“แม้มีเงินตราก็หาซื้อไม่ได้”


ผมเชื่อว่าทุกคนล้วนมีความฝัน…

จะเป็น “ความฝันเล็กๆ” ที่ไม่ “หวือหวา” อะไร หรือ “ฝันใหญ่ๆ” ที่ไม่ต่างกับ “เมกะโปรเจ็ค” ก็สุดแล้วแต่จิตนาการที่อยู่ในความคิดของแต่ละคน

ผมเองก็มี “ความฝัน” …  เป็นฝันที่ “ไม่เล็กไม่ใหญ่” และผมเพิ่งทำสำเร็จลงไปเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

เลื่อนปฏิทินตั้งโต๊ะกลับไปประมาณ 15 ปีที่แล้ว  ผมได้มีโอกาสรับชมไฮไลท์ของฟุตบอลเจลีกผ่านทางรายการ “ฟุตบอลเอเชีย” ที่ออกอากาศทางช่องอีเอ็สพีเอ็นและสตาร์สปอร์ต จากทรูวิชั่นส์

ภาพกองเชียร์หลักหมื่นชีวิตที่มีวัฒนธรรมการเชียร์อันน่าตื่นตาตื่นใจเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ทำให้ผมรู้สึกขนลุกแม้ได้เห็นเพียงภาพบรรยากาศจากจอทีวีเท่านั้น ไม่รวมถึงภาพของชุดแข่งแต่ละทีมที่มีสีสันสวยงามเป็นแบบฉบับของแต่ละสโมสร หรือสนามแข่งขันที่หญ้าสีเขียวดูละมุนตา บ่งบอกได้ถึงความอ่อนนุ่มราวปุยนุ่นยามได้สัมผัส หรือแม้แต่สไตล์การเล่นฟุตบอลที่แม้แต่ชมไฮไลท์ก็สังเคราะห์ได้ว่าการเล่นนั้นเป็นระบบที่มีวิถีไม่ธรรมดาอย่างชัดเจน

ทั้งหมดกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผมหลงใหลฟุตบอลลีกสูงสุดของแดนอาทิตย์อุทัย และก่อให้เกิดเป็นความฝันในความคิดของผมว่า…

วันนึงข้างหน้าผมจะต้องหาโอกาสไปชมบรรยากาศแบบนี้ให้ได้ด้วยสายตาของผมเองสักครั้งในชีวิต

และหลังจากเก็บงำความฝันนี้ไว้เกือบ 15 ปี ในที่สุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาฝันของผมก็กลายเป็นจริง….และเป็นจริงแบบพิเศษสุดๆด้วย

ที่พิเศษก็เพราะผมได้มีโอกาสได้เดินทางไปชมเกมฟุตบอลเจลีก1 บนดินแดนซามูไรในคู่ระหว่างยอดทีมแห่งเมืองหลวง เอฟซี โตเกียว กับผู้มาเยือนจากแดนเหนือ คอนซาโดเล ซัปโปโร ต้นสังกัดของยอดนักเตะขวัญใจคนไทย “ชนาธิป สงกระสินธ์” 

แม้ก่อนหน้านี้จะได้เห็น ชนาธิป ลงเล่นฝนฟุตบอลเจลีก1 ผ่านการถ่ายทอดสดของทรูวิชั่นส์มาโดยตลอดนับตั้งแต่เจ้าตัวย้ายไปค้าแข้งยังดินแดนอาทิตย์อุทัยเมื่อช่วงกลางปี 2017 ทว่าการได้เห็นความเก่งกาจฉกาจฉกรรจ์ของเจ้าของส่วนสูงเพียงแค่ 158 เซนติเมตร ในการต่อสู้กับแข้งสายเลือดบูชิโดหรือชาติต่างๆมากมาย จนได้รับการยอมรับในเรื่องของฝีเท้าจากแฟนฟุตบอล และสื่อมวลชนชาวญี่ปุ่นด้วยสายตาตัวเองถือว่าเป็นประสบการณ์ที่พิเศษสำหรับผม

อย่างไรก็ดีสิ่งที่พิเศษสำหรับผมก็ไม่ได้มีเพียงเท่านี้…

ระหว่างการเดินทางด้วยรถไฟสาย Keio Line จาก สถานีชินจูกุ ในกรุงโตเกียว เพื่อไปยังสถานี Tobitakyu ซึ่งเป็นสถานีอันเป็นที่ตั้งของ อายิโนะโมโตะ สเตเดี้ยม รังเหย้าอันยิ่งใหญ่ของ เอฟซี โตเกียว ผมได้พบเจอ “มิตรภาพ” ของโลกฟุตบอลที่ในท้ายที่สุดมันได้สร้างเซอร์ไพร์สเล็กๆให้แก่ผมแบบไม่คาดคิด…

ผมได้เจอกับเด็กหนุ่มมหาวิทยาลัยคนหนึ่งภายในขบวนรถไฟฟ้า เขาใส่เสื้อของทีม “คอนซะ” แน่นอนว่าเขาต้องเป็นแฟนบอลของทีมนกเค้าแมวเมืองเหนือ คอนซาโดเล ซัปโปโร อย่างแน่นอน

แต่ยิ่งไปกว่านั้นคือเสื้อที่เขาใส่สกรีนหมายเลข “18” พร้อมสลักชื่อชนาธิป สงกระสินธ์ ทางด้านหลัง นั่นเป็นเสมือนสัญญาณที่ทำให้ผมกล้าที่จะ “ทักทาย” เขาด้วยภาษาอังกฤษที่ผมก็ไม่ค่อยเก่งสักเท่าไหร่นัก และตัวของเด็กหนุ่มคนนี้ก็ไม่ได้เชี่ยวชาญสักเท่าไหร่จนพอจะทราบว่าเขาชื่อ “ไทกะ”

อย่างไรก็ตามนี่แหละครับคือโลกของฟุตบอลที่แม้จะไม่เก่งภาษาใดแต่ถ้าเข้าใจ “ภาษาฟุตบอล” มันก็สามารถที่จะพูดคุยกันได้รู้เรื่อง 

ผมได้รับความช่วยเหลือจาก “ไทกะ” ในการเดินทางไปยังสนามอายิโนะโมโตะ สเตเดี้นมพอสมควร เนื่องจากรถไฟสาย Keio Line ที่ผมขึ้นนั้นมีบางขบวนที่ไม่ได้จอดที่สถานี Tobitakyu และก็ดันเป็นขบวนที่ผมขึ้นมาเสียด้วยจึงทำทำให้ต้องเปลี่ยนรถไฟระหว่างทาง ซึ่งถ้าหากไม่ได้ “มิตรภาพ” ในโลกฟุตบอลจากเด็กหนุ่มคนนี้ช่วยไว้ก็อาจทำให้ผมต้องเสียเวลาและงกๆเงิ้นๆกว่าจะไปถึงสนามจนอาจพลาดช่วงเวลาสำคัญไปได้

ระหว่างทางเดินไปสนามหลังลงจากรถไฟผมเอ่ยคำถามสำคัญกับ “ไทกะ” ว่าทำไมเขาถึงชอบ “ชนาธิป สงกระสินธ์” เด็กหนุ่มวัย 19 ปี ตอบผมว่า นอกจากฝีเท้า และผลงานที่ยอดเยี่ยมแล้ว ความเป็นกันเองและจับต้องเข้าถึงได้ของมิดฟิลด์ทีมชาติไทยคนนี้คือสิ่งที่ทำให้แฟนบอล “คอนซะ” หลงใหลอย่างไม่รู้ตัว และทำให้ใน ชนาธิป กลายเป็นขวัญใจของชาวซัปโปโรไปแล้ว

แม้ช่วงเวลาที่ได้เจอได้คุยกันจะเป็นระยะเวลาสั้นๆไม่เกิน 30 นาที แต่ “มิตรภาพ” ที่ผมสัมผัสได้ทำให้ก่อนที่ผมกับ “ไทกะ”  จะต้องแยกย้ายกันไปชมเกมในสนามกันคนละฝั่งของอัฒจรรย์ ผมได้ถ่ายรูปคู่กับเด็กหนุ่มวัย 19 ปีคนนี้เก็บไว้ และตัดสินใจขออินสตาแกรมเพื่อไว้ติดต่อระหว่างกันต่อไป

ผมแยกกับ “ไทกะ” และเข้าสู่ในสนามเพื่อเตรียมพบกับพบกับภาพบรรยากาศที่ผมตั้งตารอ ซึ่งมันก็ไม่มีผิดเพี้ยนไปจากภาพจำของผมเมื่อ 15 ปีก่อน บรรยากาศกองเชียร์หลักหมื่นที่สุดยอด สนามหญ้าสีเขียวขจีที่รู้สึกได้ถึงความนุ่มแม้ไม่ได้ลงไปสัมผัส รวมทั้งเกมการแข่งขันที่มีแบบฉบับเป็นของตัวเอง เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่บ่งบอกถึงความเป็นฟุตบอลญี่ปุ่นได้โดยแท้ ผสมผสานกับการได้เห็น ชนาธิป ลงโชว์ลีลาลากเลื้อยในสนามด้วยตาของตัวเองจนรับรู้ได้แล้วว่า “ความเก่ง” ที่แฟนบอล และสื่อมวลชนญี่ปุ่นยกย่องนั้นเก่งแค่ไหน

นอกจากนั้นผมยังได้เห็นลีลาการเล่นของ “เมสซี่ญี่ปุ่น” ทาเคฟุสะ คุโบะ ปีกตัวจี๊ดที่ว่ากันว่าจะกลายเป็นนักเตะญี่ปุ่นที่เก่งที่สุดในอนาคตอีกด้วย

หลังจบเกมการแข่งขัน 90 นาที เอฟซี โตเกียว เป็นฝ่ายชนะ คอนซาโดเล ซัปโปโร ไป 2 – 0 ฝันของผมกลายเป็นจริง มิหนำซ้ำมันยังเป็นจริงอย่างสุดพิเศษ เมื่อผมยังได้สัมผัสกับ “มิตรภาพ”ในโลกลูกหนังจากเด็กหนุ่มวัย 19 ปีที่ชื่อว่า “ไทกะ” ด้วย

“ไทกะ” ลงรูปที่ถ่ายคู่กับผมในอินสตาแกรมส่วนตัวของเขา พร้อมบรรยายด้วยตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นที่ผมเองก็แปลไม่ออกเช่นกันว่าหมายถึงอะไร แต่ในตอนลงท้ายเขาเขียนด้วยภาษาไทย 3 คำที่เข้าใจง่ายเหลือเกินว่า “ขอบคุณครับ”

ภาพดังกล่าวได้รับการกดไลค์จากเพื่อนๆในโลกโซเชี่ยลของเขานับร้อยคนรวมทั้งเจ้าของอินสตาแกรม ที่ชื่อว่า“jaychanathip” 

นั่นคือ “เซอร์ไพร์ส” ที่ผมได้รับจาก “มิตรภาพ” ลูกหนัง ซึ่งเป็นการปิดท้ายทริครั้งนี้ลงอย่างสมบูรณ์ 

เป็นทริปทีผมได้ทำตามความฝัน ได้เพื่อนใหม่ และได้ประสบการณ์ที่จะติดตราตรึงใจผมไปตลอดชีวิต ซึ่งผมเชื่อว่า “แม้มีเงินตราก็หาซื้อไม่ได้”

ขอบคุณรายการ “ฟุตบอลเอเชีย” เมื่อ 15 ปีก่อนทางทรูวิชั่นส์ที่ทำให้ผมมีความฝันและได้ออกไล่ล่าทำตามความฝันจนสำเร็จ และผมเชื่อว่าการถ่ายทอดฟุตบอลเจลีก1ของทรูวิชั่นส์ในตอนนี้ก็จะสร้างความฝันให้คนอื่นๆได้เกิดขึ้นเฉกเช่นกับผมเมื่อ 15 ปีก่อนเช่นกัน

สัปดาห์นี้ทรูวิชั่นส์ถ่ายทอดสดฟุตบอลเจลีก1 ให้แฟนๆได้ติดตามชมเหมือนเช่นเคย โดยจะได้ติดตามฟอร์มของ 3 นักเตะไทยแบบครบครัน โดยวันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม เวลา 12.00 น. ถ่ายทอดสดคอนซาโดเล ซัปโปโร พบ กัมบะ โอซาก้า และวันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม เวลา 11.00 น. ถ่ายทอดสด โยโกฮามะ มารินอส พบ จูบิโล่ อิวาตะ และ 14.00 น. โออิตะ ทรินิตะ พบ คาวาซากิ ฟรอนทาเล่ ทั้งหมดทาง ทรูวิชั่น เอชดี 2 (667)