะพบกับบทลงโทษอะไรบ้างจากความรุนแรงที่แฟนบอลของพวกเขาเป็นคนก่อขึ้นก่อนนัดชิงเลคที่ 2

อย่างไรก็ตาม ภาพความรุนแรงของแฟนบอลริเวอร์เพลทนั้น เป็นความน่าอับอายและจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศอาร์เจนติน่าด้วย เพราะอาร์เจนติน่า มีไอเดียที่จะจับมือกับอุรุกวัย และ ปารากวัย ขอเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกในปี 2030 อีกด้วย ซึ่งถ้าอาร์เจนติน่าอยากเป็นเจ้าภาพจริงๆ คงต้องพยายามลบภาพความรุนแรงของแฟนบอลให้ได้เป็นอันดับแรก หรืออย่างน้อยๆ ก็ควรลดดีกรีความ ‘หัวร้อน’ ของแฟนบอลให้ได้บ้าง



MOST POPULAR

RELATED POSTS

Story

สไนจ์เดอร์ปิดฉาก 15 ปีกับอัศวินสีส้ม

SPORTDesk. Team

ซทชุดรับแขก,โซฟานุ่มๆ, ทีวี ชั้นวางหนังสือ อยู่กลางสนามโยฮัน ครัฟฟ์ อารีน่า และ มีเวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์ นั่งชมภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ตลอด 15 ปีที่ผ่านมาผ่านทางทีวีนับตั้งแต่เขารับใช้ทีมชาติเนเธอร์แลนด์เป็นครั้งแรก ถือเป็นฉากการโบกมือลาทีมชาติของสไนจ์เดอร์ที่แปลกตากว่านักเตะคนอื่น ๆในประวัติศาสตร์โลกฟุตบอล

Story

กอสเซียลนี่รีไทร์ตราไก่ : ดราม่าก่อนลาจากเดส์ช็องป์ส

SPORTDesk. Team

ม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร หากจะมีนักเตะในวัย 33-34 ประกาศอำลาทีมชาติ เพราะในวัยนี้คือช่วงท้าย…ช่วงปลาย ของชีวิตนักฟุตบอลแล้ว ดังนั้นการประกาศอำลาทีมชาติของโลร็องต์ กอสเซียลนี่ ปราการหลังวัย 33 ปี ที่เพิ่งประกาศผ่านสื่ออกไปว่า จะขอโบกมืออำลาการรับใช้ชาติฝรั่งเศส …จึงเป็นเรื่องสามัญธรรมดา แต่สิ่งที่น่าเอามาขบคิดต่อก็คือ ถ้อยคำตัดพ้อของกอสเซียลนี่ ที่มีต่อดิดิเยร์ เดส์ช็องป์ส กุนซือดีกรีแชมป์โลกฝรั่งเศส

Story

เมสซี่ : นักเตะที่คว้าแชมป์กับบาร์ซ่ามากสุดในประวัติศาสตร์

SPORTDesk. Team

ฤดูกาล 2018-19 คือฤดูกาลแรกที่ลีโอเนล เมสซี่รับบทเป็นกัปตันทีมเบอร์หนึ่งของบาร์เซโลน่า หลังการย้ายออกจากทีมของอันเดรส อินิเอสต้า และในฐานะกัปตันทีมปีแรก เมสซี่ได้เบิกฤกษ์ให้กับเจ้าบุญทุ่มได้อย่างโชคดีมีชัย จากการพาทีมพลิกนรกแซงเซบีย่าคว้าแชมป์ สแปนิช ซูเปอร์คัพ