“ไม้ประดับ”?

22 June 2019
170 VIEWS

ย้อนกลับไปก่อนเริ่มต้นฟุตบอลระดับทวีปที่ยิ่งใหญ่ที่สุดรายการหนึ่งของโลกอย่างฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอเมริกาใต้ หรือ “โคปา อเมริกา 2019” ที่ประเทศบราซิล ดูเหมือนว่า “ญี่ปุ่น” ยอดทีมจากทวีปเอเชีย ที่ได้รับการเชื้อเชิญเข้าร่วมการแข่งขันจะเป็นทีมที่ถูก “ดูแคลน” ตั้งแต่ก่อนเริ่มต้นการแข่งขันว่าเป็นเพียงทีม “ไม้ประดับ” ที่เข้ามาทำหน้าที่สร้างสีสัน และเติมเต็มให้ทัวร์นาเมนท์ฟุตบอลที่มีสตาร์ลูกหนังชื่อดังระดับโลกมากมายนี้มีระบบการแข่งขันที่ลงตัวเท่านั้น

แม้พวกเขาจะผ่านศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาอย่างโชกโชน และล่าสุดมีดีกรีติดตัวเป็นถึง “รองแชมป์” ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติเอเชียหรือ “เอเชี่ยนคัพ” เมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับยอดทีมจากทวีปอเมริกาใต้อย่างบราซิล หรืออาร์เจนติน่า หรือเพื่อนร่วมกลุ่มอย่าง อุรุกวัย, ชิลี ที่มีอันดับ ฟีฟ่า แรงค์กิ้ง อยู่ใน 20 อันดับแรก ทำให้ทีมที่ถึงแม้จะยิ่งใหญ่ในเอเชีย ก็ดูจะ “ตัวเล็ก” ลงไปในทันที

อีกทั้งขีดความสามารถของผู้เล่นที่เมื่อเทียบกันแล้วก็ต้องยอมรับว่า “ซามูไรบลูส์” ชุดนี้ เป็นรองทีมคู่ต่อสู้จากอเมริกาใต้อยู่มากพอสมควร เมื่อ ฮาจิเมะ โมริยาสุ กุนซือของทีม เลือกใช้ “ผู้เล่นดาวรุ่ง” เกินกว่าครึ่งทีม โดยมีถึง 17 คนไม่เคยติดทีมชาติชุดใหญ่มาก่อน มาสู้ศึกเพื่อเตรียมทีมไว้แข่งโอลิมปิกส์ในปีหน้า

และถึงแม้ในทีมจะมีผู้เล่นอย่าง เออิจิ คาวาชิมะ, กาคุ ชิบาสากิ และชินจิ โอกาซากิ มาช่วยประครองน้องๆ แต่ก็ยังเป็นรองขุมกำลังของยอดทีมจากอเมริกาใต้ที่บริบูรณ์ด้วยนักเตะระดับท็อป โดยเฉพาะเพื่อนร่วมกลุ่มอย่าง อุรุกวัย ที่นำมาโดย หลุย ซัวเรซ และ เอดิสัน คาวานี และ ชิลี ที่มีทั้ง อาร์ตูโร วิดัล และ อเล็กซิส ซานเชส หรือแม้แต่ เอกวาดอร์ ที่นำทัพโดย 2 วาเลนเซีย ที่ไม่ได้เป็นพี่น้องกันทั้ง อันโตนิโอ และ เอเนอร์

นั่นจึงทำให้ซามูไรบลูส์ชุดนี้ที่เป็นดาวรุ่ง และขาดประสบการณ์ ถูกเปรียบเปรยให้เป็นเพียงทีมไม้ประดับของการแข่งขันก่อนที่ทัวร์นาเมนท์จะเริ่มต้นขึ้น…

แต่แล้วหลังการแข่งขันเริ่มต้น และดำเนินไปกลับกลายเป็นว่าซามูไรบลูส์ทีมนี้จะไม่ใช่ทีมไม้ประดับดังที่หลายคนดูแคลนเอาไว้…

เมื่อพวกเขาทำผลงานได้อย่างน่าดูชม ไม่ได้เป็นทีมแจกแต้ม และอยู่ในสถานการณ์ที่มีโอกาสจะผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ต่อไปด้วย

ในเกมแรกแม้จะพ่ายแพ้ต่อ ชิลี 0-4 แต่หากได้ชมเต็มๆ เกม ก็จะเห็นว่าทีมซามูไรบลูส์เลือดหนุ่มสู้กับแชมป์เก่าอย่าง ชิลี ได้อย่างสนุก และหากดูตัวเลขสถิติต่างๆ จากเว็บของการแข่งขันก็ไม่ได้เป็นรองชิลีมากนัก โดยเฉพาะเปอร์เซ็นต์ครองบอลที่ 45% รวม

ทั้งสร้างโอกาสทำประตูได้ถึง 12 ครั้ง แต่น่าเสียดายที่จบสกอร์ไม่คม ทำให้ไม่สามารถพังตาข่ายชิลีได้

แม้จะประเดิมสนามด้วยความพ่ายแพ้ แต่ทีมซามูไรบลูส์เลือดหนุ่มทีมนี้กลับไม่ได้เสียขวัญแต่อย่างใด และกลับมาทำผลงานชนิดที่สร้างความประหลาดใจไปทั่วโลก ด้วยการเสมอแบบน่าชนะ อุรุกวัย 2-2

เกมนี้ถือเป็นเกมแจ้งเกิดของทีมซามูไรบลูส์เลือดหนุ่มอย่างแท้จริง ตลอด 90 นาทีพวกเขาแสดงให้เห็นถึงหัวจิตหัวใจของความเป็นนักสู้ว่า พวกเขาไม่ได้มาเพื่อไม่แพ้ แต่ลงเล่นเกมนี้เพื่อชนะ

โดยทีมซามูไรบลูส์เลือดหนุ่มเปิดเกมรุกต่อกรกับยอดทีมหมายเลข 8 ของโลกได้อย่างสนุก โดยเฉพาะตัวริมเส้นซ้ายขวาอย่าง โคจิ มิโยชิ และ โชยะ นากาจิม่า ที่เล่นงาน แบ็ค 2 ข้างของอุรุกวัย ได้ตลอดทั้งเกม และสร้างสรรค์โอกาสเข้าทำได้อย่างมากมาย รวมทั้งเป็นที่มาของประตูออกนำ อุรุกวัย ถึง 2 ครั้ง 2 คราด้วย

โดยเฉพาะ โคจิ มิโยชิ อดีตเพื่อนร่วมทีมของ ชนาธิป สงกระสินธ์ ที่ คอนซาโดเล ซัปโปโร เมื่อฤดูกาลก่อน และตอนนี้เป็นเพื่อนร่วมทีมของ ธีราทร บุญมาทัน ที่ โยโกฮามะ มารินอส ซึ่งเกมนี้เป็นคนที่เล่นได้โดดเด่นมากๆ ทำคนเดียวทั้ง 2 ประตู ทั้งที่เป็นเกมแรกที่เขาได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในทีมชาติชุดใหญ่เท่านั้น

น่าคิดว่า หากไม่มีจุดโทษปัญหา ที่ VAR ก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้มากในเกมนี้ ทีมซามูไรบลูส์เลือดหนุ่มทีมนี้ก็อาจจะสามารถยัดเหยียดความปราชัยให้กับอดีตแชมป์ฟุตบอลโลก 2 สมัยอย่าง อุรุกวัย ได้สำเร็จก็เป็นได้

แม้แต่ ฟิลิป ทรุสซิเยร์ อดีตกุนซือทีมชาติญี่ปุ่นชาวฝรั่งเศสก็ยังออกมาชื่นชมผลงานของทีมซามูไรบลูส์เลือดหนุ่มในเกมนี้ผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว

“เป็นเกมที่ดีมากสำหรับญี่ปุ่น ทีมสายเลือดใหม่แต่เต็มไปด้วยความสามัคคี และมุ่งมั่น อย่าลืมว่านี่คือทีมสำหรับโอลิมปิกส์ของญี่ปุ่น แทบไม่มีผู้เล่นที่มีประสบการณ์ในระดับ ชาติ พวกเขาเล่นบอลแบบไม่ซับซ้อน เล่นเพื่อชนะ บุกไปข้างหน้าอย่างเดียว”

ผลเสมอกับอุรุกวัย ทำให้ญี่ปุ่นได้ 1 คะแนน ล้ำค่า และมีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่เข้าสู่รอบน็อกเอาต์ต่อไป โดยต้องไปลุ้นในเกมนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มที่จะพบกับ เอกวาดอร์ ในเช้าวันอังคารตามเวลาประเทศไทย

ครับ ณ ตอนนี้ด้วยผลงานที่แสดงให้เห็น ทีมซามูไรบลูส์เลือดหนุ่มทีมนี้ คงไม่ใช่ทีม “ไม้ประดับ” ของโคปา อเมริกา 2019 อย่างที่เคยถูกปรามาสไว้ก่อนเริ่มต้นทัวร์นาเมนท์อีกต่อไป

และผมเชื่อเหลือเกินครับว่าด้วยประสบการณ์ที่จะได้จากทัวร์นาเมนท์ระดับโลกนี้แบบเต็มๆ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ทีมซามูไรบลูส์เลือดหนุ่มทีมนี้ได้อย่างมาก และทำให้ในโอลิมปิกเกมส์ปีหน้าที่โตเกียว มีโอกาสสูงทีเดียวที่พวกเขาจะประสบความสำเร็จ ก้าวขึ้นไปหยิบเหรียญทองฟุตบอลโอลิมปิกส์เกมส์ที่ประเทศตัวเองเป็นเจ้าภาพได้อย่างยิ่งใหญ่

#โรนิน