เยอรมัน ล้มเพื่อลุก

28 June 2018
100 VIEWS

หลายคนยังขยี้ตา หยิกเนื้อตัวเองอยู่เลยว่าฝันไปหรือเปล่า เยอรมันตกรอบแรกฟุตบอลโลก

เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมานานแล้วถึง80 ปี

โดยศักดิ์ศรีแชมป์เก่า แชมป์โลก 4สมัย หรือไล่เรียงชื่อนักเตะแต่ละคน มันยิ่้งแทบไม่น่าเชื่อว่าเยอรมันจะกลับบ้านแต่ไก่โห่ในกลุ่มที่มีคู่แข่งอย่างเม็กซิโก, สวีเดน รวมถึงเกาหลีใต้

ดูยังไง มองมุมไหน อินทรีเหล็กชุดนี้ก็น่าจะกวาดหมด 9 แต้มได้ไม่ยาก

แต่ในโลกความจริง กลับเก็บได้แค่ 3 คะแนนจากชัยชนะหนึ่งเดียว แถมเป็นชัยชนะที่ปล้นสวีเดนกันแบบซึ่งๆ หน้า

ตลอดสามนัดรอบแรก เยอรมัน ขึ้นนำคู่แข่งรวมกันไม่เกินสองนาที นับจากฟรีคิกของโทนี่ โครส ในนาที 90+5 ไปจนกระทั่งผู้ตัดสินเป่านกหวีดยาวหมดเวลา

มันสะท้อนชัดเจนอยู่แล้วว่าพวกเขาไม่ดีพอ  ไม่สมควรผ่านเข้ารอบ

แน่นอน คำถามถูกรัวมาเป็นชุดว่าเยอรมัน ผิดพลาดอะไรตรงไหน ทั้่งที่ตัวผู้เล่นก็สุดยอด แถมโยอัคคิม เลิฟ แทบไม่เจอปัญหาบาดเจ็บ

จากการเฝ้าดูแชมป์เก่ามาตลอดทั้งสามนัด ผมพบว่าอินทรีเหล็กตัวนี้เหมือนมี 2 ร่างที่ยังไม่ “เจล” รวมกันเป็นหนึ่ง

พวกเขาเหมือนส่วนผสมของทีม “แก่” ทีมหนึ่ง และอีกทีมที่ประกอบด้วย “ดาวรุ่ง” แต่ไม่สามารถหล่อหลอมเข้ากันเป็นเนื้อเดียว

เราจึงเห็นกุนซือ เลิฟ เปลี่ยนทีมเป็นว่าเล่นในแต่ละเกม สถานการณ์บาดเจ็บหรือติดโทษแบนอาจมีผลให้ต้องเปลี่ยนคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟทั้่งสามนัด จากแม็ตต์ ฮุมเมิ่ลส์-เจอโรม บัวเต็ง มาเป็นบัวเต็งจับคู่อันโตนิโอ รูดิเกอร์  และสุดท้าย ฮุมเมิ่ลส์ กลับมายืนคู่นิคลาส ซูเล่

แต่ตำแหน่งอื่น เลิฟ ก็ทำราวกับยังไม่รู้จักทีมตัวเองดีพอ ใครควรเป็น 11 คนแรก

ซามี่ เคดิร่า กับเมซุต โอซิล ได้ออกสตาร์ตนัดเปิด ก่อนโดนดร็อปเป็นสำรองในเกมสอง และจู่ๆ ควงคู่คัมแบ็กเป็นตัวจริงในแมตช์เดิมพันกับเกาหลีใต้

ชูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ กับโธมัส มุลเลอร์ ได้เล่นสองนัดแรก แต่กลับหลุดไปในเกมสุดท้าย

ทั้งทัวร์นาเมนท์ซึ่งเยอรมัน ลงเล่นแค่ 3นัด รวมเวลาก็ 270นาที ใครจะเชื่อว่าโยอัคคิม เลิฟ ใช้ผู้เล่นที่เรียกมา 23 คนอย่างคุ้มค่า

มีแค่สองนายประตูสำรองอย่างมาร์ก- อังเดร แตร์ ชเตเก้น กับเควิน แทร็ปป์  และกองหลัง แม็ตเธียส กินเทอร์ รวมแล้วสามคนที่ไม่ได้ถูกส่งลงสัมผัสเกมแม้เสี้ยวนาที

นอกนั้นอีก20 ชีวิตได้รับโอกาสถ้วนหน้า มากบ้างน้อยบ้าง ทั้งที่ทีมมีเกมแค่สามนัด และเวลาไม่ถึงสามร้อยนาที

มันดูผิดธรรมชาติการทำทีมของเลิฟ ตลอดเวลากว่าทศวรรษบนเก้าอี้ตัวนี้ ที่มักได้ทีมตัวจริงตั้งแต่ก่อนทัวร์นาเมนท์ และนักเตะที่เหลือถูกใช้เป็นเพียงอะไหล่ คอยสลับสับเปลี่ยน หรือในยามคับขันที่้ต้องการเปลี่ยนรูปแบบเกม

นัยหนี่ง ปัญหานี้ถูกสะท้อนผ่านคำพูดของเขาที่เคยยอมรับว่ามีปัญหาในการสื่อสารกับกลุ่มนักเตะเจนใหม่

ทั้งที่หลายคนในกลุ่มนี้ก็ผ่านสมรภูมิคอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ เมื่อปีก่อน มาด้วยกัน และเยอรมัน คว้าแชมป์โดยชนะคู่ชิงอย่างชิลี 1-0

จากปัญหาความแตกต่างทางเจนเนอเรชั่น เลิฟเลือกกลับไปใช้บริการคนเก่าคนแก่ ซึ่งเคยเป็นหลุมพรางทำให้แชมป์เก่าอย่างอิตาลี และสเปน เคยตกรอบหัวทิ่มหัวตำมาแล้ว

แต่ส่วนตัว ผมเชื่อว่าทัวร์นาเมนท์นี้จะเป็นแค่การสะดุดเสียหลักของเยอรมัน ไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านั้่น

เพราะการตกรอบฟุตบอลโลก จะมาพร้อมกับสัญญาณปิดฉากของนักเตะรุ่นเก่าบางคน

ถึงเวลาสำหรับการดันเด็ก ปั้นคนรุ่นใหม่ขึ้นมาเป็นแกนหลัก แบบไม่ต้องเกรงใจรุ่นพี่

ตัวอย่างเช่นมาร์ก อังเดร แตร์ ชเตเก้น นายทวารจากบาร์เซโลน่า สมควรได้รับโอกาสในทัวร์นาเมนท์นี้มากกว่ามานูเอล นอยเออร์ ที่เจ็บมาทั้งซีซั่น แต่กลับแทรกมายึดตัวจริงเฉย

พวกโอซิล,เคดิร่า, มุลเลอร์ เตรียมตัวถอยฉากหลีกทางออกไป

เยอรมัน ยังอุดมไปด้วยนักเตะอายุไม่มาก แต่คุณภาพสูง จากผลงานคว้าแชมป์คอนเฟดฯ

ไม่ต้องห่วงหรอกครับว่าพวกเขาจะล้มครั้งนี้แล้วไม่ยอมลุกไปอีกนาน

เคยตกรอบแรกในยูโร2000 แต่ก็ผงาดเข้าชิงบอลโลก 2002

ตกรอบแรกในยูโร2004 แต่ก็ได้สายเลือดใหม่จนคว้าอันดับสามในเวิลด์ คัพ 2006

นี่คือชาติที่ไม่เคยยอมศิโรราบง่ายๆ….